ฎีกาใหม่ สิทธินําคดีอาญามาฟ้องระงับ ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ | สกัดหลัก-คำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาวที่น่าสนใจ (เอกสารเตรียมสอบ 3 สนาม) ที่ LawSiam.com :- ล่าสุด ย้อนกลับสู่หน้า >> เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่ม วิ.อาญา >> รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.อาญา ภาค 1-2 (ม. 1 - 156)

ชื่อข้อมูล: ฎีกาใหม่ สิทธินําคดีอาญามาฟ้องระงับ ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙
หมวด : รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.อาญา ภาค 1-2 (ม. 1 - 156)
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) กลุ่มที่ 10, 12 ,14 ,16 ,17, 18 กลุ่มรวม (ใช้งานทั้งหมด) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
 
 


กลุ่มเตรียมสอบ 3 สนาม (กฎหมายวิ.อาญา และ กฎหมายพิเศษ อื่นๆ)

รายละเอียดเบื้องต้น

สิทธินําคดีอาญามาฟ้องระงับ

      อ.อรรถพล ใหญ่สว่าง

 

  เรื่องสิทธินําคดีอาญามาฟ้องระงับ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ แบ่งออกเป็น ๒ ช่วง คือ ช่วงแรก คือ ก่อนมีการฟ้องคดีอาญาต่อศาล และ ช่วงหลัง คือ สิทธินํา คดีอาญามาฟ้องระงับภายหลังมีการฟ้องคดีอาญาต่อศาลแล้ว

         ในทางปฏิบัติศาลจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความโดยไม่ต้องพิพากษายกฟ้อง (คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๓๐๘/๒๕๔๓ และคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๕๗๗/๒๕๔๓)

 

มาตรา ๓๙ (๑) โดยความตายของผู้กระทำความผิด

        ประเด็นที่น่าสนใจ มีคำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ ๑๓๓๖๑/๒๕๕๘ (เนติฯ ตอนที่ ๗ หน้า ๑๙๕๙) วินิจฉัยว่า ให้ศาลดำเนินการตามป.วิ.พ. มาตรา ๔๒  ประกอบป.วิ.อ.มาตรา ๔๐ หากครบกำหนดหนึ่งปีนับแต่จำเลยถึงแก่ความตายไม่มีบุคคลใดร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนหรือเข้ามาตามหมายเรียกของศาลก็ให้จำหน่ายคดี จากสารบบความ

 

        ข้อสังเกต สิทธินําคดีอาญามาฟ้องระงับไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๑) เป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดหรือจำเลยที่ถึงแก่ความตาย ไม่มีผลถึงผู้กระทำความผิดคนอื่น (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๙๗/๒๕๖๐ เนติฯ ตอนที่ ๒ หน้า ๒๙๗)

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๙๐๓/๒๕๖๒ (เนติฯ ตอน ๕ หน้า ๑๑๓๖) วินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓ ถึงแก่ความตายในระหว่างระยะเวลายื่นอุทธรณ์สิทธิในการนําคดีอาญามาฟ้องจำเลยที่ ๓ ย่อมระงับไปโดยความตายของผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๑) แต่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ มีคำพิพากษาเป็นคุณแก่จำเลยที่ ๓ และไม่ได้จำหน่ายคดีของจำเลยที่ ๓ ออกเสียจากสารบบความเป็นการไม่ชอบ

 

        มาตรา ๓๙ (๒) ในความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความ

        หลัก คือ ความผิดต่อส่วนตัว (ความผิดอันยอมความได้) หากผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๖ หรือ ถอนฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๕ หรือยอมความกันในทางอาญา ย่อมทำให้สิทธินําคดีอาญามาฟ้องระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๒) และถือว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยด้วย (คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๖๖๘/๒๕๔๖)

 

