
เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามเล็ก)
หลักและทฤษฎีกฎหมายแพ่ง เรื่อง หักกลบลบหนี้ กับ หนี้เกลื่อนกลืนกัน
……..
หักกลบลบหนี้ (มาตรา 341 - 348)
การหักกลบลบหนี้ คือ การที่บุคคลสองคนต่างมีความผูกพันซึ่งกันและกันโดยมูลหนี้อันมีวัตถุเป็นอย่างเดียวกัน และหนี้ทั้งสองรายนั้นถึงกำหนดจะต้องชำระแล้ว ดังนั้นลูกหนี้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย่อมจะหลุดพ้นจากหนี้ของตนด้วยหักกลบลบกันได้เพียงเท่าจำนวนที่ตรงกันในมูลหนี้ทั้งสองฝ่ายนั้น เว้นแต่สภาพแห่งหนี้ฝ่ายหนึ่งจะไม่เปิดช่องให้หักกลบลบกันได้ (มาตรา 341 วรรคหนึ่ง)
หลักเกณฑ์สำคัญในการหักกลบลบหนี้ คือ
1.ต้องเป็นกรณีที่บุคคลสองฝ่าย ต่างมีความผูกพันซึ่งกันและกัน
2.มูลหนี้มีวัตถุแห่งหนี้เป็นอย่างเดียวกัน (เช่น หนี้เงินกับหนี้เงิน)
3.หนี้ทั้งสองรายนั้นถึงกำหนดชำระแล้ว
4.สภาพแห่งหนี้เปิดช่องให้หักกลบลบหนี้กันได้
การหักกลบลบหนี้ ไม่สามารถบังคับกันได้ หากเป็นการขัดกับเจตนาอันคู่กรณีได้ แสดงไว้ แต่เจตนาเช่นนี้ห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต (มาตรา 341 วรรคสอง)
ดังนั้น สิทธิเรียกร้องที่มีลักษณะต้องห้ามหักกลบลบหนี้ไม่ได้ คือ
1. สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้หักกลบลบหนี้กันได้ (มาตรา 341 วรรคหนึ่ง)
เช่น หนี้กระทําการหรืองดเว้นกระทําการ ไม่อยู่ในสภาพที่จะหักกลบลบหนี้กันได้
2. ขัดต่อเจตนาของคู่กรณี (มาตรา 341 วรรคสอง)
เช่น คู่กรณีตกลงกันว่าในการชําระหนี้แก่กันจะไม่นําหนี้รายอื่นมาหักกลบลบหนี้
3. สิทธิเรียกร้องที่มีข้อต่อสู้ หักกลบลบหนี้ไม่ได้ (มาตรา 344)
4.หนี้ที่เกิดขึ้นแต่การอันมิชอบด้วยกฎหมาย (มาตรา 345)
5.สิทธิเรียกร้องที่ศาลสั่งยึดไม่ได้ จะเอาไม่หักกลบลบหนี้ไม่ได้ (มาตรา 346)
6.หนี้ที่มีคําสั่งศาลสั่งห้ามลูกหนี้ชําระ (มาตรา 347)
7.หนี้ที่กฎหมายห้ามมิให้หักกลบลบหนี้
เช่น ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1119 วรรคสอง ซึ่ง บัญญัติว่าในการใช้เงินค่าหุ้นนั้น ผู้ถือหุ้น
จะหักหนี้กับบริษัทไม่ได้
วิธีการหักกลบลบหนี้ (มาตรา 342)
1.ทำได้โดยคู่กรณีฝ่ายหนึ่งแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง
2.การแสดงเจตนาเช่นนี้จะมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาเริ่มต้นหรือเวลาสิ้นสุดไม่ได้
3.เมื่อได้แสดงเจตนาแล้ว การแสดงเจตนามีผลย้อนหลังขึ้นไปจนถึงเวลาซึ่งหนี้
ทั้งสองฝ่ายนั้นจะอาจหักกลบลบกันได้เป็นครั้งแรก
4.การหักกลบลบหนี้นั้น แม้ว่าสถานที่ซึ่งจะต้องชำระหนี้ทั้งสองจะต่างกัน ก็หักกันได้
แต่ฝ่ายผู้ขอหักหนี้จะต้องใช้ค่าเสียหายให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเพื่อความเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใดอัน
เกิดแต่การนั้น (มาตรา 343)
- การหักกลบลบหนี้ตามมาตรา 341 ต้องเป็นกรณีที่บุคคลสองคนต่างเป็นหนี้ซึ่งกันและกัน
ถ้าฝ่ายหนึ่งเป็นหนี้เพียงฝ่ายเดียว ก็ไม่ใช่กรณีที่จะหักกลบลบหนี้กันได้ตามมาตรานี้ (ฎ.9787/2539)
- สิทธิเรียกร้องที่เกิดจากสัญญาฉบับเดียวกันไม่เข้าหลักเกณฑ์การหักกลบลบหนี้ตาม
ป.พ.พ.มาตรา 341 วรรคหนึ่ง (ฎ.145/2554)
ฎีกาที่ 145/2554 ความรับผิดของจําเลยที่ต้องชําระค่างานให้แก่โจทก์กับความรับผิดของโจทก์ที่จะต้องชําระค่าปรับแก่จําเลยเกิดจากสัญญาเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างผูกพันในหนี้อันเดียวกัน จึงหาใช่เป็นการหักกลบลบหนี้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 341 วรรคหนึ่ง เมื่อจําเลยและ โจทก์ต่างมีหนี้ที่ต้องชําระให้แก่กันในแต่ละคดี ซึ่งการบังคับคดีตามคําพิพากษาต้องกระทําแยกต่างหากจากกัน ดังนี้ จําเลยจะขอหักหนี้
ได้เพียงใดหรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดีต่อไป
ฎีกาที่ 3007/2551ผู้ที่จะหักกลบลบหนี้กันได้จะต้องเป็นบุคคลสองคนและมีความผูกพันซึ่งกันและกันโดยมูลหนี้อันมีวัตถุเป็นอย่างเดียวกัน แม้บริษัท น. จะเป็นบริษัทในเครือ เดียวกับจําเลยที่ 1 แต่บริษัท น.ก็เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากไปจากจําเลยที่ 1 มีผู้ถือหุ้นแตกต่างจากกัน การจัดทํางบดุลบัญชีแยกต่างหากจากกัน แม้บริษัท น.จะมีสิทธิเรียกร้องหรือเป็น เจ้าหนี้โจทก์อยู่ จําเลยที่ 1 ก็ไม่มีสิทธิที่จะไป
นําหนี้ดังกล่าวมาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่จําเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ ทั้งนี้เพราะหนี้สินระหว่างโจทก์กับบริษัท น.เป็นความผูกพันของโจทก์กับ บริษัท น. ส่วนหนี้ระหว่างโจทก์กับจําเลยที่ 1 เป็นความผูกพันระหว่างโจทก์กับจําเลยที่ 1 แยกต่างหากจากกันจะนํามาหักกลบลบหนี้กันไม่ได้
มูลหนี้ทั้งสองรายมีวัตถุเป็นอย่างเดียวกัน เช่น เป็นหนี้ให้ส่งมอบทรัพย์สินชนิดและประเภทเดียวกัน, หนี้เงินด้วยกัน
ดังนั้น ถ้ามูลหนี้มิได้มีวัตถุเป็นอย่างเดียวกัน ก็หักกลบลบหนี้กันไม่ได้ เช่น จําเลยต้อง
ชําระหนี้ให้โจทก์เป็นหนี้แบ่งทรัพย์สิน ส่วนโจทก์เป็นหนี้เงิน จําเลยหักกลบลบหนี้ไม่ได้
ฎีกาที่ 4895/2551 จําเลยเป็นหนี้ค่าจ้างชุบสีวงล้อรถจักรยานยนต์ซึ่งค้างชําระแก่โจทก์อันเป็นหนี้เงินส่วนโจทก์มีหนี้ที่ต้องส่งคืนวงล้อรถจักรยานยนต์ที่โจทก์ยังไม่ได้ทําการชุบสีให้แก่จําเลย แต่หนี้ดังกล่าวมิได้มีมูลหนี้อันเป็นวัตถุอย่างเดียวกันจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ เรื่องการหักกลบลบหนี้ตามป.พ.พ.มาตรา 341 เพียงแต่เป็นเรื่องที่จําเลยขอชําระหนี้ด้วยสิ่งของอื่นโดยนํามาตีราคาชําระหนี้
