ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบผู้ช่วบผู้พิพากษา สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> อัยการผู้ช่วย (สนามใหญ่ + เล็ก) วันที่ 3 วิ.ผู้บริโภค


ชื่อข้อมูล : เจาะประเด็น เน้นหลัก ฎีกาเด่น* วิชา กฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค เตรียมสอบอัยการผู้ช่วย ชุดที่1
หมวด : อัยการผู้ช่วย (สนามใหญ่ + เล็ก) วันที่ 3 วิ.ผู้บริโภค
สิทธิใช้งาน : สำหรับ (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : 361.41 Byte
   
 



รายละเอียด

เจาะประเด็น เน้นหลัก ฎีกาเด่น* วิชา กฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค เตรียมสอบอัยการผู้ช่วย ชุดที่1
---------------------------------------------------------------------
เจาะประเด็น เน้นหลัก ฎีกาเด่น เตรียมสอบอัยการผู้ช่วย
วิชา กฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค

---------------------------------------------------------------------
(เจาะประโยคทองคำ (Keywords) เน้นวลีกฎหมายที่ควรเขียนตอบข้อสอบ)

รายละเอียดพอสังเขป :-

-  ทยอยอัพเดท... ทบทวน เน้นประเด็นเตรียมตัวสอบสนาม อัยการผู้ช่วย และสนามอื่น ๆ ที่ใช้วิชานี้
-  เน้นประเด็นหลักกฎหมาย ฎีกาเด่น ฎีกาใหม่ ที่น่าออกสอบ วลีฎีกาที่ควรเขียน ควรเน้น พิเศษ Update! 
-  สกัดหลักประเด็นสำคัญ ที่น่าออกสอบเป็นพิเศษ เช่น ตัวอย่างข้อสอบ หลักกฎหมายพิสดาร ฎีกาเด่น ฎีกาเก็ง พร้อมออกสอบ* 


----------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 1031 ครั้ง
แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 9 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล

 

เจาะประเด็น เน้นหลัก ฎีกาเด่น* วิชา กฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค เตรียมสอบอัยการผู้ช่วย ชุดที่1 | เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย (สนามใหญ่ + เล็ก) วันที่ 3 วิ.ผู้บริโภค ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากทีมงาน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่มผู้สนับสนุน ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 



ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 5 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน
  


ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 4


วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค มาตรา 7, 39

 

        คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7567/2562  จำเลยขายห้องชุดให้แก่ผู้บริโภคโดยไม่ได้ระบุว่าใต้ห้องชุดดังกล่าวเป็นห้องสำหรับติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองตามสำเนาแบบแปลนและผังโครงการในเอกสารโฆษณาเสนอขาย แต่ระบุว่าใต้ห้องชุดของผู้บริโภคเป็นที่จอดรถ  จึงเป็นการแตกต่างกันในสาระสำคัญ มีผลกระทบต่อการพักอาศัยต่อผู้บริโภคโดยตรง การกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นการผิดสัญญาซื้อขายต่อผู้บริโภค ผู้บริโภคมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้แต่ผู้บริโภคไม่ได้มีคำขอดังกล่าว คงเรียกร้องให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาและให้เคลื่อนย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองออกไปติดตั้งที่แห่งอื่นเท่านั้นแต่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองติดตั้งไว้ที่อาคารชุดเป็นทรัพย์สินที่มีไว้เพื่อใช้หรือเพื่อประโยชน์ร่วมกันสำหรับเจ้าของรวมจึงเป็นทรัพย์ส่วนกลางตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 4  ซึ่งการเคลื่อนย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไปติดตั้งที่แห่งใหม่ถือเป็นการก่อสร้างอันเป็นการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหรือปรับปรุงทรัพย์ส่วนกลาง จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับมติจากคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคะแนนเสียงของเจ้าของร่วมทั้งหมด ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 48 (6) สภาพแห่งหนี้จึงไม่เปิดช่องโดยไม่อาจดำเนินการเคลื่อนย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองตามคำขอของโจทก์ได้
       อย่างไรก็ตาม การกระทำของจำเลยทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนมีผลกระทบต่อการพักอาศัยในห้องชุด ทั้งเรื่องกลิ่นควัน เสียง แรงสั่นสะเทือนและความปลอดภัย ยอมเป็นการทำละเมิดต่อผู้บริโภคมาโดยตลอด กรณีจึงเป็นเรื่องที่วิธีการบังคับตามคำขอของโจทก์ไม่เพียงพอต่อการเยียวยาความเสียหายตามฟ้อง ศาลมีอำนาจกำหนดวิธีการบังคับให้เหมาะสมได้แม้จะเกินกว่าที่ปรากฏในคำขอบังคับของโจทก์ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 39
        ศาลฎีกาเห็นควรกำหนดค่าเสียหายเป็นตัวเงินให้แก่ผู้บริโภคเป็นจำนวนเงิน 1 ล้านบาท และพฤติการณ์ของจำเลยในฐานะผู้ประกอบธุรกิจกระทำการดังกล่าวข้างต้น เป็นกรณีไม่นำพาต่อความเสียหายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภคและขาดความรับผิดชอบในฐานะผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน จึงเห็นควรกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงอีกเป็น 2 เท่าเป็นเงิน 2 ล้านบาท
รวมค่าเสียหายที่จำเลยต้องชดใช้แก่ผู้บริโภคเป็นเงิน 3 ล้านบาท
__________
ที่มา คำพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช 2562 เล่มที่ 11 หน้า 199 ถึง 204



