การเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑, มาตรา ๔๔/๒
อ.อรรถพล ใหญ่สว่าง
ข้อสำคัญ คือ เดิมการยื่นคำร้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ ในคดีที่ พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ผู้ที่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับ จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนจะต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย (คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๕๑๙/๒๕๕๔, คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๙๒๘/๒๕๕๕, คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๕๘๔/๒๕๕๕ คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๙๐๘/๒๕๕๖)
อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกามีการวินิจฉัยวางบรรทัดฐานว่าไม่ต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย เช่น คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๔๐๐/๒๕๖๐ ประชุมใหญ่ เนติฯ ตอนที่ ๓ หน้า ๗๐๒, คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๑๗๔/๒๕๖๐ เนติฯ ตอนที่ ๑๑ หน้า ๓๑๐๓, คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๐๐๑ - ๘๐๐๒/๒๕๖๐ กล่าว อีกนัยหนึ่ง คือ ผู้เสียหายที่มีสิทธิยื่นคำร้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ หมายถึง ผู้ถูกโต้แย้งสิทธิในทางแพ่ง (คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๑๒๑/๒๕๖๐ เนติฯ ตอนที่ ๘ หน้า ๒๐๘๓)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๐/๒๕๖๒ วินิจฉัยว่า การยื่นคำร้องขอค่าขาดไร้อุปการะเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทแต่ละคนที่จะพึงเรียกจากผู้กระทำละเมิดต่อผู้ตาย เมื่อ ศ. ซึ่งบรรลุนิติภาวะโดยมีอายุ ๒๐ ปี บริบูรณ์ และพ้นจากภาวะผู้เยาว์แล้วมิได้ยื่น คำร้องขอค่าขาดไร้อุปการะที่จำเลยกระทำละเมิดต่อผู้ตายที่ ๓ ซึ่งเป็นบิดาตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ และมิได้มอบอำนาจให้โจทก์ร่วมที่ ๓ ซึ่งเป็นมารดายื่นคำร้องขอค่าขาดไร้อุปการะแทนตน โจทก์ร่วมที่ ๓ จึงไม่มีอำนาจเรียกค่าเสียหายดังกล่าวแทน ศ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๘๔/๒๕๖๒ วินิจฉัยว่า การที่จำเลยวางเงินโดยชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายต่อศาล ย่อมมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงว่าจำเลยได้พยายามบรรเทา ความเสียหายอันเป็นผลที่เกิดจากจำเลยกระทำละเมิดต่อผู้เสียหาย เพื่อประกอบดุลพินิจของศาลในการพิพากษาลงโทษจำเลยในสถานเบาด้วย ซึ่งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาก็ได้ นำเรื่องการวางเงินของจำเลยดังกล่าวมาเป็นเหตุบรรเทาโทษให้แก่จำเลย ทั้งการวางเงิน เพื่อให้ผู้เสียหายมารับไปนั้น ก็เป็นการแสดงเจตนาอยู่ในตัวแล้วว่าจำเลยจะไม่ถอนเงิน ออกไปหากผู้เสียหายยังประสงค์จะรับเงินนั้น การที่ผู้เสียหายยังไม่ได้รับเงินดังกล่าวไปทันทีหลังจากที่จำเลยนำมาวางเพราะผู้เสียหายได้ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นจำนวนเงินที่สูงกว่าอยู่ มิได้หมายความว่าผู้เสียหายไม่ประสงค์ที่จะ รับเงินดังกล่าว ส่วนการที่ศาลฎีกาพิพากษาว่าพฤติการณ์ของผู้เสียหายเป็นการสมัครใจ ทะเลาะวิวาทกับจำเลย จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒ (๔) และ มาตรา ๓๐ และไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ ก็เป็นกรณีที่ศาลได้พิพากษาในส่วนการกระทำความผิดของจำเลยในคดีอาญา หาได้เกี่ยวกับการวางเงินเพื่อบรรเทาผลร้ายและชดใช้ค่าเสียหายของจำเลยให้แก่ผู้เสียหาย อันเป็นเรื่องค่าสินไหมทดแทนความรับผิดในทางละเมิดไม่ ผู้เสียหายจึงมีสิทธิรับเงินดังกล่าว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๔๑๒/๒๕๖๒ วินิจฉัยว่า แม้ตาม ป.วิ.