ฎีกาเด่น* วิชา สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม (อ.ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์) ภาคค่ำ 26 พ.ย.61 สัปดาห์ที่2 สมัยที่71 | สกัดหลัก-คำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาวที่น่าสนใจ (เอกสารเตรียมสอบ 3 สนาม) ที่ LawSiam.com :- ล่าสุด ย้อนกลับสู่หน้า >> เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่ม วิ.อาญา >> สรุปย่อ-สกัดหลักฎีกา ฯลฯ วิ.อาญา ภาค 6 (ม. 245 - 258) *ผู้ช่วยฯ

ชื่อข้อมูล: ฎีกาเด่น* วิชา สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม (อ.ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์) ภาคค่ำ 26 พ.ย.61 สัปดาห์ที่2 สมัยที่71
หมวด : สรุปย่อ-สกัดหลักฎีกา ฯลฯ วิ.อาญา ภาค 6 (ม. 245 - 258) *ผู้ช่วยฯ
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) กลุ่มที่ 10, 12 ,14 ,16 ,17, 18 กลุ่มรวม (ใช้งานทั้งหมด) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
 
 


กลุ่มเตรียมสอบ 3 สนาม (กฎหมายวิ.อาญา และ กฎหมายพิเศษ อื่นๆ)

รายละเอียดเบื้องต้น

ฎีกาเด่น* วิชา สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม สมัยที่71

อ.ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ ภาคค่ำ 26 พ.ย.61 สัปดาห์ที่2  

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ 9174/2560 (ฎีกาใหม่ น่าสนใจ) ผู้ตายแสดงความไม่พอใจที่จำเลยที่ 1 สนิทสนมกับ พ. ซึ่งเป็นคนรักเก่า และผู้ตายพูดท้าทายจำเลยที่ 1 ก่อน หลังจากนั้นผู้ตายและจำเลยที่ 1 ชกต่อยกัน เป็นกรณีที่ผู้ตายกับจำเลยที่ 1 สมัครใจวิวาทต่อสู้กัน ผู้ตายจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่ ส.บิดาผู้ตาย เด็กชาย น. และ ศ.บุตรทั้งสองคนของผู้ตายจะร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2 (4) และมาตรา 30 คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้บุคคลทั้ง 3 เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาสมควรสั่งเพิกถอนและมีคำสั่งใหม่ให้ถูกต้อง

        แม้ผู้ตายไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่ ส. บิดาของผู้ตายจะร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีอาญา แต่ถือได้ว่า ส. เป็นผู้เสียหายในทางแพ่งมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ ส.ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 44/1 ได้ ซึ่งคำพิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางแพ่งโดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าจำเลยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดหรือไม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 47 วรรคหนึ่งจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานฆ่าผู้ตาย แต่ผู้ตายกับจำเลยที่ 1 สมัครใจวิวาทต่อสู้กัน เป็นกรณีต่างฝ่ายต่างทำให้เกิดความเสียหายขึ้นซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 442 ให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา 223 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และโดยที่มาตรา 223 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า ถ้าฝ่ายผู้เสียหายได้มีส่วนทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งก่อให้เกิดความเสียหายด้วยไซร้ ท่านว่าหนี้อันจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ฝ่ายผู้เสียหายมากน้อยเพียงใดนั้นต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณ ข้อสำคัญก็คือว่าความเสียหายนั้นได้เกิดขึ้นเพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร และมาตรา 438 วรรคหนึ่งค่าสินไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้นให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด


        จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานฆ่าผู้ตาย จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เด็กชาย น.และเด็กชาย ศ. บุตรทั้งสองคนของผู้ตาย แม้บุตรทั้งสองคนของผู้ตายไม่ได้อุทธรณ์ฎีกา แต่ได้ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 44/1 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดอาญามีสิทธิยื่นคำร้องเข้ามาในคดีอาญาเพื่อให้ได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนโดยไม่ต้องไปฟ้องเป็นคดีแพ่งเช่นเดียวกับมาตรา 43 ซึ่งพนักงานอัยการมีสิทธิเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดอาญา
แต่ศาลล่างทั้งสองไม่ได้วินิจฉัยค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุตรทั้งสองคนของผู้ตายซึ่งได้รับความเสียหาย
        ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยให้โดย ไม่ต้องย้อนสำนวน

 

การขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมและการขอค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 30 และมาตรา 44/1

          คำพิพากษาฎีกาที่ 1935/2561 (ฎีกาใหม่ น่าสนใจ)  โจทก์ร่วมสมัครใจวิวาทกับจำเลย โจทก์ร่วมจึงมิใช่ผู้เสียหายในคดีอาญาโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2 (4) จึงไม่อาจขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีส่วนอาญาได้ แต่สำหรับคดีส่วนแพ่งที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 44/1 บัญญัติให้ผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายหรือจิตใจได้นั้นหมายถึงผู้ที่มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนโดยพิจารณาจากสิทธิในทางแพ่ง มิใช่นำเอาความหมายของคำว่าผู้เสียหายในคดีอาญามาใช้บังคับ แม้โจทก์ร่วมจะไม่อาจขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้ แต่ก็มีสิทธิเป็นผู้ร้องขอเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยได้

          ผู้ร้องและจำเลยสมัครใจต่อสู้กันถือได้ว่าต่างฝ่ายต่างก่อให้เกิดความเสียหายด้วยกัน แต่เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นซึ่งมีวิถีกระสุนกระจายเป็นวงกว้างยิงไปทางผู้ร้องจนกระสุนปืนถูกผู้ร้องได้รับอันตรายสาหัส ในขณะที่จำเลยไม่ถูกกระสุนปืนที่ร่างกายเลย ตามพฤติการณ์เป็นที่เห็นได้ว่าฝ่ายจำเลยเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายยิ่งกว่าฝ่ายผู้ร้อง จึงเห็นสมควรกำหนดให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ฝ่ายผู้ร้องกึ่งหนึ่งของค่าเสียหายทั้งหมด (อ่านต่อ...)

 


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 1719 ครั้ง

 


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

  




คำแนะนำ
1.สำหรับสมาชิกเตรียมสอบเนติฯ กลุ่มที่ 4, 6 และเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 2,3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
2. รองรับการใช้งานหลัก ผ่านคอมพิวเตอร์ (Brower : IE, Chorme, FireFox, Opera) , ระบบ แอนดรอย
3. สำหรับ Iphone/Ipad (safari ที่ติดมานั้น ไม่สามารถดาวโหลดไฟล์ ต้องใช้ App อื่นๆช่วยในการโหลด เช่น video player ,atomic web browser เป็นต้น) อ่านรายละเอียดคลิก!
4. คำแนะนำ วิธีแก้ไขปัญหา Internet Explorer (IE) ของท่านแสดงผลเว็บไซต์ผลไม่สมบูรณ์ คลิกที่นี่
5. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
6. หากประสงค์ใช้งาน หรือแนะนำ/พบปัญหา ติดต่อทีมงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ ทาง Email ที่ [email protected] (24ชั่วโมง)
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2569)