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 11/11/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 5


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4039/2562 
         - สัญญาที่ทำขึ้นระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งห้า จำเลยทั้งห้าได้เห็นข้อความในสัญญาตั้งแต่ต้นแต่ไม่เคยโต้แย้งข้อสัญญาเรื่อง ข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดว่า โจทก์ไม่ต้องแจ้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยให้จำเลยที่ 1 ทราบ โดยให้ถือว่าจำเลยที่ 1 ยอมรับการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยแล้ว แต่เมื่อจำเลยทั้งห้าผิดนัดผิดสัญญาจนโจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้ เมื่อจำเลยทั้งห้าให้การก็มิได้ยกขึ้นต่อสู้เรื่องข้อสัญญาไม่เป็นธรรม เมื่ออุทธรณ์กลับหยิบยกขึ้นอุทธรณ์ โดยจำเลยทั้งห้าฎีกายอมรับว่า ไม่ได้อุทธรณ์ว่าข้อสัญญาไม่เป็นธรรมอย่างไร การที่จำเลยทั้งห้าไม่ได้ยกขึ้นอ้างในอุทธรณ์ให้ชัดแจ้งว่าข้อสัญญาดังกล่าวไม่เป็นธรรมด้วยเหตุใด อุทธรณ์ของจำเลยทั้งห้าในส่วนนี้จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่แจ้งชัด ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง
        - ในกรณีมีปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ เป็นอำนาจของประธานศาลอุทธรณ์เพียงผู้เดียวเป็นผู้วินิจฉัยและต้องมีการร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยภายในกำหนดเวลา ซึ่งคดีนี้คู่ความต้องร้องขออย่างช้าในวันชี้สองสถาน แต่จำเลยทั้งห้าไม่ได้โต้แย้งและขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคฯ มาตรา 8 โดยจำเลยทั้งห้ายอมดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยทั้งห้าตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันชี้สองสถาน จนคดีเสร็จการพิจารณาและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ถือว่าเป็นการให้สัตยาบันแก่การดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบของศาลชั้นต้นแล้ว ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคสอง



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 11/11/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 6


วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค

มาตรา 8

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7458/2562
 โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีพร้อมดอกเบี้ยเป็นคดีแพ่งสามัญ
จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค 
ในวันชี้สองสถาน จำเลยแถลงสละประเด็นข้อต่อสู้ดังกล่าว
ชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์ว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค อุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ 
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง คู่ความชอบที่จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นอย่างช้าในวันชี้สองสถานหรือในวันสืบพยานในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถานเพื่อให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยตามมาตรา 8 วรรคสอง
แม้จำเลยเคยยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคก็ตาม แต่จำเลยได้แถลงสละประเด็นข้อต่อสู้ดังกล่าวและไม่ขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น 
เท่ากับจำเลยยอมรับอำนาจของศาลชั้นต้นที่พิจารณาพิพากษาคดีนี้อย่างคดีแพ่งทั่วไปและไม่ได้ประสงค์ให้ใช้วิธีพิจารณาคดีนี้อย่างคดีผู้บริโภค
ทั้งเป็นการล่วงเลยเวลาที่จะพิจารณาปัญหานี้แล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ของจำเลย 
__________
ที่มา คำพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช 2562 เล่มที่ 11 หน้า 185 ถึง 190