ตามมาตรา 321 ซึ่งจําเลยจะทําได้ก็ต่อเมื่อโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ ยินยอมตกลงด้วย
หนี้ทั้งสองรายนั้นถึงกําหนดชําระแล้ว เมื่อหนี้ทั้งสองรายถึงกําหนดชําระแล้วและ
ครบหลักเกณฑ์อื่น ฝ่ายหนึ่งขอหักกลบลบหนี้ได้โดยไม่จําต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง
ฎีกาที่ 5970/2555 ป.พ.พ.มาตรา 341 วรรคหนึ่ง มิได้กําหนดเงื่อนไขว่าการหักกลบลบหนี้จะต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งก่อน เมื่อหนี้ทั้งสองฝ่ายต่างมีวัตถุเป็นอย่าง เดียวกันคือเป็นหนี้เงินและต่างถึงกําหนดที่จะชําระแล้ว จําเลยที่ 1 ย่อมใช้สิทธิหักกลบ ลบหนี้ได้โดยไม่ต้องให้โจทก์ให้ความยินยอม
ฎีกาที่ 2163/2548 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 341 วรรคหนึ่ง ไม่ได้กำหนดว่าการหักกลบลบหนี้ระหว่างกันนั้นจะต้องได้รับความยินยอมของอีกฝ่ายหนึ่งก่อน เมื่อจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันในขณะเดียวกันโจทก์ก็เป็นลูกหนี้ของจำเลยตามมูลหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน และหนี้ดังกล่าวต่างก็ถึงกำหนดชำระแล้ว ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าขณะที่จำเลยทำสัญญาค้ำประกันหนี้ต่อโจทก์นั้นทั้งสองฝ่ายได้แสดงเจตนาไม่ให้นำหนี้ที่มีอยู่ต่อกันนั้นมาหักกลบลบกัน จำเลยจึงมีสิทธิที่จะนำหนี้ดังกล่าวมาหักกลบลบกันได้ โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์แต่ประการใด
การนําหนี้ขาดอายุความมาหักกลบลบหนี้ (มาตรา 344)
- สิทธิเรียกร้องใดยังมีข้อต่อสู้อยู่ สิทธิเรียกร้องนั้นไม่สามารถเอามาหักกลบลบหนี้ได้
และอายุความย่อมไม่ตัดรอนการหักกลบลบหนี้ แม้สิทธิเรียกร้องขาดอายุความแล้ว แต่ว่าในเวลาที่
อาจจะหักกลบลบกับสิทธิเรียกร้องฝ่ายอื่นได้นั้น สิทธิยังไม่ขาด (มาตรา 344 )
- สิทธิเรียกร้องที่มีข้อต่อสู้ หักกลบลบหนี้ไม่ได้
ฎีกาที่ 2852/2541 สิทธิในการหักกลบลบหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341จะต้องอยู่ในบังคับของมาตรา 344 ด้วย ดังนั้นหากสิทธิเรียกร้องใดยังมีข้อต่อสู้อยู่จะเอาสิทธิเรียกร้อง
ดังกล่าวมาหักกลบลบหนี้กันไม่ได้
- สิทธิเรียกร้องที่มีข้อต่อสู้ หมายถึง หนี้ที่ฝ่ายหนึ่งอ้างแต่อีกฝ่ายหนึ่งยังมีข้อโต้แย้ง
ไม่ยอมรับ แต่ต้องเป็นข้อโต้แย้งในสาระสําคัญด้วย
ฎีกาที่ 2163/2548 หนี้ที่ยังมีข้อต่อสู้ที่นำมาหักกลบลบหนี้ไม่ได้ตามมาตรา 344 หมายถึง หนี้ที่ฝ่ายหนึ่งอ้างแล้วอีกฝ่ายหนึ่งมีข้อโต้แย้งไม่ยอมรับในข้อสาระสำคัญ ซึ่งมีผลกระทบถึงความรับผิดในหนี้ ดังกล่าวหรือจำนวนหนี้ที่จะต้องรับผิด ซึ่งข้อความในเอกสารหมาย ล.7 หาได้มีข้อความตอนใด
