เก็งกลุ่ม กฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่น่าสนใจ
เตรียม สอบผู้ช่วยผู้พากษา สนามใหญ่ ๔ มี.ค ๒๕๖๖ ชุดที่ ๒
การดําเนินการเมื่อมีการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
คดีหมายเลขแดงที่ คมจ.๑/๒๕๖๔ เป็นกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยื่นคำร้อง ต่อศาลฎีกากล่าวหาว่า นางสาว ป. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี บุกรุก เขตปฏิรูปที่ดินและเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จังหวัดราชบุรี เนื้อที่ ๘๕๓ ไร่ ๒ งาน ๙๓ ตร.วา เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ ๑๑ (ขัดกัน ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม) และข้อ ๑๗ (กระทําการที่ก่อให้เกิดความ เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง) อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรง ตามข้อ ๒๗ นางสาว ป. ยื่นคำคัดค้านว่ามิได้ กระทําความผิดตามคำร้อง
ปัญหาว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องคดีนี้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำร้องว่า ผู้คัดค้านครอบครองที่ดินตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ก่อนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ มีผลใช้บังคับ แต่เมื่อมาตรฐานทางจริยธรรมฯ มีผลใช้บังคับแล้ว ผู้คัดค้านย่อมถูกผูกพันมิให้กระทําการใดอันขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอีกต่อไป เมื่อมีการกล่าวหาว่า ผู้คัดค้านมีการกระทําอันเป็นการครอบครองที่ดินที่ต่อเนื่องกันมาจนถึงเวลาที่มาตรฐานทางจริยธรรมฯ มีผลใช้บังคับแล้ว ผู้ร้องย่อมมีอำนาจไต่สวนและมีมติ เป็นคดีนี้ได้
ปัญหาว่า ผู้คัดค้านกระทําการอันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทําอันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ ๑๑ จะต้องมีการกระทําที่ขัดกันระหว่าง ผลประโยชน์ หรือที่เรียกว่า “ประโยชน์ทับซ้อน” (C๐nflict ๐f Interest) โดยจะต้อง มีสถานการณ์หรือการกระทําที่บุคคลในองค์กรหรือหน่วยงานนั้น ๆ มีผลประโยชน์ส่วนตน อันอาจกระทบต่อการวินิจฉัยสั่งการหรือการใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติงานตามอำนาจ หน้าที่ในตําแหน่งของบุคคลนั้น ตามรายงานการไต่สวนฯ ระบุว่า ผู้คัดค้านดํารงตําแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่หลักในทางนิติบัญญัติ กล่าวคือ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับ การเสนอและพิจารณาร่างกฎหมายต่าง ๆ การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยตั้ง กระทู้ถาม การเปิดอภิปรายทั่วไป การตั้งกรรมาธิการ การเข้าชื่อถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองและองค์กรอิสระ การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี ผู้คัดค้านจึงไม่ได้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการกํากับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบ การปฏิบัติงานของกรมป่าไม้ และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ดังจะ เห็นได้จากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนของผู้คัดค้านไม่มีผลต่อการวินิจฉัยคุณสมบัติของผู้คัดค้านในการที่จะมีสิทธิครอบครองที่ดินทั้งในเขตป่า เขตป่าสงวนแห่งชาติ และเขต ปฏิรูปที่ดิน นอกจากนี้ตามทางไต่สวนไม่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ หรือมีการปฏิบัติงานในหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งในกรมป่าไม้หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม การกระทําของผู้คัดค้านจึงยังฟังไม่ได้ตามคำร้องว่ามีการกระทําอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อม อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯข้อ ๑๑ ประกอบ ข้อ ๓ และข้อ ๒๗
ปัญหาว่า ผู้คัดค้านกระทําการอันเป็นการก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ ของการดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ หรือไม่
ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้คัดค้านครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูป ที่ดิน ๖๖๕ ไร่ ๑ งาน ๕๓ ตร.วา โดยไม่มีเอกสารสิทธิใดที่จะใช้ยันรัฐได้ ในขณะที่ บริเวณรอบ ๆ ที่ดินของผู้คัดค้านมีการดําเนินการปฏิรูปที่ดิน ต่อมาเมื่อสำนักงานปฏิรูป ที่ดินประกาศให้ผู้ครอบครองที่ดินมายื่นคำขอเข้าทําประโยชน์เพื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิรูป ที่ดินอีกครั้งในวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๒ ผู้คัดค้านก็ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดิน ผู้มีสิทธิขอรับการจัดสรรที่ดินตามประกาศฯ ต้องเป็นเกษตรกรที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการประกอบเกษตรกรรม ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือของบุคคล ในครอบครัวเดียวกัน หรือมีที่ดินเพียงเล็กน้อยไม่เพียงพอต่อการประกอบเกษตรกรรม เพื่อเลี้ยงชีพ โดยจะได้รับการจัดสรรไม่เกินคนละ ๕๐ ไร่ ตามกฎหมาย บ่งชี้ว่าผู้คัดค้าน ไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพราะทราบว่าอาจมีผลทําให้ต้องสูญเสียการครอบครองที่ดินพิพาท จนกระทั่งผู้คัดค้านถูกร้องเรียนและมีการเข้าตรวจยึดที่ดินพิพาท ผู้คัดค้าน จึงได้คืนที่ดินเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๒ ผู้คัดค้านมิใช่เกษตรกรซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ ในการประกอบเกษตรกรรม ไม่ได้พักอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาท เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินและ น.