|
ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบผู้ช่วบผู้พิพากษา สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> ข้อ9 วิแพ่ง ภาค3 อุทธรณ์ ฎีกา (มาตรา 223-252)
ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 5 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน |
|
อุทธรณ์ไม่ชัดแจ้งเพราะมิได้โต้แย้งคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น หรือ ในกรณีฎีกามิได้โต้แย้งคัดค้านคำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์ คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๓๑๒/๒๕๕๖ คดีนี้ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงมาแล้ว ว่า โจทก์ชําระค่าเช่าซื้อล่าช้าอันเป็นการผิดนัดผิดสัญญา จึงเกิดเบี้ยปรับตามสัญญาจากการชําระค่าเช่าซื้อล่าช้านั้น แต่การที่จำเลยได้ยอมรับเอาค่าเช่าซื้อที่โจทก์ชําระล่าช้านั้น โดยมิได้สงวนสิทธิที่จะเรียกเอาเบี้ยปรับจากโจทก์ในเวลารับชําระหนี้ จำเลยจึงหมดสิทธิที่จะเรียกเอาเบี้ยปรับจากโจทก์ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๘๑ โจทก์มิได้อุทธรณ์ คดีในชั้นอุทธรณ์จึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยอีกต่อไปว่า โจทก์หรือจำเลยฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดสัญญา คงมีเฉพาะประเด็นข้อพิพาทในชั้นอุทธรณ์ว่า จำเลยได้สงวนสิทธิที่จะเรียกเอาเบี้ยปรับจากโจทก์หรือไม่ หรือจำเลยมีสิทธิเรียกเอาเบี้ยปรับตามสัญญาเช่าซื้อ แม้ไม่ได้สงวนสิทธิที่จะเรียกเอาเบี้ยปรับหรือไม่ แต่จำเลยไม่ได้อุทธรณ์โต้แย้งที่ศาลชั้นต้นพิพากษา มาเช่นนั้น จำเลยคงอุทธรณ์มาว่าโจทก์ชําระค่าเช่าซื้อล่าช้า จึงต้องรับผิดในเบี้ยปรับ ตามสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งเป็นข้อที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง
|
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 13/01/2021 |
| |
คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๔๘/๒๕๓๙ ข้อความในฎีกาของโจทก์เป็นไปใน ทำนองเดียวกับที่จำเลย (น่าจะเป็นโจทก์) กล่าวไว้ในอุทธรณ์อันเป็นการโต้แย้ง คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลอุทธรณ์ก็ได้วินิจฉัยไว้โดยละเอียดแล้ว เมื่อข้อความที่โจทก์กล่าวในฎีกาไม่ได้โต้แย้งหรือคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบอย่างไร และที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง (นอกจากนี้ขอให้ดูคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๑๖๗/๒๕๓๙) |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 13/01/2021 |
| |
คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๗๒๑/๒๕๓๙ เมื่อคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อ้างเหตุคนละอย่างกับเหตุที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย การที่จำเลยฎีกาโดยคัดลอกเอาข้อความที่อุทธรณ์มาเป็นฎีกาโดยไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไรที่ถูกแล้วศาลอุทธรณ์ควรวินิจฉัยอย่างไร จึงเป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง (ดูฎีกาที่ ๔๙๖๐/๒๕๕๑ , ๕๒๖๒/๒๕๕๔, ๑๑๕๐๙/๒๕๕๖ ๖๑๓๐/๒๕๕๗ และ ๔๓๖๓/๒๕๖๐) |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 13/01/2021 |
| |
อุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยอ้างอุทธรณ์ฉบับเดิมของจำเลย คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๖๕/๒๕๓๗ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องแล้วในวันนัดจำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ต่อมา จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่าเสมียนทนายจดวันนัดผิดจึงไม่มาศาล ขอให้ทำการไต่สวน คำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นสั่งอุทธรณ์ว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาคดีแล้ว จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาและคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ ดังนี้เมื่ออุทธรณ์ของจำเลยมิได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ชัดแจ้งแต่อย่างไร เพียงแต่กล่าวถึงอุทธรณ์ของจำเลยซึ่งเคยยื่นไว้แต่เดิม ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้จึงชอบแล้ว (ดูคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๓๘/๒๔๙๔, ๙๐๗/๒๕๑๐) |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 13/01/2021 |
| |
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๔/๒๕๕๐ การอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งถึงรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริงในประเด็นแห่งคดีหรือปัญหาข้อกฎหมาย ว่ามีอยู่อย่างไร เพื่อศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ได้วินิจฉัยคดีตามข้ออุทธรณ์ได้ถูกต้องตามประเด็นที่โต้เถียงกัน ซึ่งต้องพิจารณาจากคำฟ้องคำให้การและประเด็นข้อพิพาทในคดีเป็นสำคัญ ไม่ใช่พิจารณาจากข้อเท็จจริงและการนำสืบของคู่ความ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชําระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินที่แปลงหนี้มาจากราคา ที่ดินที่จำเลยซื้อจากโจทก์และตามหนังสือรับสภาพหนี้ จำเลยให้การว่าสัญญากู้ยืมเงิน และหนังสือรับสภาพหนี้เป็นเอกสารปลอม จำเลยไม่เคยรับเงินจากโจทก์ โจทก์เคยขาย ที่ดินให้แก่จำเลยและโจทก์รับเงินไปจากจำเลยแล้ว ประเด็นข้อพิพาทจึงมีว่าจำเลย ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์และหนังสือรับสภาพหนี้ให้แก่โจทก์หรือไม่ ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า หนี้เดิมระหว่างโจทก์และจำเลยระงับเพราะการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัว ลูกหนี้จากจำเลยเป็น อ. และ อ. ชําระหนี้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์ไปแล้วนั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 13/01/2021 |
| |
|
||
|
||
|
||
|
![]() |
||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||
| คำแนะนำ 1. เจาะหลัก สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา)อัพเดท 2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด) 3. ผู้ประสงค์ใช้งาน/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งาน กดดูข้อมูล ดาวน์โหลด ทุกครั้ง จึงจะใช้งานได้ 4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected] |