ที่เป็นการปฏิเสธความรับผิด หรือโต้แย้งจำนวนหนี้ที่จะต้องรับผิดแต่อย่างใดไม่ กรณีจึงถือไม่ได้
ว่าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ยังมีข้อต่อสู้อยู่
- สิทธิเรียกร้องที่ขาดอายุความก็หักกลบลบหนี้กันได้ หากว่าในเวลาที่อาจจะหักกลบ
ลบหนี้กันสิทธิเรียกร้องยังไม่ขาดอายุความ
ฎีกาที่ 843/2516 จําเลยเป็นหนี้เงินกู้โจทก์ แต่โจทก์ก็เป็นหนี้ค่าจ้างว่าความจําเลย จําเลยย่อมอยู่ในฐานะที่จะขอหักกลบลบหนี้ได้ แม้จําเลยจะแสดงเจตนาขอหักกลบลบหนี้ ไปยังโจทก์แต่เพียงฝ่ายเดียวเมื่อสิทธิเรียกร้องค่าจ้างว่าความขาดอายุความแล้วก็ตาม ก็มีผลให้หนี้ของโจทก์และหนี้ของจําเลยหักกลบลบกันเมื่อหนี้ของทั้งสองฝ่ายถึงกําหนดชําระ
ฎีกาที่ 6961/2551 ธนาคารจําเลยหักบัญชีสะสมทรัพย์ของโจทก์เพื่อชําระหนี้บัตรเครดิตที่โจทก์ค้างชําระเป็นการใช้สิทธิตามข้อตกลงตามคําขอเป็นผู้ถือบัตรเครดิต มิใช่ เป็นการหักกลบลบหนี้ตาม
ป.พ.พ.มาตรา 344 โดยไม่มีข้อตกลงระหว่างกัน จําเลยจึงมีสิทธิที่จะหักบัญชีสะสมของโจทก์ได้ แม้หนี้บัตรเครดิตจะขาดอายุความแล้ว การกระทําของจําเลยจึงไม่เป็นการกระทําละเมิดต่อโจทก์
- การหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่ขาดอายุความแล้ว จะต้องเป็นกรณีที่เวลาที่อาจหักกลบ
ลบหนี้กันได้นั้นสิทธิเรียกร้องยังไม่ขาดอายุความ ถ้าลูกหนี้บัตรเครดิตนําเงินเข้าฝากในบัญชี
ภายหลังหนี้บัตรเครดิตขาดอายุความแล้ว เป็นกรณีที่เวลาที่อาจหักกลบลบหนี้กันได้นั้น หนี้บัตร
เครดิตขาดอายุความแล้ว การหักกลบลบหนี้ไม่ชอบด้วยมาตรา 344
ฎีกาที่ 4215/2552 ก่อนหนี้บัตรเครดิตขาดอายุความ 2 ปี จำเลยยังไม่ได้นำเงินเข้าฝากในบัญชีของจำเลยในธนาคารโจทก์ จำเลยเพิ่งนำเงินเข้าฝากภายหลังหนี้บัตรเครดิตขาดอายุความแล้ว ดังนั้น หากจำเลย นำเงินเข้าฝากในบัญชีดังกล่าวก่อนหนี้บัตรเครดิตขาดอายุความ และต่อมาโจทก์หักบัญชีเงินฝากชำระหนี้บัตรเครดิตภายหลังหนี้บัตรเครดิตขาดอายุความ จึงจะต้องด้วยบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 344 ซึ่งบัญญัติให้โจทก์หักกลบลบหนี้ได้ แม้คดีขาดอายุความแต่หากขณะหนี้บัตรเครดิตขาดอายุความ จำเลยยังไม่นำเงินเข้าฝากในบัญชี ย่อมไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะหักกลบลบหนี้ได้ ตามบทบัญญัติดังกล่าวกรณีของคดีนี้เทียบได้กับอย่างหลัง ดังนั้น ที่โจทก์หักบัญชีเงินฝากจำเลยชำระหนี้บัตรเครดิตภายหลังหนี้บัตรเครดิตขาดอายุความ โดยก่อนหน้านั้นจำเลยยังไม่ได้นำเงินเข้าฝากในบัญชีกับโจทก์ จึงไม่ชอบด้วยมาตรา 344
- หนี้รายใดเกิดแต่การอันมิชอบด้วยกฎหมายเป็นมูล ห้ามมิให้ลูกหนี้ถือเอาประโยชน์