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 11/11/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 7


วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค

มาตรา 44 วรรคหนึ่ง 

 

         คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7227/2562  ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของโครงการปรับปรุงพื้นที่ก่อสร้างอาคารต่างๆและจัดให้บุคคลทั่วไปรวมทั้งโจทก์เช่าพื้นที่เพื่อประกอบกิจการ โดยมีการประชาสัมพันธ์และมีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบการดำเนินการตกแต่งร้านค้าของตนเองให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 10 เมษายน 2555 โดยจำเลยทั้งสองจะไม่เก็บค่าเช่าใดๆ เปลี่ยนตั้งค่าส่วนกลางจนกว่าจะเปิดโครงการอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 พฤษภาคม 2555ต่อมาวันที่ 3 เมษายน 2555 โจทก์ทำสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการกับจำเลยทั้งสอง โจทย์ไม่ตกแต่งร้านค้าจนแล้วเสร็จรวมทั้งสั่งสินค้ามาขายแต่เมื่อถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2555 จำเลยทั้งสองไม่ได้จัดงานเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ โจทก์และผู้เช่ารายอื่นจึงร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแต่ตกลงกันไม่ได้ โจทก์จึงมีหนังสือขอยกเลิกสัญญาเช่าและสัญญาบริการถึงจำเลยทั้งสองและเรียกให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
        ปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 เป็นเพียงกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 และกระทำไปในขอบอำนาจจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จำต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่
        เห็นว่า พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ. ศ. 2551 มาตรา 44 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในคดีที่ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งถูกฟ้องเป็นนิติบุคคล หากข้อเท็จจริงปรากฏว่านิติบุคคลดังกล่าวถูกจัดตั้งหรือดำเนินการโดยไม่สุจริต หรือมีพฤติการณ์ฉ้อฉลหลอกลวงผู้บริโภค หรือมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของนิติบุคคลไปเป็นประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และทรัพย์สินของนิติบุคคลมีไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ตามฟ้อง เมื่อคู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควร ให้ศาลมีอำนาจเรียกหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้นหรือบุคคลที่มีอำนาจควบคุมการดำเนินงานของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบทรัพย์สินจากนิติบุคคลดังกล่าวเข้ามาเป็นจำเลยร่วม และให้มีอำนาจพิพากษาให้บุคคลเช่นว่านั้นร่วมรับผิดชอบในหนี้ที่นิติบุคคลมีต่อผู้บริโภคได้ด้วย..."
        ดังนี้บทบัญญัติดังกล่าวต้องได้ความว่า (1) นิติบุคคลซึ่งถูกฟ้องถูกจัดตั้งขึ้นหรือดำเนินการโดยไม่สุจริตหรือมีพฤติกรรมฉ้อฉลหลอกลวงผู้บริโภค หรือมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของนิติบุคคลไปเป็นประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
และ (2) ทรัพย์สินของนิติบุคคลมีไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ตามฟ้องด้วย
        คดีนี้แม้ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคจะวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ดำเนินการโดยไม่สุจริตหรือมีพฤติกรรมฉ้อฉลหลอกลวงผู้บริโภค #แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 มีไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ตามฟ้อง กรณีจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว
จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจดำเนินการแทนนิติบุคคลจำเลยที่ 1 และลงลายมือชื่อเป็นคู่สัญญากับโจทก์ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ให้โจทก์เช่าพื้นที่ในลักษณะกระทำเป็นการส่วนตัวอย่างไร สัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการตามฟ้องจึงเป็นนิติกรรมที่มีผลผูกพันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เท่านั้น  จำเลยที่ 2 หาจำต้องรับผิดต่อโจทก์เป็นการส่วนตัวไม่
__________
ที่มา คำพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช 2562 เล่มที่ 11 หน้า 152 ถึง 155