อ. ได้มี คำอธิบายคำว่าผู้เสียหายไว้ในมาตรา ๒ (๔) ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้เสียหาย หมายถึง บุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจ จัดการแทนได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔, ๕ และ ๖” แต่ข้อความตามมาตรา ๔๔/๑ ที่บัญญัติให้ผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทนได้นั้น ย่อมมีความหมายในตัวว่า หมายถึงผู้ที่มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน จึงมีความหมายที่แตกต่างเกินกว่าความหมาย ของผู้เสียหายที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒ (๔) ถือได้ว่าขัดกัน การตีความคำว่า ผู้เสียหายตามมาตรา ๔๔/๑ จึงไม่ต้องถือความหมายเช่นเดียวกับมาตรา ๒ (๔) ทั้งนี้เป็นไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑ ที่บัญญัติว่า “ในประมวลกฎหมายนี้ ถ้าคำใด มีคำอธิบายให้ถือตามความหมายดังได้อธิบายไว้ เว้นแต่ข้อความในตัวบทจะขัดกับคำอธิบายนั้น” ทั้งการที่พนักงานอัยการได้ดำเนินการเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทน ผู้เสียหายแล้ว ผู้เสียหายไม่อาจยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนที่พนักงานอัยการได้เรียกแทน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๓ และ ๔๔/๑ วรรคสาม ดังนั้น การพิจารณาว่าผู้ใดมีสิทธิเรียกเอาค่าสินไหมทดแทน ต้องพิจารณาจากสิทธิในทางแพ่ง ทำให้ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ทั้ง มาตรา ๔๔/๑ วรรคสอง ก็บัญญัติ ความว่า... ถือว่าคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นคำฟ้องตาม ป.วิ.พ. และผู้เสียหายอยู่ในฐานะโจทก์ในคดีส่วนแพ่ง ดังนั้น เมื่อโจทก์ร่วมเข้าร่วมเป็นโจทก์ทั้งคดีส่วนอาญาและคดีส่วนแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา และขอให้บังคับจำเลย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนดอกเบี้ย จึงใช้สิทธิในคดีส่วนแพ่งได้ และคดีส่วนแพ่งก็ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางแพ่ง เมื่อคดีส่วนแพ่งโจทก์ร่วมกับจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลชั้นต้นพิพากษายอมความแล้ว ซึ่งคู่ความมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาตามยอม โดยจำเลยอุทธรณ์ เฉพาะคดีส่วนอาญาขอให้รอการลงโทษเท่านั้น คดีส่วนแพ่งจึงยุติและต้องบังคับไปตามคำพิพากษาตามยอม ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ชอบที่วินิจฉัยให้เฉพาะคดีส่วนอาญาเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๙๗๒/๒๕๖๒ วินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้ก่อให้จำเลยที่ ๒ กระทำความผิด โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒ (๔) จึงไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๐ ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการจึงไม่ชอบ แต่อย่างไรก็ตาม แม้โจทก์ร่วมจะไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย แต่ผู้เสียหายยังคงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๒ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้เสียหายจะเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือไม่ ผู้เสียหายในทางแพ่งชอบที่จะเรียกร้องให้จำเลยที่ ๒ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๖๑/๒๕๖๑ (เนติฯ ตอนที่ ๒ หน้า ๔๓๐) วินิจฉัยว่า ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๔/๑ ต้องพิจารณาจากสิทธิในทางแพ่ง ไม่ใช่กรณีนำความ หมายของคำว่าผู้เสียหายในทางคดีอาญา เช่น เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยตาม มาตรา ๒ (๔) มาใช้บังคับ แม้ผู้เสียหายมีส่วนในการกระทำความผิดนั้นก็เป็นเพียงข้อเท็จจริงที่จะนำมาใช้ประกอบดุลพินิจในการกำหนดค่าสินไหมทดแทนเท่านั้น ไม่ทำให้สิทธิของผู้เสียหายที่จะร้องขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหมดไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๙๓๕/๒๕๖๑ (เล่มที่ ๑ หน้า ๑๕๙) วินิจฉัยว่า คดีส่วนแพ่งที่ ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ บัญญัติให้ผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหม ทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิตร่างกายหรือจิตใจได้นั้น หมายถึง ผู้ที่มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนโดยพิจารณาจากสิทธิในทางแพ่ง มิใช่นำเอาความหมายของคำว่า “ผู้เสียหายในคดีอาญา” มาใช้บังคับ แม้โจทก์ร่วมจะไม่อาจขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ในคดีนี้ แต่ก็มีสิทธิเป็นผู้ร้องขอเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยได้