แห่งหนี้รายนั้นเพื่อหักกลบลบหนี้กับเจ้าหนี้ (มาตรา 345 )
- สิทธิเรียกร้องรายใด ตามกฎหมายศาลจะสั่งยึดมิได้ สิทธิเรียกร้องรายนั้นหาอาจจะเอา
ไปหักกลบลบหนี้ได้ไม่ (มาตรา 346 )
- ลูกหนี้คนที่สามหากได้รับคำสั่งศาลห้ามมิให้ใช้เงินแล้ว จะยกเอาหนี้ซึ่งตนได้มาภายหลัง
แต่นั้นขึ้นเป็นข้อต่อสู้เจ้าหนี้ผู้ที่ขอให้ยึดทรัพย์นั้น ท่านว่าหาอาจจะยกได้ไม่ (มาตรา 347 )
- ถ้าคู่กรณีต่างฝ่ายต่างมีสิทธิเรียกร้องหลายรายอันควรแก่การที่จะใช้หักกลบลบหนี้ได้ไซร้
ฝ่ายผู้ที่ขอหักหนี้จะระบุก็ได้ว่าพึงเอาสิทธิเรียกร้องรายใดบ้างเข้าหักกลบลบกัน ถ้าการหักกลบลบ
หนี้ได้แสดงโดยมิได้ระบุเช่นนั้นก็ดี หรือถ้าระบุแต่อีกฝ่ายหนึ่งท้วงขัดข้องโดยไม่ชักช้าก็ดี ท่านให้นำ
บทบัญญัติแห่ง มาตรา 328 วรรค 2 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ถ้าฝ่ายที่ขอหักกลบลบหนี้ยังเป็นหนี้ค่าดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่อีกฝ่ายหนึ่งอยู่
นอกจากการชำระหนี้อันเป็นประธานนั้นด้วยไซร้ ท่านให้นำบทบัญญัติแห่ง มาตรา 329 มาใช้
บังคับโดยอนุโลม (มาตรา 348)
ฎีกาที่ 881/2544 จำเลยว่าจ้างโจทก์รักษาความปลอดภัยภายในบริษัทจำเลย ต่อมาจำเลยค้างชำระค่าจ้างโจทก์ 165,850 บาท ในช่วงดังกล่าวพนักงานของโจทก์กระทำละเมิดโดยขับรถยนต์โตโยต้าของจำเลยชนรถยนต์เบนซ์ภายในบริษัทจำเลย หลังเกิดอุบัติเหตุ พนักงานของโจทก์ได้แจ้งเรื่องให้โจทก์จำเลยทราบ ผู้แทนโจทก์ตกลงยินยอมรับผิดชอบในค่าเสียหายของรถยนต์ที่ถูกชน สำหรับรถยนต์
โตโยต้าผู้แทนโจทก์ตกลงกับจำเลยว่ายินยอมรับเป็นกรรมสิทธิ์ในราคา 470,000 บาท ดังนั้น เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นเพราะการทำละเมิดของพนักงานของโจทก์ ซึ่งผู้แทนโจทก์ยอมรับผิดชอบโจทก์จะว่าไม่มีผลผูกพันโจทก์หาได้ไม่ กรณีมิใช่เป็นเรื่องจำเลยแจ้งความประสงค์แห่งข้อเสนอเพียงฝ่ายเดียวให้โจทก์ชดใช้จำเลยจึงนำค่าเสียหายเกี่ยวกับรถยนต์โตโยต้ามาหักกลบลบหนี้ค่าจ้างที่จำเลยค้างชำระได้
หนี้เกลื่อนกลืนกัน (มาตรา 353)
หนี้เกลื่อนกลืนกัน คือ การที่สิทธิและความรับผิดในหนี้รายใดตกอยู่แก่บุคคลคนเดียวกัน
หนี้รายนั้นเป็นอันระงับสิ้นไป
แต่หากเข้าข้อยกเว้น ต่อไปนี้ ถือว่าหนี้ไม่ระงับ คือ
1.เมื่อหนี้นั้นตกไปอยู่ในบังคับแห่งสิทธิของบุคคลภายนอก หรือ
2.เมื่อสลักหลังตั๋วเงินกลับคืนตามความใน มาตรา 917 วรรคสาม
