|
ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบผู้ช่วบผู้พิพากษา สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> ข้อ8 แพ่ง เอกเทศสัญญา (มาตรา 453-1273)
ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 5 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน |
|
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๑๒๓/๒๕๔๒ สัญญาประกันภัยกฎหมายมิได้กําหนดแบบแห่งนิติกรรมไว้ เพียงแต่บังคับให้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือตัวแทนเป็นสําคัญ มิฉะนั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีมิได้ ดังนั้น สัญญาประกันภัยจึงเกิดขึ้นเมื่อมีการแสดงเจตนาทำคำเสนอคำสนองถูกต้องตรงกัน ส.ผู้จัดการจำเลย สาขาขอนแก่น มิได้เป็น ตัวแทนผู้มีอํานาจทำสัญญาประกันภัยแทนจำเลย ส. จึงไม่มีอํานาจรับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันพิพาทไว้จากโจทก์ แต่การที่ ส. รับคำขอเอาประกันภัยไว้จากโจทก์ก็เพียงเพื่อส่งคำเสนอของโจทก์ให้แก่บริษัทจำเลยสํานักงานใหญ่พิจารณาว่าจะรับประกันภัยได้หรือไม่เท่านั้น มิใช่เป็นคำสนองรับประกันภัย เมื่อบริษัทจำเลย สํานักงานใหญ่ เพิ่งได้รับคำเสนอของโจทก์ เมื่อเวลา ๑๓.๕๕ นาฬิกา อันเป็นเวลาหลังจากที่รถยนต์บรรทุกคันพิพาทได้เกิดเหตุไปแล้ว ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยได้มีคำสนองตอบรับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันพิพาทเมื่อใด จึงฟังไม่ได้ว่าขณะที่รถยนต์บรรทุกคันพิพาทเกิดอุบัติเหตุนั้น จำเลยได้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้แล้ว อันจะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้แก่โจทก์ |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 08/09/2021 |
| |
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๒๓๗๗/๒๕๕๘ สัญญาประกันภัยเกิดขึ้นเมื่อมีการแสดงเจตนาทำคำเสนอคำสนองถูกต้องตรงกัน ตามคำขอเอาประกันภัยรถยนต์ ระบุว่า อ. ขอเอาประกันภัยรถยนต์เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑ โดยมีความประสงค์ให้กรมธรรม์มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๒ แม้ตามกรมธรรม์จะระบุวันทำสัญญาประกันภัยวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑ แต่การที่โจทก์ยินยอมระบุให้ระยะเวลาประกันภัย เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ สิ้นสุดวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ตามคำขอเอาประกันภัยของ อ. ถือได้ว่าเป็นคำสนองตอบรับคำเสนอตั้งแต่วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ สัญญาประกันภัยจึงเกิดขึ้นและมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ สัญญาหาได้เกิดขึ้น ณ วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ไม่ เมื่อเหตุละเมิดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑ จึงเกิดขึ้นในระยะเวลาประกันภัย ส่วนการออกกรมธรรม์ประกันภัยเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือเพื่อการฟ้องร้องบังคับ คดี ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๘๖๗ วันที่ออกกรมธรรม์ประกันภัยเป็นเวลาภายหลังจากที่สัญญาประกันภัยเกิดขึ้นแล้ว เมื่อรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยได้รับความเสียหายในระยะเวลาที่สัญญาประกันภัยมีผลบังคับและโจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อรถยนต์แล้ว โจทก์ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยมาเรียกร้องให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ได้ สรุป จะเห็นได้ว่า เพียงคำเสนอและคำสนองของคู่สัญญาคือผู้เอาประกันภัย และผู้รับประกันภัยถูกต้องตรงกันสัญญาประกันภัยเป็นอันเกิดขึ้นและผูกพันคู่สัญญา ส่วนหลักฐานเป็นหนังสือ คือ เอกสารหนังสือที่ลงลายมือชื่อหรือตัวแทนฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสําคัญ เป็นไปเพื่อการฟ้องร้องบังคับคดี ซึ่งกรณีตาม ฎีกาที่ ๑๒๓๗๗/๒๕๕๘๔ หลักฐานเป็นหนังสือคือกรมธรรม์ประกันภัยที่มีลายมือชื่อของผู้แทนบริษัทผู้รับประกันภัยหรือ ตัวแทนเป็นสําคัญ แต่สัญญาประกันภัยเกิดขึ้นก่อนและมีผลบังคับคู่สัญญาแล้ว |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 08/09/2021 |
| |