        ตัวอย่าง ตามรายงายประจำวันเกี่ยวกับคดีพนักงานสอบสวนบันทึกว่า “น. ภรรยาของจำเลยซึ่งถูกกล่าวหาว่า ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายได้มาสถานีตำรวจ เพื่อตกลงยอมความในคดีข่มขืนกระทำชำเราโดยได้มอบเงินให้แก่ผู้เสียหายวันนี้ ๓๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือ ๓๐,๐๐๐ บาท จะจ่ายกันในภายใน ๒ เดือน หลังจาก ขายบ้านได้แล้ว จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน หมายเหตุ จ่ายเงินครบ ๖๐,๐๐๐ บาท ผู้เสียหายจะถอนแจ้งความ” ข้อดังกล่าว แสดงว่า ผู้เสียหายยังไม่สละสิทธิในการ ดำเนินคดีแก่จำเลยทันที ดังนั้น จึงไม่มีผลเป็นการยอมความอันทำให้สิทธินําคดีอาญามา ฟ้องระงับตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๒) (คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๙/๒๕๖๐ เนติฯ ตอนที่ ๑ หน้า ๑๓)

 

        คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๕๙/๒๕๖๒ วินิจฉัยว่า เมื่อปรากฏหลักฐานตามเอกสารแนบท้ายคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยซึ่งโจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้านว่า ภายหลังจากที่จำเลยกระทำความผิด จำเลยกราบขอขมาผู้เสียหายทั้งสามต่อหน้าผู้เสียหายที่ ๑ และที่ ๒ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและปลัดหมู่บ้าน โดยผู้เสียหายที่ ๑ และที่ ๒ ให้อภัย จำเลยและไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลย ถือเป็นกรณีที่ผู้เสียหายที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นบิดามารดาของผู้เสียหายที่ ๓ ได้ยินยอมแทนผู้เสียหายที่ ๓ ซึ่งเป็นผู้เยาว์แล้ว อันเป็น การยอมความกันตามกฎหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓ (๕) และมาตรา ๕ (๑) เมื่อความผิดฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายตาม ป.อ. มาตรา ๒๘๔ วรรคแรก (เดิม) เป็นความผิดอันยอมความได้ สิทธินําคดีอาญามาฟ้องใน ความผิดฐานดังกล่าวจึงระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๒)

 

มาตรา ๓๙ (๒) เมื่อคดีอาญาเลิกกันตามมาตรา ๓๗

        หลัก คือ เมื่อคดีอาญาเลิกกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๗ แล้ว สิทธินําคดี อาญามาฟ้องย่อมระงับตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๓) ดังที่อาจารย์ได้อธิบายไปแล้ว

        ข้อสังเกต กรณีตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๓) นี้ ยังรวมถึงกรณีเมื่อคดีเลิกกันตาม กฎหมายอื่นได้ด้วย เช่น คดีอาญาเลิกกันตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. ว่าด้วยความ ผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๗ ที่บัญญัติว่า “ถ้าผู้กระทำความผิด ตามมาตรา ๔ ได้ใช้เงินตามเช็คแก่ผู้ทรงเช็ค หรือแก่ธนาคารภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้ออกเช็คได้รับหนังสือบอกกล่าวจากผู้ทรงเช็คว่าธนาคารไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น หรือหนี้ที่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๔ ได้ออกเช็คเพื่อให้ใช้เงินนั้นได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมี คำพิพากษาถึงที่สุด ให้ถือว่าคดีอาญาเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา” เป็นต้น (คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๔๖๗/๒๕๕๖ เนติฯ ตอนที่ ๔ หน้า ๙๓๙)

 

มาตรา ๓๙ (๔) เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง

        สำหรับหลักเกณฑ์ “การห้ามฟ้องซ้ำในคดีอาญา” ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๔) มีดังต่อไปนี้

 

        หลักเกณฑ์ (๑) ที่ว่า จำเลยเป็นคนเดียวกัน (จำเลยคดีก่อนกับคดีหลังเป็น คนเดียวกัน) นั้น สำหรับโจทก์จะไม่ใช่คนเดียวกันก็ได้

 

