ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบผู้ช่วบผู้พิพากษา สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> ข้อ9 วิแพ่ง ภาค3 อุทธรณ์ ฎีกา (มาตรา 223-252)


ชื่อข้อมูล : มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 9 วิแพ่ง (มาตรา 225)
หมวด : ข้อ9 วิแพ่ง ภาค3 อุทธรณ์ ฎีกา (มาตรา 223-252)
สิทธิใช้งาน : สำหรับ (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 



รายละเอียด

มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 9 วิแพ่ง

 

      มาตรา ๒๒๕[1] (ออกสอบ ข้อ ๙ ปี ๒๕๔๘ , ๒๕๕๑ วรรคสอง ,๒๕๕๕ วรรคหนึ่ง , ๒๕๕๗ วรรคหนึ่ง , ๒๕๕๘ วรรคหนึ่ง ,๒๕๖๐, ๒๕๖๒ วรรคหนึ่ง) ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างในการยื่นอุทธรณ์นั้นคู่ความจะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในอุทธรณ์และต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ทั้งจะต้องเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยด้วย (ออกสอบ ข้อ ๙ ปี ๒๕๕๕ ,๒๕๕๗ ,๒๕๕๘ , ๒๕๖๐ ,๒๕๖๒)

      ถ้าคู่ความฝ่ายใดมิได้ยกปัญหาข้อใดอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นหรือคู่ความฝ่ายใดไม่สามารถยกปัญหาข้อกฎหมายใด ๆ ขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้น เพราะพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ หรือเพราะเหตุเป็นเรื่องที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยกระบวนพิจารณาชั้นอุทธรณ์ คู่ความที่เกี่ยวข้องย่อมมีสิทธิที่จะยกขึ้นอ้างซึ่งปัญหาเช่นว่านั้นได้

 

[1] มาตรา ๒๒๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๓๔


----------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 824 ครั้ง
แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 13 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล

 

มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 9 วิแพ่ง (มาตรา 225) | เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ9 วิแพ่ง ภาค3 อุทธรณ์ ฎีกา (มาตรา 223-252) ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากทีมงาน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่มผู้สนับสนุน ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 



ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 5 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน
  


ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 1


         อุทธรณ์ไม่ชัดแจ้งเพราะมิได้โต้แย้งคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น หรือ ในกรณีฎีกามิได้โต้แย้งคัดค้านคำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๓๑๒/๒๕๕๖ คดีนี้ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงมาแล้ว ว่า โจทก์ชําระค่าเช่าซื้อล่าช้าอันเป็นการผิดนัดผิดสัญญา จึงเกิดเบี้ยปรับตามสัญญาจากการชําระค่าเช่าซื้อล่าช้านั้น แต่การที่จำเลยได้ยอมรับเอาค่าเช่าซื้อที่โจทก์ชําระล่าช้านั้น โดยมิได้สงวนสิทธิที่จะเรียกเอาเบี้ยปรับจากโจทก์ในเวลารับชําระหนี้ จำเลยจึงหมดสิทธิที่จะเรียกเอาเบี้ยปรับจากโจทก์ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๘๑ โจทก์มิได้อุทธรณ์ คดีในชั้นอุทธรณ์จึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยอีกต่อไปว่า โจทก์หรือจำเลยฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดสัญญา คงมีเฉพาะประเด็นข้อพิพาทในชั้นอุทธรณ์ว่า จำเลยได้สงวนสิทธิที่จะเรียกเอาเบี้ยปรับจากโจทก์หรือไม่ หรือจำเลยมีสิทธิเรียกเอาเบี้ยปรับตามสัญญาเช่าซื้อ แม้ไม่ได้สงวนสิทธิที่จะเรียกเอาเบี้ยปรับหรือไม่ แต่จำเลยไม่ได้อุทธรณ์โต้แย้งที่ศาลชั้นต้นพิพากษา มาเช่นนั้น จำเลยคงอุทธรณ์มาว่าโจทก์ชําระค่าเช่าซื้อล่าช้า จึงต้องรับผิดในเบี้ยปรับ ตามสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งเป็นข้อที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง

 



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 13/01/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 2


      คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๔๘/๒๕๓๙ ข้อความในฎีกาของโจทก์เป็นไปใน ทำนองเดียวกับที่จำเลย (น่าจะเป็นโจทก์) กล่าวไว้ในอุทธรณ์อันเป็นการโต้แย้ง คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลอุทธรณ์ก็ได้วินิจฉัยไว้โดยละเอียดแล้ว เมื่อข้อความที่โจทก์กล่าวในฎีกาไม่ได้โต้แย้งหรือคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบอย่างไร และที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง (นอกจากนี้ขอให้ดูคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๑๖๗/๒๕๓๙)



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 13/01/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 3


     คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๗๒๑/๒๕๓๙ เมื่อคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อ้างเหตุคนละอย่างกับเหตุที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย การที่จำเลยฎีกาโดยคัดลอกเอาข้อความที่อุทธรณ์มาเป็นฎีกาโดยไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไรที่ถูกแล้วศาลอุทธรณ์ควรวินิจฉัยอย่างไร จึงเป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง (ดูฎีกาที่ ๔๙๖๐/๒๕๕๑ , ๕๒๖๒/๒๕๕๔, ๑๑๕๐๙/๒๕๕๖ ๖๑๓๐/๒๕๕๗ และ ๔๓๖๓/๒๕๖๐)



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 13/01/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 4


อุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยอ้างอุทธรณ์ฉบับเดิมของจำเลย  

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๖๕/๒๕๓๗ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องแล้วในวันนัดจำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ต่อมา จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่าเสมียนทนายจดวันนัดผิดจึงไม่มาศาล ขอให้ทำการไต่สวน คำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นสั่งอุทธรณ์ว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาคดีแล้ว จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาและคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ ดังนี้เมื่ออุทธรณ์ของจำเลยมิได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ชัดแจ้งแต่อย่างไร เพียงแต่กล่าวถึงอุทธรณ์ของจำเลยซึ่งเคยยื่นไว้แต่เดิม ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้จึงชอบแล้ว (ดูคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๓๘/๒๔๙๔, ๙๐๗/๒๕๑๐)



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 13/01/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 5


       คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๔/๒๕๕๐ การอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งถึงรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริงในประเด็นแห่งคดีหรือปัญหาข้อกฎหมาย ว่ามีอยู่อย่างไร เพื่อศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ได้วินิจฉัยคดีตามข้ออุทธรณ์ได้ถูกต้องตามประเด็นที่โต้เถียงกัน ซึ่งต้องพิจารณาจากคำฟ้องคำให้การและประเด็นข้อพิพาทในคดีเป็นสำคัญ ไม่ใช่พิจารณาจากข้อเท็จจริงและการนำสืบของคู่ความ

        โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชําระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินที่แปลงหนี้มาจากราคา ที่ดินที่จำเลยซื้อจากโจทก์และตามหนังสือรับสภาพหนี้ จำเลยให้การว่าสัญญากู้ยืมเงิน และหนังสือรับสภาพหนี้เป็นเอกสารปลอม จำเลยไม่เคยรับเงินจากโจทก์ โจทก์เคยขาย ที่ดินให้แก่จำเลยและโจทก์รับเงินไปจากจำเลยแล้ว ประเด็นข้อพิพาทจึงมีว่าจำเลย ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์และหนังสือรับสภาพหนี้ให้แก่โจทก์หรือไม่ ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า หนี้เดิมระหว่างโจทก์และจำเลยระงับเพราะการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัว ลูกหนี้จากจำเลยเป็น อ. และ อ. ชําระหนี้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์ไปแล้วนั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้ ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 13/01/2021




  


เตรียมสอบผู้ช่วยฯ



 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. เจาะหลัก สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. ผู้ประสงค์ใช้งาน/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งาน กดดูข้อมูล ดาวน์โหลด ทุกครั้ง จึงจะใช้งานได้
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]