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 11/11/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 8


 วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค

มาตรา 12 

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6164/2562
 
ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด โจทก์เป็นลูกค้าจำเลยและขอเป็นผู้ถือบัตรเครดิตกับจำเลยเพื่อใช้แทนเงินสดในการชำระค่าสินค้าและบริการหรือใช้เบิกถอนเงินสดจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ 
โจทก์ใช้บัตรเครดิตดังกล่าวในการซื้อสินค้าและบริการแทนเงินสดเรื่อยมา โดยจำเลยแจ้งยอดบัญชีรายการใช้บัตรและวันกำหนดชำระให้โจทก์ทราบเป็นรายเดือน เพื่อให้โจทก์นำเงินมาชำระ 
โจทก์กล่าวอ้างว่ามีการนำบัตรเครดิตไปจ่ายค่าใช้บริการตามสัญญาใช้บริการโดยโจทก์มิได้ยินยอม โจทก์ได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจไว้เป็นหลักฐาน ร้องเรียนต่อสำนักคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและไปพบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง หลังจากนั้นโจทก์บอกเลิกการใช้บัตรเครดิตกับจำเลยแล้ว
แต่ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ไม่สามารถใช้บริการบัตรเครดิตได้และต้องการเลิกสัญญาเท่านั้น ภายหลังจากโจทก์ร้องเรียนเพื่อปฏิเสธการเรียกเก็บเงิน จำเลยก็ได้ตั้งพักการคิดดอกเบี้ยตั้งบัญชีในรายการที่โจทก์อ้างเพื่อตรวจสอบ พบว่าโจทก์เป็นผู้ใช้บัตรเครดิตชำระค่าบริการจริงโดยความยินยอมของโจทก์เอง 
ดังนี้ เมื่อในใบสมัครสมาชิกบัตรเครดิตมีข้อตกลงระบุว่าผู้ถือบัตรเครดิตตกลงยินยอมรับผิดชอบการชำระค่าซื้อสินค้าและบริการและหนี้ทั้งปวงที่เกิดขึ้นจากการใช้บัตร จำเลยจึงมีสิทธิหักผ่านบัญชีหรือถอนเงินในบัญชีของโจทก์เพื่อชำระหนี้ตามที่ตกลงไว้ในสัญญา 
อย่างไรก็ตาม ในส่วนหนี้ดอกเบี้ยและค่าใช้บริการตามสัญญาใช้บริการกับบริษัทที่จำเลยหักทอนบัญชีหรือถอนเงินในบัญชีของโจทก์เพื่อชำระหนี้นั้น พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. มาตรา 12 บัญญัติว่า "ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี ผู้ประกอบธุรกิจต้องกระทำด้วยความสุจริตโดยคำนึงถึงมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสมภายใต้ระบบธุรกิจที่เป็นธรรม"
เมื่อข้อเท็จจริงและความว่า จำเลยเพิ่งหักเงินจากบัญชีออมทรัพย์ของโจทก์โดยคิดอัตราดอกเบี้ยจากโจทก์ในอัตราสูงมาก จนยอดหนี้ท่วมเงินต้นค่าใช้บริการตามสัญญาใช้บริการที่โจทก์ขอแจ้งระงับมาก่อนหน้าเป็นเวลา 6 ปี ทั้งที่สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่จำเลยปลดการตั้งพักการคิดดอกเบี้ยทำบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่จำเลยกลับปล่อยเวลาล่วงเลยมาถึง 6 ปี หลังเกิดเหตุ
กรณีเห็นได้ว่าจำเลยใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและไม่คำนึงถึงมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสมภายใต้ระบบธุรกิจที่เป็นธรรม จำเลยจึงไม่มีสิทธิหักทอนบัญชีหรือถอนเงินในบัญชีของโจทก์เพื่อชำระหนี้ในส่วนนี้
__________
ที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช 2562 เล่มที่ 11 59 - 63



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 11/11/2021




  


เตรียมสอบผู้ช่วยฯ



 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. เจาะหลัก สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. ผู้ประสงค์ใช้งาน/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งาน กดดูข้อมูล ดาวน์โหลด ทุกครั้ง จึงจะใช้งานได้
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]