        หลักเกณฑ์ (๒) ที่ว่า ประเด็นข้อกล่าวหาเป็นมูลความผิดเดียวกัน (การ กระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวกัน) หากการพิจารณาคดีของศาลยังมิได้วินิจฉัยถึงมูล ความผิดของจำเลย เช่นนี้ ย่อมไม่ใช่กรณีสิทธินําคดีอาญามาฟ้องระงับตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๔)

 

        หลักเกณฑ์ (๓) ที่ว่า มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว (ศาลชั้นต้นมี คำพิพากษาแล้ว)

        ตามหลักเกณฑ์ (๓) มีประเด็นสำคัญ ๆ เช่น การที่ศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะคำฟ้องไม่ได้ลงลายมือชื่อโจทก์หรือผู้เรียงถือว่ายังมิได้วินิจฉัยความผิดซึ่ง ได้ฟ้อง ฟ้องใหม่ได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๕๑๐/๒๕๕๕), ในคดีรับของโจรหาก จำเลยรับทรัพย์อันเป็นของโจรไว้ในคราวเดียว แม้จะมีทรัพย์อันเป็นของโจรจำนวน หลายรายการก็ต้องถือว่าเป็นการกระทำกรรมเดียว เมื่อศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว สิทธิในการนําคดีมาฟ้องในคดีซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวกัน ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๔) (คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๔๑๐/๒๕๕๕)

 

ปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง “ฟ้องซ้อน” และ “ฟ้องแย้ง” ในคดีอาญา

        การดำเนินคดีอาญาเรื่องการฟ้องซ้อนมีการนําหลัก ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๓ วรรคสอง (๑) ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕ มาใช้บังคับแก่คดีด้วย (คำพิพากษา ฎีกาที่ ๗๖๓๕/๒๕๕๔ ประชุมใหญ่) แต่จะไม่นําหลักเรื่องฟ้องแย้งตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๗ วรรคสาม ประกอบ มาตรา ๑๗๙ วรรคสาม มาใช้บังคับ เนื่องจาก ป.วิ.อ. ได้บัญญัติถึงกระบวนการกลั่นกรองฟ้องของโจทก์ไว้โดยเฉพาะแล้วในเรื่อง การไต่สวนมูลฟ้อง ด้วยเหตุนี้ การดำเนินคดีอาญาจึงไม่มีปัญหาเรื่องการฟ้องแย้ง

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๕๙๙/๒๕๖๒ (เนติฯ ตอนที่ ๑ หน้า ๑๙๐) วินิจฉัยว่า คดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยและศาลพิพากษาลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ คดีย่อมเสร็จเด็ดขาดไปเฉพาะกระทงความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ แม้โจทก์นําการกระทำเดียวกันนั้นมาแยกฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเป็นคดีนี้ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นซึ่งมิใช่การกระทำกรรมเดียวกันและยังหาได้มีการวินิจฉัยในเนื้อหาความผิดไม่ จะถือว่ามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดฐานพยายามฆ่าไปแล้วหาได้ไม่ โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ สิทธินําคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ไม่ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๔)

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๓๗/๒๕๖๒ วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยตามฟ้อง คดีนี้จึงเป็นคนละคราวกับคดีก่อน ดังนั้น ถึงแม้ในคดีก่อนศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลย ก็มีผลทำให้สิทธินําคดีอาญามาฟ้องระงับไปเฉพาะความผิดกรรมดังกล่าว เท่านั้น หาได้มีผลทำให้สิทธินําคดีอาญามาฟ้องสำหรับความผิดกรรมอื่น ๆ ระงับไปด้วยไม่ จะถือว่าเป็นเรื่องที่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดฐานบุกรุกเข้ายึดถือครอบครอง ก่อสร้าง แผ้วถางและทำให้เสียหายแก่ที่ดินซึ่งเป็นป่าและเป็น สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันมิได้ ฟ้องโจทก์ในคดีนี้จึงไม่เป็น ฟ้องซ้ำและสิทธินําคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ไม่ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๔) s

 

        มาตรา ๓๙ (๕) เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำผิดยกเลิก ความผิดเช่นนั้น

        กรณีตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๕) ในกรณีเป็นกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ แม้รัฐธรรมนูญจะสิ้นสุดลงก็ตามก็ไม่มีผลทำให้พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงไปด้วย ดังนั้น สิทธิในการนําคดีอาญามาฟ้องสำหรับ ความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวย่อมไม่ระงับไป (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๓๐/๒๕๕๖ เนติฯ ตอนที่ ๓ หน้า ๕๕๘)

 

        มาตรา ๓๙ (๖) เมื่อคดีขาดอายุความ

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๔๘๗/๒๕๖๑ (ส.ศ.ฎ. เล่มที่ ๑๒ หน้า ๑๖๖) วินิจฉัยว่า ในคดีความผิดอันยอมความได้ เมื่อโจทก์ (ผู้เสียหาย) มิได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยโจทก์ (ผู้เสียหาย) นําคดีมาฟ้องเองพ้นกำหนดสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิด และรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีโจทก์จึงขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา ๙๖ สิทธินําคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๖)

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๒๗๕/๒๕๖๒ (เนติฯ ตอน ๓ หน้า ๕๕๒) วินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมเพิ่งไปร้องทุกข์ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเมื่อพ้นกำหนด ๓ เดือน นับแต่วันที่โจทก์ร่วมรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีของโจทก์และโจทก์ร่วมจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ สิทธินําคดีอาญามาฟ้องย่อมเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๖) พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนโจทก์ร่วม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๓

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๓๙๑/๒๕๖๒ (เนติฯ ตอน ๖ หน้า ๑๔๕๕) วินิจฉัยว่า คดีก่อนศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์เนื่องจากไม่มีพยานมานําสืบพิสูจน์ความผิดจำเลยตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาและคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและให้งดสืบพยานโจทก์ คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นอันถูกยกเลิกเพิกถอนไป ไม่อาจถือได้ว่าศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ฟ้องแล้ว พนักงานอัยการโจทก์ มีสิทธิฟ้องจำเลยในเรื่องเดียวกันได้โดยไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔)

 

        มาตรา ๓๙ (๗) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ

        ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๗) เป็นกรณีที่เมื่อมีการออกกฎหมายยกเว้นโทษแล้ว ย่อมทำให้สิทธินําคดีอาญามาฟ้องระงับอีกกรณีหนึ่ง

         อย่างไรก็ตามการออกกฎหมายยกเว้นโทษบางฉบับ เช่น พระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนพรรษา ๘๐ พรรษาฯ ยังส่งผลให้เหตุขอเพิ่มโทษตามกฎหมายของโจทก์พ้นไปด้วย (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๓๕๕/๒๕๕๔), แต่ไม่เป็นเหตุบังคับให้ศาลต้องใช้ดุลพินิจที่จะรอการลงโทษแก่จำเลย (คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๘๔/๒๕๕๕)

 

อ้างอิง สัมมนากฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา เนติฯ สมัยที่73

 


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 1643 ครั้ง

 


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

  




คำแนะนำ
1.สำหรับสมาชิกเตรียมสอบเนติฯ กลุ่มที่ 4, 6 และเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 2,3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
2. รองรับการใช้งานหลัก ผ่านคอมพิวเตอร์ (Brower : IE, Chorme, FireFox, Opera) , ระบบ แอนดรอย
3. สำหรับ Iphone/Ipad (safari ที่ติดมานั้น ไม่สามารถดาวโหลดไฟล์ ต้องใช้ App อื่นๆช่วยในการโหลด เช่น video player ,atomic web browser เป็นต้น) อ่านรายละเอียดคลิก!
4. คำแนะนำ วิธีแก้ไขปัญหา Internet Explorer (IE) ของท่านแสดงผลเว็บไซต์ผลไม่สมบูรณ์ คลิกที่นี่
5. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
6. หากประสงค์ใช้งาน หรือแนะนำ/พบปัญหา ติดต่อทีมงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ ทาง Email ที่ [email protected] (24ชั่วโมง)
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2569)