ฎีกาใหม่ คดีอาญาเลิกกัน ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗, มาตรา ๓๘ | สกัดหลัก-คำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาวที่น่าสนใจ (เอกสารเตรียมสอบ 3 สนาม) ที่ LawSiam.com :- ล่าสุด ย้อนกลับสู่หน้า >> เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่ม วิ.อาญา >> รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.อาญา ภาค 1-2 (ม. 1 - 156)

ชื่อข้อมูล: ฎีกาใหม่ คดีอาญาเลิกกัน ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗, มาตรา ๓๘
หมวด : รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.อาญา ภาค 1-2 (ม. 1 - 156)
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) กลุ่มที่ 10, 12 ,14 ,16 ,17, 18 กลุ่มรวม (ใช้งานทั้งหมด) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
 
 


กลุ่มเตรียมสอบ 3 สนาม (กฎหมายวิ.อาญา และ กฎหมายพิเศษ อื่นๆ)

รายละเอียดเบื้องต้น

คดีอาญาเลิกกัน

       อ.อรรถพล ใหญ่สว่าง

 

     เรื่อง คดีอาญาเลิกกัน มีการบัญญัติอยู่ใน ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗, มาตรา ๓๘ และมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกรณีสิทธินําคดีอาญามาฟ้องระงับตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๒) และงานชั้นพนักงานอัยการตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๔๔

 

        สำหรับกรณีคดีอาญาเลิกกัน ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗, มาตรา ๓๘ แบ่งออกเป็น ๒ กรณี

        กรณีแรก   คดีอาญาเลิกกันโดยเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูง

        กรณีแรกนี้ คือ หลักตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗ (๑) โดยแบ่งหลักเกณฑ์ได้ ๓ ประการ คือ

        ประการที่ ๑ ต้องเป็นคดีที่มีโทษปรับสถานเดียว

        ประการที่ ๒ ผู้กระทำผิดยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิด นั้นแก่พนักงานเจ้าหน้าที่

        ประการที่ ๓ และต้องนําค่าปรับมาชําระก่อนศาลพิจารณา

        ผลทางกฎหมาย คือ เมื่อคดีอาญาเลิกกัน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗ (๑) แล้วย่อมทำให้สิทธินําคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๓)

 

        กรณีที่สอง  คดีอาญาเลิกกันโดยการเปรียบเทียบ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗ (๒) (๓) (๔)

 

        ในสำหรับกรณีที่สอง คือ หลักตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗ (๒) (๓) (๔) มีเงื่อนไขในแต่ละมาตรา ดังนี้

        มาตรา ๓๗ (๒) คือ กรณีคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มี อัตราโทษไม่สูงกว่า ลหุโทษ หรือคดีอื่นที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือความผิดต่อกฎหมายภาษีอากรซึ่งมีโทษปรับอย่างสูงไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท

         เงื่อนไข เมื่อผู้ต้องหาชําระค่าปรับ ตามที่พนักงานสอบสวนได้เปรียบ เทียบแล้ว

        ผลทางกฎหมาย ถือว่าคดีอาญาเลิกกัน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗ (๒) ย่อมทำให้สิทธินําคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๓)

 

        มาตรา ๓๗ (๓) คือ กรณีคดีความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มี อัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือ คดีที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

        เงื่อนไข แบ่งออกได้ ๒ ประการ คือ

        (๑) ต้องเป็นคดีซึ่งเกิดในกรุงเทพมหานคร

         (๒) คดีเหล่านี้ เมื่อผู้ต้องหาชําระค่าปรับตามที่นายตำรวจประจำ ท้องที่ตั้งแต่ตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป หรือนายตำรวจสัญญาบัตรผู้ทำการในตำแหน่ง นั้น ๆ  ได้เปรียบเทียบแล้ว

        ผลทางกฎหมาย ถือว่าคดีอาญาเลิกกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗ (๓) ย่อม ทำให้สิทธินําคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๓)

 

        มาตรา ๓๗ (๔) คือ กรณีคดีซึ่งเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น

        เงื่อนไข เมื่อผู้ต้องหาได้ชําระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบของเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่แล้ว

        ผลทางกฎหมาย ถือว่าคดีอาญาเลิกกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗ (๔) ย่อมทำให้สิทธินําคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๒)

 

วิธีการเปรียบเทียบคดีอาญา

        หลัก คือ ความผิดที่ระบุไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗ (๒) (๓) (๔) คดีอาญา เลิกกันได้ก็ต่อเมื่อได้ทำตามวิธีการที่บัญญัติอยู่ใน ป.วิ.อ. มาตรา ๓๔ (๑) (๒) โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญอยู่ ๓ ประการ คือ

 

        ประการที่ ๑ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจเปรียบเทียบเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรได้รับโทษถึงจำคุก

 

