เน้นประเด็น มาตราที่ออกสอบแล้ว และมาตราที่น่าสนใจ เตรียมสอบอัยการผู้ช่วย
วิชา ศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง
...........................
พระราชบัญญัติ
จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง
พ.ศ. ๒๔๙๙
...........................
มาตรา ๔ (น่าออกสอบ***) (ออกสอบ ข้อ ๖ (ก) อัยการผู้ช่วย สนามใหญ่ ปี ๒๕๔๖/๒, ๒๕๕๗, ๒๕๖๐) ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับในศาลแขวง แต่ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้บังคับ ให้คงใช้กฎหมายว่าด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งบังคับ แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนและกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน
ข้อสังเกต (มีความยาก** ในการวินิจฉัยและปรับใช้กฎหมายอื่น)
(๑) ปี ๒๕๔๖/๒ มาตรา ๔ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๕
ธงคำตอบ ใช้เฉพาะส่วนมาตรา ๔ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เท่านั้น (๓ คะแนน) กล่าวคือ “เมื่อปรากฎว่าถูกฟ้องคดีเรื่องอื่นต่อศาลแขวงพระนครเหนืออยู่แล่ว แม้จะได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวไปต้องถือว่าอยู่ในอำนาจของศาลแขวงพระนครเหนือแล้ว พนักงานอัยการโจทก์จึงไม่จำต้องนำตัวมาศาลในขณะยื่นฟ้องคดีนี้ ตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาคดีอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๔ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๕”
(๒) ปี ๒๕๕๗ มาตรา ๔ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๐
ธงคำตอบ ใช้เฉพาะส่วนมาตรา ๔ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เท่านั้น กล่าวคือ “พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจสั่งไม่ฟ้องหรือสั่งยุติการดำเนินคดี หรือสั่งหใสอบสวนเพิ่มเติมตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้” ดังนั้น...(วินิจฉัย/ปรับบท...)
(๓) ปี ๒๕๖๐ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๔
ธงคำตอบ “การที่เจ้าหน้าที่ทหารรับตัวไปสอบถามและกักตัวไว้ ไม่ถือเป็นการจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๔”
มาตรา ๗ (เน้นออกสอบ****) (ออกสอบ ข้อ ๔ อัยการผู้ช่วย สนามเล็ก ปี วรรคสอง ๒๕๕๙, วรรคหก ๒๕๕๗) (ออกสอบ ข้อ ๖ (ก) อัยการผู้ช่วย สนามใหญ่ ปี ๒๕๔๑, ๒๕๔๔, ๒๕๔๖/๒, ๒๕๕๔, ๒๕๕๗, ๒๕๖๐ , ๒๕๖๓) ในการสอบสวนคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาได้ เมื่อมีการจับตัวผู้ต้องหาแล้ว ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการ เพื่อให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลแขวงให้ทันภายในกำหนดเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่ผู้ต้องหาถูกจับ แต่มิให้นับเวลาเดินทางตามปกติที่นำตัวผู้ต้องหาจากที่จับมายังที่ทำการของพนักงานสอบสวน จากที่ทำการของพนักงานสอบสวนหรือจากที่ทำการของพนักงานอัยการมาศาลเข้าในกำหนดเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงนั้นด้วย (ออกสอบ ข้อ ๖ (ข) อัยการผู้ช่วย สนามเล็ก ปี ๒๕๕๗) (ออกสอบ ข้อ ๕ (ก) อัยการผู้ช่วย สนามใหญ่ ปี ๒๕๔๖/๒)
ในกรณีที่ไม่มีการจับแต่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาแล้ว ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการพร้อมกับสั่งให้ผู้ต้องหาไปพบพนักงานอัยการเพื่อให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลแขวงให้ทันภายในกำหนดเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่ผู้ต้องหาได้รับแจ้งข้อหา แต่มิให้นับเวลาเดินทางตามปกติจากที่ทำการของพนักงานสอบสวนหรือจากที่ทำการของพนักงานอัยการมาศาลเข้าในกำหนดเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงนั้นด้วย (ออกสอบ ข้อ ๔ อัยการผู้ช่วย สนามเล็ก ปี ๒๕๕๙) (ออกสอบ ข้อ ๖ (ก) อัยการผู้ช่วย สนามใหญ่ ปี ๒๕๕๗, ๒๕๖๐ , ๒๕๖๓ + วิ.อาญา)
ในกรณีที่เกิดความจำเป็นไม่สามารถฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลให้ทันภายในกำหนดเวลาดังกล่าวในวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ แล้วแต่กรณี ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอผัดฟ้องต่อไปได้อีกคราวละไม่เกินหกวัน แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสามคราว ในการวินิจฉัยคำร้องเช่นว่านี้ ถ้ามีการขอให้ขังผู้ต้องหาด้วยหรือผู้ต้องหาแสดงตัวต่อศาล ให้ศาลสอบถามผู้ต้องหาว่าจะมีข้อคัดค้านประการใดหรือไม่ และศาลอาจเรียกพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการมาชี้แจงเหตุจำเป็น หรืออาจเรียกพยานมาเบิกความประกอบก็ได้ (ออกสอบ ข้อ ๖ (ข) อัยการผู้ช่วย สนามเล็ก ปี ๒๕๕๗ ขอผัดฟ้อง) (ออกสอบ ข้อ ๖ (ก) อัยการผู้ช่วย สนามใหญ่ ปี ๒๕๕๗, ๒๕๖๐)
เมื่อศาลสั่งอนุญาตให้ผัดฟ้องครบสามคราวแล้ว หากพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอผัดฟ้องต่อไปอีกโดยอ้างเหตุจำเป็น ศาลจะอนุญาตตามขอนั้นได้ก็ต่อเมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการได้แสดงถึงเหตุจำเป็นและนำพยานมาเบิกความประกอบจนเป็นที่พอใจแก่ศาล ถ้ามีการขอให้ขังผู้ต้องหาด้วยหรือผู้ต้องหาแสดงตัวต่อศาล ให้ศาลสอบถามผู้ต้องหาว่าจะมีข้อคัดค้านประการใดหรือไม่ ในกรณีเช่นว่านี้ ศาลมีอำนาจสั่งอนุญาตให้ผัดฟ้องต่อไปได้คราวละไม่เกินหกวัน แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสองคราว
ผู้ต้องหาจะแต่งทนายความเพื่อแถลงข้อคัดค้านและซักถามพยานก็ได้
ในระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน หากผู้ต้องหาซึ่งถูกแจ้งข้อหาได้หลบหนีไป ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบทำการสอบสวนต่อไปโดยเร็ว และถ้าการสอบสวนได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป โดยให้นำมาตรา ๑๔๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่ระยะเวลาการขอผัดฟ้องตามมาตรานี้ได้สิ้นสุดลงในระหว่างที่ผู้ต้องหาหลบหนี และพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง พนักงานอัยการอาจขออนุญาตฟ้องคดีต่ออัยการสูงสุดตามมาตรา ๙ ไว้ก่อนก็ได้ (ออกสอบ ข้อ ๖ (ข) อัยการผู้ช่วย สนามเล็ก ปี ๒๕๕๗)
ข้อสังเกต ตามวรรคหก คำว่า “โดยให้นำมาตรา ๑๔๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาใช้บังคับโดยอนุโลม” กล่าวคือ กรณีนี้จึงไม่ต้องส่งสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการ ตามมาตรา ๑๔๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 662 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|