ขอบเขตของกรมธรรม์ประกันภัย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๘๐/๒๕๓๙ โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุมีสิทธิที่จะเอาประกันภัยความเสียหาย อันอาจเกิดแก่รถยนต์โดยสารที่เช่าซื้อมา เมื่อ ป. ลูกจ้างของโจทก์เป็นผู้ขับรถยนต์เพื่อหาประโยชน์ร่วมกันระหว่างโจทก์กับ ข. และ ป. ขับรถที่จำเลยรับประกันไว้ไปก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอก โจทก์และ ข. จึงต้องร่วมกันรับผิดในความประมาทเลินเล่อที่ ป. ได้ก่อขึ้นและต้องถือว่าวินาศภัยที่เกิดขึ้นนี้โจทก์ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่งจำเลยผู้รับประกันภัยค้ำจุนต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในนามของโจทก์ผู้เอาประกันภัย เมื่อโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายให้บุคคลภายนอกไปจึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยผู้รับประกันภัยค้ำจุนรับผิดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ เงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยที่ว่าผู้เอาประกันภัยจะต้องไม่ตกลงยินยอมเสนอหรือให้สัญญาว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บุคคลใดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย เว้นแต่จำเลยมิได้จัดการต่อการเรียกร้องนั้น เป็นข้อตกลงเพื่อป้องกันมิให้ผู้เอาประกันภัยไปตกลงชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น แต่กรณีนี้ ผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายต้องรับผิด จำเลยจะยกเอาเงื่อนไขดังกล่าวมาปัดความรับผิดไม่ได้ สรุป จากคำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้น เป็นการตีความตาม กรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะปฏิเสธความรับผิดที่ผู้เอาประกันภัยกับตนไปทำละเมิดบุคคลภายนอกแล้วชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้บุคคลภายนอกไปแล้ว โดยอ้างข้อตกลงว่าจะต้องได้รับความยินยอมจากตนก่อนตามกรมธรรม์ประกันภัยไม่ได้ จะอ้างได้เมื่อผู้เอาประกันภัยฝ่ายตนเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น*** (นอกจากนี้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ใกล้เคียงกัน คือ ฎีกาที่ ๒๕๗๐/๒๕๑๘,ฎีกาที่ ๙๐๔/๒๕๒๗ และ ฎีกาที่ ๗๖๖๔/๒๕๕๙) |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 08/09/2021 |
| |
สําหรับผู้ถูกเอาประกันชีวิตที่กรมธรรม์ขาดอายุ แต่บริษัทผู้รับประกันชีวิตต่ออายุให้ผู้ถูกเอาประกันชีวิตทำใบรับรองว่าสุขภาพดีเช่นเดิม ทั้งที่รู้ว่าตนป่วยเกี่ยวกับท้องและสุขภาพไม่สมบูรณ์ถือเป็นการปกปิด บริษัทผู้รับประกันภัยบอกล้าง สัญญาซึ่งเป็นโมฆียะได้ (ฎ.๔๕/๒๕๐๑) |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 08/09/2021 |
| |
ผู้รับประโยชน์ไม่มีหน้าที่เปิดเผยข้อความจริง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๕๔/๒๕๓๕ การที่สัญญาประกันชีวิตจะเป็นโมฆียะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๘๖๕ ต้องเป็นกรณีที่บุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของเขานั้นรู้อยู่แล้วละเว้นเสีย ไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจะจูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีกหรือให้บอกปัด ไม่ยอมทำสัญญา หรือว่ารู้อยู่แล้วแถลงข้อความนั้นเป็นความเท็จ ซึ่งกรณีตามคำฟ้องของโจทก์ บุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของเขานั้น คือ บุตรโจทก์ หาใช่โจทก์ ซึ่งเป็นเพียงผู้รับประโยชน์ไม่ ดังนั้น แม้โจทก์จะละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงที่บุตรโจทก์เป็นโรคลมชักให้จำเลยผู้รับประกันภัยทราบ ก็ไม่ทำให้สัญญาประกันชีวิตเป็นโมฆียะ |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 08/09/2021 |
| |
|
||
|
||
|
||
|
![]() |
||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||
| คำแนะนำ 1. เจาะหลัก สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา)อัพเดท 2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด) 3. ผู้ประสงค์ใช้งาน/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งาน กดดูข้อมูล ดาวน์โหลด ทุกครั้ง จึงจะใช้งานได้ 4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected] |