
เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามเล็ก)
หลักและทฤษฎีกฎหมายแพ่ง
การชำระหนี้พ้นวิสัย กับ นิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการพ้นวิสัย
……..
การชำระหนี้พ้นวิสัย
การชำระหนี้พ้นวิสัย คือ นิติกรรมที่ก่อให้เกิดหนี้มีผลสมบูรณ์ ลูกหนี้มีหนี้ที่ต้องชำระแก่เจ้าหนี้แต่ต่อมาภายหลังปรากฎว่าการชำระหนี้ที่ลูกหนี้ต้องปฏิบัตินั้นกลายเป็นการพ้นวิสัยที่จะชำระหนี้ได้ ซึ่งแตกต่างจากนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการพ้นวิสัย ตามมาตรา 150
นิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการพ้นวิสัย ตามมาตรา 150 นั้น เป็นกรณีที่ นิติกรรมที่ทำขึ้นเป็นโมฆะ ไม่ก่อให้เกิดหนี้มาตั้งแต่แรก เช่น ทำสัญญาซื้อขายม้าตัวสีขาว แต่ขณะทำสัญญาม้าตัวสีขาว
ได้ตายไปแล้ว ดังนั้นสัญญาซื้อขายจึงมีวัตถุประสงค์เป็นการพ้นวิสัย เป็นโมฆะ ไม่เกิดหนี้ต่อกัน
การชําระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย หมายถึง ลูกหนี้ตกอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถชําระหนี้ได้
อย่างเด็ดขาดเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งที่เกิดขึ้นภายหลังก่อหนี้
แบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ
1. กรณีที่ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ (มาตรา 218)
2. กรณีลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ (มาตรา 219)
การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย กรณีที่ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ (มาตรา 218)
ถ้าการชําระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ
ลูกหนี้ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เจ้าหนี้เพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การไม่ชําระหนี้ (มาตรา 218 วรรคหนึ่ง)
ถ้าการชําระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยแต่เพียงบางส่วนถ้าหากส่วนที่ยังเป็นวิสัยจะทําได้นั้นจะเป็น
อันไร้ประโยชน์แก่เจ้าหนี้แล้ว เจ้าหนี้จะไม่ยอมรับชําระหนี้ส่วนนั้นและเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อการ
ไม่ชําระหนี้เสียทั้งหมดก็ได้ (มาตรา 218 วรรคสอง)
การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย กรณีลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ (มาตรา 219)
ถ้าการชําระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย เพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งเกิดภายหลังที่ได้ก่อหนี้
และซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ ลูกหนี้เป็นอันหลุดพ้นจากการชําระหนี้ (มาตรา 219 วรรคหนึ่ง)
ถ้าภายหลังก่อหนี้แล้วนั้น ลูกหนี้กลายเป็นคนไม่สามารถจะชําระหนี้ได้ ให้ถือเสมือนว่าเป็น
พฤติการณ์ที่ทําให้การชําระหนี้ตกเป็นอันพ้นวิสัย (มาตรา 219 วรรคสอง)
ทั้งมาตรา 218 และมาตรา 219 ต้องเป็นเรื่องการชําระหนี้เป็นพ้นวิสัยภายหลังทําสัญญาเท่านั้นถ้าเกิดขึ้นก่อนหรือในขณะทําสัญญา เป็นเรื่องสัญญาซึ่งเป็นนิติกรรมมีวัตถุประสงค์เป็นการพ้นวิสัย
ทําสัญญานั้นเป็นโมฆะตามมาตรา 150 ทันที ไม่ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ตามมาตรา 218, 219 อีก
- การชําระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยต้องเป็นเหตุให้ไม่สามารถชําระหนี้ได้อย่างเด็ดขาด และถาวรมิใช่เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น