ฎีกาที่ 5758/2539 เมื่อสัญญาเช่าและสัญญาให้ใช้สิทธิเหนือพื้นดินระหว่างโจทก์จำเลยเป็นคำมั่น ในการซื้อขายทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง และโจทก์ก็ได้แสดงเจตนาจะซื้อที่พิพาทไปถึงจำเลยเป็นผลให้เกิดสัญญาผูกพันจำเลยที่จะต้องโอนขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ และเมื่อกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโอนไปเป็นของโจทก์แล้วโจทก์ย่อมรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ซึ่งรวมทั้งสิทธิที่จะเก็บค่าเช่าด้วย บุคคลหาอาจเป็นทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ของตนเองได้ไม่ กรณีเช่นนี้กฎหมายให้ถือว่าหนี้เป็นอันระงับด้วยเกลื่อนกลืนกันไปตามมาตรา 353 โดยโจทก์และจำเลยไม่ต้องมีการตกลงกันหรือแสดงเจตนาต่อกันเมื่อคำมั่น ในการซื้อขายเกิดเป็นสัญญาและสิทธิจะเก็บค่าเช่าจากที่พิพาทของจำเลยระงับแล้วจึงไม่มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าคำมั่นในการซื้อขายขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 569และตกเป็นโมฆะ
ฎีกาที่ 2659/2546
ตาม ป.พ.พ. หนี้ระงับสิ้นไปก็ต่อเมื่อลูกหนี้ได้ชำระหนี้ มีการปลดหนี้การหักกลบลบหนี้ การแปลงหนี้ใหม่ หรือการที่หนี้เกลื่อนกลืนกัน
ผู้ตายทำสัญญากู้เงินกับจำเลย 2 ครั้ง โดยผู้ตายยังชำระหนี้แก่โจทก์ไม่ครบถ้วนและไม่ปรากฏเหตุอย่างอื่นที่จะทำให้หนี้เงินกู้ดังกล่าวระงับ หนี้เงินกู้ที่ผู้ตายจะต้องรับผิดต่อโจทก์จึงยังไม่ระงับ การจำนองซึ่งเป็นหนี้อุปกรณ์จึงยังไม่ระงับสิ้นไป
โจทก์รับโอนกิจการจากธนาคาร ม. มาเป็นของโจทก์ โจทก์จึงต้องรับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่
ของธนาคาร ม. เมื่อธนาคาร ม. เจ้าหนี้รู้ถึงการตายของผู้ตายตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2539 ต้องถือว่า
โจทก์ได้รู้แล้วด้วย เมื่อนับถึงวันฟ้องวันที่ 28 มีนาคม 2543 เกินกำหนด 1 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ
และเป็นเหตุให้หนี้อุปกรณ์คือผู้ค้ำประกันที่จำเลยที่ 1 ได้ทำไว้ต่อโจทก์หลุดพ้นไปด้วย แต่เนื่องจาก
สัญญากู้เงินรายนี้มีการนำทรัพย์สินมาจำนองเป็นประกันไว้แม้หนี้สินตามสัญญากู้เงินอันเป็นหนี้ประธาน
จะขาดอายุความ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ด้วยการรับโอนสิทธิมาจากเจ้าหนี้เดิมย่อมใช้สิทธิบังคับเอาจาก
ทรัพย์สินที่จำนองได้ตามบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสาม ประกอบมาตรา 193/27 และคง
บังคับได้แต่เฉพาะทรัพย์สินที่จำนองเท่านั้น หาอาจบังคับถึงทรัพย์สินอื่นของผู้ตายได้ด้วยไม่ แม้สัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันจะมีข้อความระบุให้เจ้าหนี้มีสิทธิยึดทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้มาชำระหนี้
ได้ในกรณีที่ทรัพย์สินที่จำนองไม่พอชำระก็ตาม
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 2593 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|