ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบผู้ช่วบผู้พิพากษา สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> ข้อ6 วิแพ่ง ภาค1 บททั่วไป (มาตรา 131-169/3 และมาตรา173 วรรคสอง (1)


ชื่อข้อมูล : มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 6 วิแพ่ง (มาตรา 143)
หมวด : ข้อ6 วิแพ่ง ภาค1 บททั่วไป (มาตรา 131-169/3 และมาตรา173 วรรคสอง (1)
สิทธิใช้งาน : สำหรับ (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 



รายละเอียด

   มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 6 วิแพ่ง

        มาตรา ๑๔๓ (ออกสอบ ข้อ ๖ ปี ๒๕๕๘ วรรคหนึ่ง) ถ้าในคำพิพากษาหรือคำสั่งใด มีข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ และมิได้มีการอุทธรณ์หรือฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น เมื่อศาลที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่งนั้นเห็นสมควร หรือเมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องร้องขอ ศาลจะมีคำสั่งเพิ่มเติมแก้ไขข้อผิดพลาด หรือข้อผิดหลงเช่นว่านั้นให้ถูกก็ได้ แต่ถ้าได้มีการอุทธรณ์หรือฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น อำนาจที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงนั้น ย่อมอยู่แก่ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี คำขอให้แก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงนั้น ให้ยื่นต่อศาลดังกล่าวแล้ว โดยกล่าวไว้ในฟ้องอุทธรณ์หรือฎีกา หรือโดยทำเป็นคำร้องส่วนหนึ่งต่างหาก

        การทำคำสั่งเพิ่มเติมมาตรานี้ จะต้องไม่เป็นการกลับหรือแก้คำวินิจฉัยในคำพิพากษาหรือคำสั่งเดิม

        เมื่อได้ทำคำสั่งเช่นว่านั้นแล้ว ห้ามไม่ให้คัดสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งเดิม เว้นแต่จะได้คัดสำเนาคำสั่งเพิ่มเติมนั้นรวมไปด้วย

 

คำพิพากษาฎีกาใหม่ (ยังไม่ออกสอบ)

       การแก้ไขคำพิพากษาในคดีอาญาซึ่งบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๐ ให้แก้ไขในเรื่องถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาดเท่านั้น หากเป็นเรื่องข้อผิดหลงเล็กน้อย ศาลก็ยังสามารถแก้ไขโดยใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓ ประกอบวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๑๕

 

       คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๖๑๘/๒๕๖๐*** ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๐ บัญญัติให้แก้ไขคำพิพากษาซึ่งอ่านแล้วได้เฉพาะถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาดเท่านั้น มิได้บัญญัติรวมถึงการแก้ไขกรณีมีข้อผิดหลงเล็กน้อยไว้เหมือนดังเช่น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓ ดังนี้ แม้คดีจะถึงที่สุดไปแล้ว แต่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลแก้ไขโดยลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยที่ ๑ และปรับลดโทษให้จำเลยทั้งสองด้วยเท่ากับว่าจำเลยทั้งสองร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิ่มเติมแก้ไข ข้อผิดพลาดนั้นให้ถูกต้องและคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขข้อผิดหลงนั้น ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓ ประกอบประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ เพราะมิใช่เป็นการกลับหรือแก้คำวินิจฉัยในคำพิพากษาเดิม ปัญหาเรื่องการไม่ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยที่ ๑ และปัญหาเรื่อง การกำหนดโทษให้จำเลยทั้งสองไม่ถูกต้องดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕   (อ่านต่อ...)

