คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ๘๓/๒๕๖๓
จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการออกแบบ ผลิต ติดตั้งโครงสร้างต่าง ๆ จำเลยที่ ๒ ประกอบกิจการที่ปรึกษาทางเทคนิค
จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ติดต่อโจทก์ (ลูกจ้าง) มาทำงานโดยตรง ไม่ใช่มอบหมายให้จำเลยที่ ๒ จัดหาคนเข้ามาทำงานตามสัญญาให้บริการ
โจทก์ตกลงทำงานให้จำเลยที่ ๑ โดยได้รับค่าจ้างจากจำเลยที่ ๑ ผ่านจำเลยที่ ๒
จำเลยที่ ๑ เป็นผู้กำหนดเงินเดือน
โจทก์ปฏิบัติตามระเบียบจำเลยที่ ๑
โจทก์จึงเป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๑
โจทก์ลงชื่อในสัญญาจ้างกับจำเลยที่ ๒ เพื่อให้จำเลยที่ ๒ ดูแลการทำหนังสือเดินทางและการขออนุญาตทำงานแทนจำเลยที่ ๑
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕ นายจ้าง หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้
โจทก์ลงชื่อในสัญญาจ้างแรงงานกับจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ทุกวันที่ ๒๕ ของเดือน
ข้อเท็จจริง ยังได้ความจากนางสาว A หัวหน้าฝ่ายบุคคลของจำเลยที่ ๒ อีกว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้จ่ายค่าตอบแทนให้แก่โจทก์ไปก่อนแล้วจึงจะเรียกเก็บค่าบริการไปยังจำเลยที่ ๑ แม้ว่าภายหลังจำเลยที่ ๑ จะจ่ายเงินคืนให้แก่จำเลยที่ ๒ เป็นจำนวนเดียวกันกับที่จำเลยที่ ๒ จ่ายให้แก่โจทก์ ก็คงเป็นเรื่องความผูกพันในทางธุรกิจระหว่างจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เท่านั้น
ดังนั้น ถือได้ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ตกลงรับโจทก์เข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ จำเลยที่ ๒ จึงเป็นนายจ้างโจทก์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕
จำเลยที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 200 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|