ส.๓ ก. หลายแปลง มีทรัพย์สินรวมกว่า ๑๖๓ ล้านบาท ถือไม่ได้ว่าเป็นคนยากจน การเข้าครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินของผู้คัดค้าน โดยทราบว่าตนไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการจัดสรรที่ดินและโดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีเอกสารสิทธิ เป็นเรื่องที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งควรเป็นแบบอย่างที่ดินแก่ประชาชนทั่วไปไม่พึ่งปฏิบัติ การกระทําของผู้คัดค้านจึงเป็นการก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ในการดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ ๑๗ ซึ่งจริยธรรมข้อนี้หมายถึงการรักษาชื่อเสียงของตําแหน่งหน้าที่ และไม่ประพฤติปฏิบัติตนหรือดําเนิน การอื่นใดที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้ดํารง ตําแหน่งและองค์กรของผู้ดํารงตําแหน่ง แม้จะมิได้เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ของตนโดยตรง ก็ตาม การกระทําของผู้คัดค้านถือได้ว่าก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อความเชื่อ มั่นในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดิน ทั้งยังเป็นการกีดกันไม่ให้ผู้ไร้ที่ทํากิน ซึ่งเป็นเกษตรกรฐานะยากจนได้รับการจัดสรรที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เมื่อพิจารณาพฤติกรรมของการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวประกอบกับเจตนาและความเสียหายแล้ว เห็นได้ว่าเป็นกรณีมีลักษณะร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ ๒๗
เมื่อได้ความเช่นนั้น ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษาว่า ผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๕ วรรคหนึ่ง (๑) วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ และมาตรา ๘๗ และมาตรฐานทางจริยธรรมฯ พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๓ ข้อ ๑๗ ประกอบข้อ ๒๗ วรรคสอง ให้ผู้คัดค้านพ้นจากตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี นับแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๔ อันเป็นวันที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านตลอดไป รวมถึงไม่มีสิทธิดํารงตําแหน่งทางการเมืองใด ๆ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๔ วรรคสี่ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านมีกําหนดเวลา ๑๐ ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกามี คำพิพากษา ฯลฯ
มีคดีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงอยู่ในระหว่าง การพิจารณาของศาลฎีกาอีก ๕ คดี ได้แก่
คดีที่ ๑ คดีหมายเลขดําที่ คมจ. ๒/๒๕๖๔ เป็นกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ถูกกล่าวหาว่า ใช้ผู้อื่นหรือยินยอมให้ ผู้อื่นใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แสดงตนและลงมติ ในการพิจารณาและลงมติร่าง พ.ร.บ.เหรียญ ราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 5 ถึงข้อ ๔ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๗ ประกอบข้อ ๒๗
คดีที่ ๒ คดีหมายเลขดําที่ คมจ.๓/๒๕๖๔ เป็นกรณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง ๒ คน กรณีมีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนน แทนกัน ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ ๖ ถึงข้อ ๘ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๗ ประกอบ ข้อ ๒๗
คดีที่ ๓ คดีหมายเลขดําที่ คมจ.๔/๒๕๖๕ เป็นกรณีอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร ถูกกล่าวหาว่า เรียกรับเงินจํานวนหนึ่งจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ําแลกกับการ ไม่ตัดงบประมาณ
คดีที่ ๔ คดีหมายเลขดําที่ คมจ.๑/๒๕๖๕ เป็นกรณีสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรบัญชีรายชื่อ ถูกกล่าวหาว่า โพสต์ภาพและข้อความลงในเฟสบุ๊ก เป็นแสดงออก ถึงการไม่เคารพเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ประกอบข้อ ๒๗ และ
คดีที่ ๕ คดีหมายเลขดําที่ คมจ.๒/๒๕๖๔ เป็น กรณีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกป่าเขาใหญ่ เป็นการ ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๗ ประกอบข้อ ๒๗
อ้างอิง กฎหมายรัฐธรรมนูญ อ.อธิคมฯ เนติฯ สมัยที่ ๗๕
เก็งกลุ่ม กฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่น่าสนใจ
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 1352 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|