ฎีกาที่ 330/2538 โจทก์ทําสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและอาคารพิพาทจากจําเลยหลังจากทําสัญญาเจ้าพนักงานสํานักงานเขตยานนาวามีคําสั่งไม่อนุญาตให้จําเลยก่อสร้างอาคารตามสัญญาดังกล่าว จําเลยได้ยื่นคําคัดค้านและอุทธรณ์ ต่อมาแม้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่อนุญาต แต่จําเลยก็ได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์อีก เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยและมีคําสั่งแต่อย่างใด กรณีจึงยังไม่เป็นเหตุสุดวิสัยที่ทําให้จําเลย ไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายได้ จําเลยยังไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาแก่โจทก์
ฎีกาที่ 1185/2533 จําเลยนํารถยนต์เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยจําเลยทําสัญญาไว้ต่อโจทก์ว่าจะส่งมอบรถยนต์ดังกล่าวกลับออกไปภายในเวลาที่กําหนด มิฉะนั้นจําเลยยอมรับผิดชําระเงินแก่โจทก์ การที่จําเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญา อ้างว่าเป็นการพ้นวิสัยเนื่องจากประเทศที่จําเลยจะส่งมอบรถยนต์กลับออกไปตามสัญญานั้นเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยใช้ลัทธิการปกครองแตกต่างกับประเทศไทย จําเลยไม่กล้านํารถยนต์กลับออกไปยังประเทศดังกล่าว ดังนี้ เป็นเพียงจําเลยไม่กล้านํารถยนต์กลับออกไป
เท่านั้น ไม่ใช่จําเลยกระทําไม่ได้ การชําระหนี้ของจําเลยไม่เป็นการพ้นวิสัย จําเลยต้องชําระเงินแก่โจทก์
- สัญญาจะซื้อขายที่ดินเพียงแต่มีผู้อ้างว่าที่ดินเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเท่านั้นไม่เป็น
การชําระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย (ฎ.7185/2540)
- การเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจของประเทศ จะถือเป็นการชําระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยได้หรือไม่
ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป (ฎ.3506/2546,3776/2549)
- แต่การประกอบธุรกิจการค้าโดยทั่ว ๆ ไป ย่อมมีกําไรหรือขาดทุนได้ จําเลยจึงไม่อาจอ้างเหตุดังกล่าวเพื่อให้ตนหลุดพ้นการชําระหนี้ได้ (ฎ.1678/2546)
- ลูกหนี้จะอ้างว่าสินค้าที่ต้องส่งมอบให้เจ้าหนี้มีราคาสูงขึ้นมากทําให้ลูกหนี้ขาดทุนมาเป็น
ข้ออ้างว่าทําให้การชําระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยไม่ได้ (ฎ.2653/2526)
- สัญญาว่าจ้างก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างข้ออ้างที่ว่าวัสดุก่อสร้างมีราคาสูงขึ้นไม่ใช่การชําระหนี้
ตกเป็นพ้นวิสัย (ฎ.2829/2522)
- การชําระหนี้ที่มีวัตถุแห่งหนี้เป็นการส่งมอบทรัพย์ และลูกหนี้ไม่อาจส่งมอบทรัพย์ให้แก่
เจ้าหนี้ได้เนื่องจากทรัพย์สูญหายหรือถูกทําลายหรือโดยประการอื่น ปัญหาว่าการชําระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยหรือไม่นั้นต้องพิจารณาว่าทรัพย์ที่ต้องส่งมอบนั้น เป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งหรือไม่ ถ้าเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งและทรัพย์นั้นสูญหายหรือถูกทําลายลง ถือว่าการชําระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย
เช่น โจทก์ตกลงให้จําเลยสีข้าวเปลือกให้เป็นข้าวสาร โดยจําเลยได้รับค่าตอบแทนเป็นปลายข้าวและรําข้าว เมื่อได้สีข้าวเปลือกเป็นข้าวสารแล้วข้าวสารที่ได้ย่อมเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง
ฎีกาที่ 1074/2546 การที่โจทก์ส่งมอบข้าวเปลือกให้จําเลยสีเป็นข้าวสารแล้วส่งคืนข้าวสารแก่โจทก์โดยโจทก์ให้ค่าตอบแทนแก่จําเลยเป็นปลายข้าวและรําข้าวนั้น ถือว่าเป็น สัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่ง จําเลยมีหน้าที่จะต้องนําข้าวเปลือกจํานวนที่ได้รับมอบจาก โจทก์อันกําหนดไว้จํานวนแน่นอนมาดําเนินการสีเป็นข้าวสารส่งมอบให้แก่โจทก์ ต่อมาเกิด ไฟไหม้โรงสีของจําเลยซึ่งขณะนั้นในโรงสีไม่มีข้าวเปลือกมีแต่ข้าวสาร แสดงว่าข้าวสารที่ จําเลยจะต้องส่งมอบแก่โจทก์นั้นเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งแล้ว ฉะนั้นการที่จําเลยไม่สามารถส่งมอบข้าวสารดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้เพราะเหตุไฟไหม้ที่ไม่ปรากฏว่าเกิดจากการกระทําของผู้ ใด จึงถือไม่ได้ว่าเหตุไฟไหม้นั้นเนื่องมาจากพฤติการณ์ที่จําเลยต้องรับผิดชอบการชําระหนี้ของจําเลยด้วยการส่งมอบข้าวสารแก่โจทก์ย่อมกลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่ลูกหนี้ไม่ต้อง
รับผิดชอบตาม ป.พ.พ.มาตรา 219 วรรคหนึ่ง
ส่วนกรณีที่จําเลยผิดนัดในการส่งมอบข้าวสาร แม้การชําระหนี้จะกลายเป็นพ้นวิสัยนั้น
ปรากฏว่าการที่จําเลยจะต้องส่งข้าวสารคืนแก่โจทก์นั้น ต้องรอคําสั่งจากโจทก์ว่าจะให้ส่งไปจํานวนเท่าใด
เมื่อโจทก์ยังมิได้เรียกให้จําเลยส่งมอบข้าวสารแก่โจทก์ จึงถือไม่ได้ว่าจําเลยผิดนัดในการส่งมอบข้าวสาร
แก่โจทก์อันจะต้องรับผิดตาม ป.พ.พ.มาตรา 217 จําเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
อย่างไรก็ตาม แม้ทรัพย์ที่ต้องส่งมอบไม่ใช่ทรัพย์เฉพาะสิ่ง แต่ตามสัญญากําหนดไว้
โดยเจาะจงว่าจะต้องนํามาจากแหล่งใด หากมีเหตุที่ทําให้ไม่สามารถนําทรัพย์จากที่นั้นมาส่งมอบให้ได้
ก็ถือว่าการชําระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยได้
ฎีกาที่ 149/2539 จําเลยทําสัญญาขายไม้พื้นทําถ่านในป่าที่จัดสรรบ้านโนนทองแต่จําเลยไม่ส่งมอบไม้ให้โจทก์ตามสัญญาเพราะมีคําสั่งกระทรวงเกษตร ฯ ให้สัมปทานทําไม้ในเขตป่าไม้ที่จําเลยจะทําไม้พื้นเพื่อส่งมอบให้โจทก์สิ้นสุดลง การชําระหนี้ของจําเลยจึงตกเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมิได้ ซึ่งเป็นผลทําให้จําเลย หลุดพ้นจากการชําระหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 219 แต่จําเลยไม่มีสิทธิจะได้รับชําระหนี้ตอบ แทนตามมาตรา 372 วรรคหนึ่ง และโจทก์มีสิทธิเรียกเงินมัดจําคืนจากจําเลยข้อสังเกต เรื่องนี้ ไม้ที่ตกลงซื้อขายยังไม่เป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งเพราะยังไม่ได้ระบุว่าเป็นไม้
จํานวนใด แต่เมื่อมีข้อตกลงกันว่าไม้ที่ซื้อขายกันต้องเป็นไม้ที่ตัดจากป่าที่จําเลยได้รับสัมปทานเป็นการ
ระบุแหล่งที่มาของไม้ไว้เป็นการเฉพาะเจาะจง เมื่อกระทรวงเกษตรฯ ให้สัมปทานของจําเลยสิ้นสุดลง
จึงถือได้ว่าการชําระหนี้ส่งมอบไม้ของจําเลยตกเป็นพ้นวิสัยเพราะ เหตุจะโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้
การชําระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยกรณีอื่น ๆ เช่น ลูกหนี้โอนสิทธิการเช่าให้เจ้าหนี้ไม่ได้ เพราะผู้ให้เช่าไม่ยินยอมเป็นการชําระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุอันจะโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้ ลูกหนี้หลุดพ้นการชําระหนี้ กล่าวคือไม่ต้องโอนสิทธิการเช่าให้เจ้าหนี้ตามมาตรา 219 ขณะเดียวกันลูกหนี้ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าโอนตามมาตรา 372 ถ้ารับไว้แล้วก็ต้องคืนให้แก่เจ้าหนี้
ฎีกาที่ 545/2532 จําเลยทําสัญญาโอนสิทธิการเช่าที่ดินจากวัดให้โจทก์แต่จําเลยโอนสิทธิการเช่าที่ดินให้โจทก์ไม่ได้เนื่องจากทางวัดไม่ยินยอมให้โอน ดังนี้ ถือได้ว่าการชําระหนี้ระหว่างโจทก์และจําเลยตกเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมิได้ โจทก์และจําเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้ตอบแทนกัน ย่อมไม่มีสิทธิได้รับชําระหนี้ซึ่งกันและกัน เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว จําเลยต้องคืนเงินที่ได้รับไว้แก่โจทก์และโจทก์ก็ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าปรับจากจําเลย
ผลการชําระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ
ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยจะทำได้เพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งลูกหนี้ต้อง
รับผิดชอบไซร้ ท่านว่าลูกหนี้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เจ้าหนี้เพื่อค่าเสียหายอย่างใดๆ
อันเกิดแต่การไม่ชำระหนี้นั้น (มาตรา 218 วรรคแรก)
เช่น สัญญาเช่าซื้อที่ยังไม่เลิกกันและยังมีผลบังคับอยู่แต่ที่ผู้ให้เช่าซื้อมายึดทรัพย์ที่เช่าซื้อคืนไป ผู้ให้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อคืนแก่ผู้เช่าซื้อ การที่ผู้ให้เช่าซื้อนําทรัพย์นั้นไปขายต่อให้ผู้อื่นจึงไม่อาจนํามาส่งมอบให้ผู้เช่าซื้อได้ ถือว่าเป็นการพ้นวิสัยที่จะนําทรัพย์นั้นมาคืนแก่ผู้เช่าซื้อได้เพราะพฤติการณ์ที่ผู้ให้เช่าซื้อต้องรับผิดชอบ ผู้ให้เช่าซื้อจึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เช่าซื้อ(ฎ.7406/ 2548)
แต่ถ้าเป็นการชําระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบลูกหนี้ย่อมหลุดพ้นจากการชําระหนี้ตามมาตรา 219 และกรณีเช่นนี้เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อการไม่ชําระหนี้ตามมาตรา 215 (ฎ.7408/2548)
ฎีกาที่ 3405/2560 วัตถุประสงค์แห่งหนี้ตามบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาเช่าช่วง ระหว่างโจทก์กับจําเลยคือโจทก์ได้รับการต่ออายุสัญญาเช่าช่วงที่ราชพัสดุออกไปอีก 25 ปี ส่วน จําเลยได้รับเงินตอบแทนค่าเสียผลประโยชน์ในการให้เช่าช่วงจากโจทก์ แต่เมื่อกระทรวง การคลังนําที่ดินราชพัสดุพร้อม
สิ่งปลูกสร้างให้บริษัท อ.เช่าเพราะพฤติการณ์ของจําเลยที่ละ เลยไม่ทําสัญญาเช่าที่พิพาทกับกระทรวง
การคลังเพราะเห็นว่าผลได้ไม่คุ้ม การชําระหนี้ตาม บันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาเช่าช่วงจึงตกเป็นพ้นวิสัย
เพราะพฤติการณ์อันจําเลยต้องรับผิด ชอบตาม ป.พ.พ. มาตรา 378 (3) เงินมัดจําที่จําเลยรับไว้จากโจทก์
จําเลยต้องคืนแก่โจทก์
ฎีกาที่ 19800/2557 สัญญาจ้างเหมาช่วงเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างหลัก เมื่อศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 2 เด็ดขาด ย่อมมีผลทําให้สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างและสัญญาจ้างเหมาช่วงเลิกกันทันทีเนื่องจากลูกหนี้ที่ 2 ต้องห้ามมิให้จัดการกิจการทรัพย์ สินของตนเองตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 22,24 และถือได้ว่าการชําระหนี้ของลูกหนี้ที่ 2 กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งลูกหนี้ที่ 2 ต้องรับผิดชอบลูกหนี้ ที่ 2 จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาจ้างเหมาช่วงต่อเจ้าหนี้ จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เจ้าหนี้ เพื่อค่าเสียหายอันเกิดแต่การไม่ชําระหนี้นั้นตาม ป.พ.พ.มาตรา 218 วรรคหนึ่ง สัญญาจ้างเหมาช่วงต้องเลิกกันเพราะลูกหนี้ที่ 2 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามข้อสัญญาซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่ลูกหนี้ที่ 2 ต้องรับผิดชอบเจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเกิดจากการผิดสัญญาของลูกหนี้ที่ 2 ตาม ป.พ.พ.มาตรา 218 ประกอบมาตรา 222
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 1985 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|