        ประการที่ ๒ ให้เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจเปรียบเทียบกำหนดค่าปรับซึ่งผู้ต้องหา จะพึงชําระโดยผู้ต้องหาและผู้เสียหายต้องยินยอมด้วยกันทั้งสองฝ่าย ถ้าฝ่ายใด ไม่ยินยอมจะเปรียบเทียบไม่ได้ คดีอาญาไม่เลิกกันและให้ดำเนินคดีต่อไป แต่ในกรณีที่ยินยอมด้วยกันทั้งสองฝ่าย เจ้าพนักงานอาจกำหนดให้ผู้ต้องหาได้ชําระค่าปรับ ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดให้ภายในเวลาอันสมควรแต่ไม่เกินสิบห้าวัน ถ้าผู้ต้องหาชําระคดีนั้นเป็นอันเสร็จเด็ดขาด แต่ถ้าไม่ชําระเงินค่าปรับภายในเวลากำหนดให้ดำเนินคดีต่อไป

        ข้อสังเกต การเปรียบเทียบปรับอันทำให้คดีอาญาเลิกกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗ นั้น ไม่ใช่คำพิพากษาของศาล (คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๘๕๓/๒๕๕๐)

 

        ประการที่ ๓ ในคดีมีค่าทดแทน ถ้าผู้เสียหายและผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบ ให้เจ้าหน้าที่กะจำนวนเงินตามที่เห็นควรหรือตามที่คู่ความตกลงกัน ข้อสังเกต “ค่าทดแทน” ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๘ (๒) นี้ไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาเลิกกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗ เพราะชําระค่าปรับเรียบร้อยแล้ว แม้ผู้ต้องหายังไม่จ่ายค่าทดแทน คดีอาญาก็ระงับไปแล้ว โดยถือว่าเป็นการสิ้นสุดคดีในชั้นสอบสวนรูปแบบหนึ่ง พนักงานอัยการ หรือผู้เสียหาย จะนําคดีอาญาซึ่งเลิกกันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วมาฟ้องอีกไม่ได้ หากนําคดีประเภทนี้ไปฟ้องต่อศาล ศาลจะมีคำสั่งจำหน่ายคดี (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๔ - ๑๘๕/๒๕๔๒)

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๗๔๔/๒๕๖๒ (เนติฯ ตอน ๒ หน้า ๒๗๔) วินิจฉัยว่า มูลหนี้ค่าซื้อเครื่องยนต์และอุปกรณ์รถยนต์ซึ่งจำเลยที่ ๒ ชําระหนี้ด้วยเช็คพิพาท โจทก์นําไปฟ้องเป็นคดีแพ่งซึ่งต่อมาโจทก์และจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีแพ่งและศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดแล้ว ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมทำให้สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกร้องให้จำเลยที่ ๒ ชําระเงินตามมูลหนี้ค่าซื้อเครื่องยนต์และอุปกรณ์รถยนต์จากการออกเช็คพิพาท เป็นอันระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๒ โจทก์คง มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๒ ชําระหนี้แก่ตนตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แม้จำเลยที่ ๒ จะไม่ชําระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๒ รับผิดในมูลหนี้ตามเช็คพิพาทได้อีก ต้องถือว่าหนี้ค่าซื้อ เครื่องยนต์และอุปกรณ์รถยนต์ที่จำเลยที่ ๒ ออกเช็คพิพาทเพื่อใช้เงินนั้น เป็นอันสิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลคดีนี้มีคำพิพากษาถึงที่สุด คดีเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๗ สิทธินําคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๓๙ (๒)

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๐๖๒ - ๓๐๖๓/๒๕๖๒ (เนติฯ ตอน ๓ หน้า ๕๒๖) วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองซึ่งออกเช็คพิพาทนําเงินจำนวนตามเช็คมาวาง ศาลเพื่อชําระหนี้ ตามเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ร่วม โดยทนายโจทก์ร่วมเพียงแต่แถลงว่ายังไม่ประสงค์จะรับเงินเพื่อบรรเทาความเสียหายและติดใจ ให้ศาลพิพากษาคดีต่อไป มิได้คัดค้านว่าหนี้ ที่ออกเช็คพิพาทยังไม่ระงับ ไปเพราะเหตุจำเลยทั้งสองมิได้ชําระดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด ตามพฤติการณ์ถือได้ว่าหนี้ที่จำเลยทั้งสองได้ออกเช็คพิพาทเพื่อใช้เงินนั้นได้ สิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว คดีจึงเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๗ สิทธิของโจทก์ในการนําคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๓)

 

อ้างอิง วิชา สัมมนากฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา อ.อรรถพลฯ เนติฯ สมัยที่ 73


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 1199 ครั้ง

 


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

  




คำแนะนำ
1.สำหรับสมาชิกเตรียมสอบเนติฯ กลุ่มที่ 4, 6 และเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 2,3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
2. รองรับการใช้งานหลัก ผ่านคอมพิวเตอร์ (Brower : IE, Chorme, FireFox, Opera) , ระบบ แอนดรอย
3. สำหรับ Iphone/Ipad (safari ที่ติดมานั้น ไม่สามารถดาวโหลดไฟล์ ต้องใช้ App อื่นๆช่วยในการโหลด เช่น video player ,atomic web browser เป็นต้น) อ่านรายละเอียดคลิก!
4. คำแนะนำ วิธีแก้ไขปัญหา Internet Explorer (IE) ของท่านแสดงผลเว็บไซต์ผลไม่สมบูรณ์ คลิกที่นี่
5. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
6. หากประสงค์ใช้งาน หรือแนะนำ/พบปัญหา ติดต่อทีมงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ ทาง Email ที่ [email protected] (24ชั่วโมง)
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2569)