 


----------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 1039 ครั้ง
แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 9 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล

 

มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 6 วิแพ่ง (มาตรา 143) | เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ6 วิแพ่ง ภาค1 บททั่วไป (มาตรา 131-169/3 และมาตรา173 วรรคสอง (1) ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากทีมงาน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่มผู้สนับสนุน ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 



ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 5 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน
  


ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 6


        การแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ ตาม มาตรา ๑๔๓ สามารถกระทำได้แม้คดีจะถึงที่สุดไปแล้ว

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๑๒/๒๕๖๐ สำเนาคำฟ้องระบุวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๔๑ คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ระบุให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ร่วมกันรับผิดชําระหนี้ แก่โจทก์ทั้งสองพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๔๑) จนกว่าจะชําระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง ดังนี้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ร่วมกันชําระเงินให้โจทก์ทั้งสองพร้อมดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละ ๗.๕ ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๑) จนกว่าจะชําระเสร็จ จึงเป็นกรณีพิมพ์ปีพุทธศักราชผิดพลาดไปอันถือว่าเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยซึ่งไม่ใช่ข้อผิดพลาดในสาระสำคัญและจำเลยที่ ๓ ก็ทราบมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าโจทก์ทั้งสองขอดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๔๑) แม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถึงที่สุดแล้ว ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจเพิ่มเติมแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓ วรรคหนึ่ง เพราะการเพิ่มเติมแก้ไขคำพิพากษาในส่วนที่เป็นข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อยตามบทกฎหมายดังกล่าวจะกระทำเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วก็ได้



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 12/01/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 7


          คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๑๙๐/๒๕๔๗ ฟ้องโจทก์ระบุเนื้อที่ดินแต่ละแปลงของที่ดินทั้งสิบแปลงของโจทก์ที่ถูกเวนคืนไว้ด้วย รวมแล้วมีเนื้อที่ทั้งหมด ๘ ไร่ ๒ งาน ๘๘ ตารางวา แต่โจทก์ระบุว่า รวมแล้วเป็นเนื้อที่ ๙ ไร่ ๒ งาน ๘๔ ตารางวา ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยชําระเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มโดยคิดจากจำนวนเนื้อที่ที่โจทก์รวมผิดพลาดดังกล่าวในฟ้อง ต่อมาในชั้นบังคับคดีทั้งโจทก์และจำเลยแถลงข้อเท็จจริงตรงกันว่า ที่ดินของโจทก์มีจำนวนเนื้อที่ที่แท้จริงเพียง ๘ ไร่ ๒ งาน ๘๘ ตารางวา ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยชําระเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้นโดยคิดจากจำนวนเนื้อที่ ๙ ไร่ ๒ งาน ๘๘ ตารางวา อันเกิดจากการรวมเนื้อที่ดินที่ถูกเวนคืนผิดพลาดไปนั้น จึงเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือผิดหลงเล็กน้อยซึ่งไม่ใช่ข้อผิดพลาดในสาระสำคัญ แม้คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองดังกล่าวจะถึงที่สุดไปแล้ว ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจแก้ไขข้อผิดพลาดหรือผิดหลงนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓ วรรคหนึ่ง เพราะการเพิ่มเติมแก้ไขคำพิพากษาในส่วนที่เป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือผิดหลงเล็กน้อยตามบทกฎหมายดังกล่าวจะกระทำเมื่อคดี ถึงที่สุดแล้วก็ได้

 

        หมายเหตุ เรื่องนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์จึงมีข้อผิดพลาดด้วย จึงเป็นหน้าที่ของศาลอุทธรณ์ที่จะแก้ไขข้อผิดพลาด หรือข้อผิดหลงดังกล่าว



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 12/01/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 8


        ในชั้นบังคับคดี ถ้าปรากฏว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าวมีข้อผิดพลาด คู่ความก็สามารถร้องขอแก้ไขได้

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๐๖๑/๒๕๕๐ โจทก์ขอแก้ไขคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับเลขโฉนดที่ดิน เมื่อตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจ สำเนาหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน สำเนาโฉนดที่ดินและสำเนาหนังสือของสำนักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นเอกสารท้าย ฟ้องระบุชัดเจนว่า ที่ดินของโจทก์คือที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๒๔๘๙ หาใช่ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๒๔๙๘ ดังที่โจทก์กล่าวในฟ้องและในคำขอท้ายฟ้อง การที่โจทก์ขอแก้ไขคำพิพากษาในส่วนเลขโฉนดจากเลขที่ ๔๒๔๙๘ เป็นเลขที่ ๔๒๔๘๙ จึงเป็นการขอแก้ไขในรายละเอียดให้ชัดเจนถูกต้องตรงกับความเป็นจริง แม้จะอยู่ในชั้นบังคับคดีก็มิได้เป็นการเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาหรือเป็นการบังคับคดีนอกเหนือไปจากคำพิพากษาแต่อย่างใด ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 12/01/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 9


        การแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ เป็น อำนาจของศาลใด เป็นไปตามมาตรา ๑๔๓ วรรคหนึ่ง ตอนท้าย

        กล่าวคือ ถ้าเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจแก้ไข แต่ถ้าได้มีการอุทธรณ์หรือฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น อำนาจที่จะแก้ไขย่อมอยู่แก่ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้วแต่กรณี ถ้าคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ผิดพลาด ย่อมเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ที่จะแก้ไข หรือศาลฎีกาเป็นผู้แก้ไขเมื่อมีการยื่นฎีกา

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๘๐/๒๕๔๖ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๓๐๕๒ และ ๔๓๐๕๓ ออกขายทอดตลาด เป็นให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๓๐๕๑ และ ๔๓๐๕๒ ออกขายทอดตลาด แต่ขณะโจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าวโจทก์ได้ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว อำนาจที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อหลงผิดเล็กน้อยดังกล่าวย่อมอยู่แก่ศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓ วรรคหนึ่ง มิใช่อำนาจของศาลชั้นต้น



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 12/01/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 10


        คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๑๒๗/๒๕๔๐ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฟ้องให้โจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันรับผิดในค่าซ่อมรถให้แก่จำเลยที่ ๒ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และ รับผิดในค่าเสื่อมราคาและในค่าไม่มีรถใช้ในการประกอบกิจการค้าให้แก่จำเลยที่ ๑ รวมจำนวน ๑๒๑,๕๐๐ บาท และศาลชั้นต้นวินิจฉัยกำหนดให้โจทก์ที่ ๒ รับผิดในค่าซ่อมรถจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ค่าเสื่อมราคาและค่าไม่มีรถใช้ในการประกอบกิจการค้ารวมจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท แล้ว แต่ในคำพิพากษากลับระบุให้โจทก์ที่ ๒ ชําระเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แก่จำเลยที่ ๑ และชําระเงินจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท แก่จำเลยที่ ๒ เช่นนี้ย่อมเป็นการผิดหลงไปเล็กน้อยชอบที่ศาลชั้นต้นจะแก้ไขข้อผิดหลง เล็กน้อยนั้นได้

        จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขข้อผิดหลงเล็กน้อย ในคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง แต่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มิได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว กลับอุทธรณ์เฉพาะคำพิพากษาศาลชั้นต้นขอให้โจทก์ที่ ๑ ร่วมรับผิดด้วยเท่านั้น ดังนี้ แม้ต่อมาเมื่อศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาแก้เป็นว่าให้โจทก์ที่ ๑ ร่วมรับผิด และมิได้แก้ไขข้อผิดหลงเล็กน้อยดังกล่าว จำเลยทั้งสองก็มิได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ เพื่อให้แก้ไขข้อผิดหลงเล็กน้อยอีก เช่นนี้ การที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้แก้ไขข้อผิดหลงเล็กน้อยดังกล่าวของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย่อมไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓ ชอบที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสองเสีย แต่เมื่อคดีนี้ขึ้นมาสู่ศาลฎีกา (ชั้นขอแก้ไขคำพิพากษา) และปรากฏว่าคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองดังกล่าวมีข้อผิดหลง เล็กน้อย ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ผิดหลงเล็กน้อยดังกล่าว เสียให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓

        หมายเหตุ สำนวนนี้ศาลรวมพิจารณาเข้ากับสำนวนที่โจทก์ฟ้องจำเลย ศาลเรียกชื่อผู้ยื่นคำฟ้องสำนวนนี้ว่าจำเลย จึงต้องเขียนว่าจำเลยฟ้องโจทก์



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 12/01/2021




  


เตรียมสอบผู้ช่วยฯ



 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. เจาะหลัก สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. ผู้ประสงค์ใช้งาน/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งาน กดดูข้อมูล ดาวน์โหลด ทุกครั้ง จึงจะใช้งานได้
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]