ข้อสังเกต
๑.) การยื่นคำร้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ ผู้เสียหายจะ เรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายที่เกิดจากความผิดไม่ถูกต้องไม่ได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๙๓๕/๒๕๖๑)
๒.) “ค่าสินไหมทดแทน” ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ ย่อมถือว่าเป็น “คดีส่วนแพ่ง” ด้วยและอยู่ในหมวดการฟ้องคดีที่แพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา หากมี ดอกเบี้ยผู้เสียหายย่อมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนดอกเบี้ยของต้นเงินตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ วรรคหนึ่งได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๘๕/๒๕๕๕)
๓.) คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ แม้ผู้เสียหายจะเข้าร่วมเป็นโจทก์กับ พนักงานอัยการและยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ แต่ต้องอาศัยคดีอาญาเป็นหลัก เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายสิทธินำคดีอาญามา ฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๑) คำขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนย่อมตกไปด้วยจึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๘๕/๒๕๕๕) และ ศาลมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีส่วนอาญาไปก่อนแล้วพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งในภายหลังได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๒ วรรคหนึ่ง (คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๐๕๓/๒๕๕๕)
๔.) สิทธิในการอุทธรณ์ในคดีส่วนแบ่งตามคำร้องขอใน ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ จะต้องพิจารณาจากทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๔ ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา ๔๐ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕/๒๕๖๐ เนติฯ ตอนที่ ๑ หน้า ๑)
๕.) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็น เหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและได้รับอันตรายแก่กาย คำร้องขอของโจทก์ร่วมทั้งสองที่ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีสินค้าบนรถยนต์ได้รับ ความเสียหาย ค่าเสียหายของรถยนต์ ค่าลากรถยนต์และค่าเช่ารถคันอื่นมาใช้ ทดแทน เป็นค่าสินไหมทดแทนนอกเหนือจากที่สามารถเรียกได้ในกรณีทำให้ เสียหายแก่ร่างกาย จึงไม่ใช่คำขอบังคับให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องจาก การกระทำความผิดของจำเลยในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ วรรคสาม ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลย มิได้ฎีกาศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๒๕๘/๒๕๕๙)
๖.) ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ วรรคสาม เมื่อพนักงานอัยการโจทก์ มิได้ฟ้องจำเลยว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์คำขอให้ชดใช้ค่าเสียหายในทางทรัพย์สิน จึงไม่เป็นการเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยตามฟ้องโจทก์ ผู้ร้องไม่อาจใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนนี้ได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ร้องฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๑๒๑/๒๕๖๐ เนติฯ ตอนที่ ๘ หน้า ๒๐๘๓)
อ้างอิง สัมมนา วิ.อาญา อ.อรรถพลฯ เนติ สมัยที่73
--------------------------------------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------
จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 939 ครั้ง |