ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบผู้ช่วบผู้พิพากษา สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> ข้อ1-2 พยานแพ่ง (ป.วิ.พ. มาตรา 84-130 และมาตรา 177 วรรคสอง)


ชื่อข้อมูล : ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ1 วิชาพยาหลักฐาน ปี 2559
หมวด : ข้อ1-2 พยานแพ่ง (ป.วิ.พ. มาตรา 84-130 และมาตรา 177 วรรคสอง)
สิทธิใช้งาน : สำหรับ (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 



รายละเอียด

ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา

วิชาพยาหลักฐาน ปี 2559

--------------------

 

   ข้อ 1
           โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินแปลงหนึ่ง ตามสำเนาโฉนดที่ดินท้ายฟ้อง จำเลยที่ 1 บุกรุกเข้าไปปลูกสร้างโรงงานในที่ดินนั้นทางด้านทิศเหนือ เนื้อที่ 1 ไร่ และจำเลยที่ 2 บุกรุกเข้าไปปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัยในที่ดินนั้นทางด้านทิศใต้เนื้อที่ 1 ไร่ อันเป็นการละเมิด ขอให้ขับไล่รื้อถอนและชดใช้ค่าเสียหายคนละ 200,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า ที่ดินพิพาทด้านทิศเหนืออยู่ในเขตที่ดิน น.ส. 3 ของจำเลยที่ 1 ตามสำเนา น.ส. 3. ท้ายคำให้การ โฉนดที่ดินของโจทก์ออกทับที่ดินของจำเลยที่ 1 เนื้อที่ 1 ไร่ โฉนดที่ดินดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 มิได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การว่า ที่ดินพิพาท ด้านทิศใต้อยู่ในเขตที่ดิน ส.ค. 1 ของจำเลยที่ 2 ตามสำเนา ส.ค. 1 ท้ายคำให้การ มิใช่ของโจทก์ โจทก์ขอออกโฉนดที่ดินโดยไม่สุจริต หากศาลสั่งว่าที่ดินพิพาทด้านทิศใต้เป็นของโจทก์ จำเลยที่ 2 ก็ได้ แย่งการครอบครองมาโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่าสิบปีแล้ว โจทก์จึงไม่มี อำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
           ให้วินิจฉัยว่า

           (ก) คดีมีประเด็นข้อพิพาทว่าอย่างไร
           (ข) ภาระการพิสูจน์ในแต่ละประเด็นตกอยู่แก่ฝ่ายใด
           (ค) จำเลยที่ 2 นำสืบพยานหลักฐานว่าได้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทด้านทิศใต้มาเกินกว่าสิบปีแล้วได้หรือไม่

 ธงคำตอบ
           (ก) วิเคราะห์คำฟ้องและคำให้การแล้ว คดีมีประเด็นข้อพิพาท 3 ข้อ ว่า (1) โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทด้านทิศเหนือและถูกจำเลยที่ 1 บุกรุกเข้าครอบครองหรือไม่  (2) โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทด้านทิศใต้และถูกจำเลยที่ 2 บุกรุกเข้าครอบครองหรือไม่  และ (3) โจทก์เสียหายเพียงใด ส่วนข้อที่จำเลยที่ 2 ให้การว่า หากศาลสั่งว่าที่ดินพิพาทด้านทิศใต้ เป็นของโจทก์ จำเลยที่ 2 ก็ได้แยงการครอบครองมาโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ  เกินกว่าสิบปีแล้วนั้น เป็นคำให้การที่ขัดแย้งกับคำให้การส่วนแรกที่ได้ยืนยันว่าที่ดินพิพาทด้านทิศใต้มิใช่ของโจทก์ แต่อยู่ในเขตที่ดิน ส.ค. 1 ของจำเลยที่ 2 ดังนั้น คาให้การส่วนหลังนี้จึงเป็นคำให้การที่ไม่ซัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง ไม่ก่อให้เกิดประเด็น ข้อพิพาท (เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4704/2558)


           (ข) ในประเด็นข้อพิพาทข้อ (1) ว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท ด้านทิศเหนือและถูกจำเลยที่ 1 บุกรุกเข้าครอบครองหรือไม่ ทั้งโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างเป็นผู้มีชื่อในทะเบียนโฉนดที่ดินและน.ส. 3 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติของกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1373 มาใช้สันนิษฐานเป็นคุณแก่ฝ่ายใดได้ เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างว่าที่ดินพิพาทด้านทิศเหนือ ตามโฉนดที่ดินเป็นของโจทก์ แต่จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธไม่ยอมรับว่าเป็นของโจทก์ ทั้งยังต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทด้านทิศเหนืออยู่ในเขตที่ดิน น.ส. 3 ของจำเลยที่ 1 โฉนดที่ดินของโจทก์ออกทับที่ดินของจำเลยที่ 1 เนื้อที่ 1 ไร่ โฉนดที่ดินดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงต้องนำสืบให้เห็นว่าโฉนดที่ดินของโจทก์ถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยที่ดินตามโฉนดที่ดินนั้นเป็นของโจทก์ และการออกโฉนดที่ดินได้กระทำ ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายหรือไม่ ภาระการพิสูจน์จึงตกอยู่แก่ฝ่ายโจทก์
           ประเด็นข้อพิพาทข้อ (2) ว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในดินพิพาทด้านทิศใต้ และถูกจำเลยที่ 2 บุกรุกเข้าครอบครองหรือไม่ แม้จำเลยที่ 2 ให้การว่า ที่ดินพิพาทด้านทิศใต้อยู่ใน เขตที่ดิน ส.ค. 1 ของจำเลยที่ 2 โจทก์ขอออกโฉนดที่ดินโดยไม่สุจริตก็ตาม แต่เนื่องจากที่ดินพิพาท มีการออกโฉนดที่ดินมีชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา 1373 ว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ทั้งโฉนดที่ดินมีฐานะเป็นเอกสารมหาชนชนิดหนึ่ง จึงได้รับข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 127 ภาระการพิสูจน์ในประเด็นข้อนี้จึงตกอยู่แก่จำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84/1 (เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13058/2556)
           ส่วนประเด็นข้อพิพาทข้อ (3) ว่า โจทก์เสียหายเพียงใดนั้น โจทก์เป็นฝ่ายกล่าว อ้างจึงต้องมีภาระการพิสูจน์


           (ค) เมื่อคดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทเรื่องการครองครองปรปักษ์ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิที่จะนำสืบพยานหลักฐานว่าได้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทด้านทิศใต้มาเกินกว่าสิบปีแล้ว เพราะเป็นพยานหลักฐานที่ไม่เกี่ยวแก่ประเด็นที่คู่ความฝ่ายใดในคดีจะต้องนำสืบ ต้องห้ามมิให้นำสืบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคสอง (เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4704/2558)


----------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 749 ครั้ง
แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล

 

ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ1 วิชาพยาหลักฐาน ปี 2559 | เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ1-2 พยานแพ่ง (ป.วิ.พ. มาตรา 84-130 และมาตรา 177 วรรคสอง) ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากทีมงาน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่มผู้สนับสนุน ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 



ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 5 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน
  


  


เตรียมสอบผู้ช่วยฯ



 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. เจาะหลัก สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. ผู้ประสงค์ใช้งาน/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งาน กดดูข้อมูล ดาวน์โหลด ทุกครั้ง จึงจะใช้งานได้
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]