ฎีกาใหม่ อายุความการฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ | สกัดหลัก-คำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาวที่น่าสนใจ (เอกสารเตรียมสอบ 3 สนาม) ที่ LawSiam.com :- ล่าสุด ย้อนกลับสู่หน้า >> เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่ม วิ.อาญา >> รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.อาญา ภาค 1-2 (ม. 1 - 156)

ชื่อข้อมูล: ฎีกาใหม่ อายุความการฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑
หมวด : รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.อาญา ภาค 1-2 (ม. 1 - 156)
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) กลุ่มที่ 10, 12 ,14 ,16 ,17, 18 กลุ่มรวม (ใช้งานทั้งหมด) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
 
 


กลุ่มเตรียมสอบ 3 สนาม (กฎหมายวิ.อาญา และ กฎหมายพิเศษ อื่นๆ)

รายละเอียดเบื้องต้น

อายุความการฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑

 

 อ.อรรถพล ใหญ่สว่าง

 

        อายุความการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาบัญญัติอยู่ที่ ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ ดังต่อไปนี้

 

        มาตรา ๕๑ วรรคแรก  หลักอายุความทางแพ่งกับทางอาญาให้ถือว่า เท่ากัน

        หลักประการแรก คือ ถ้าพนักงานอัยการหรือผู้เสียหายไม่ฟ้องคดีอาญา อายุความทางคดีแพ่งที่ผู้เสียหายจะเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยนั้นมีกำหนดเวลาเท่ากับ อายุความในคดีอาญา ตรงนี้จะสอดคล้องกับ ป.พ.พ. มาตรา ๔๔๘ วรรคสอง ที่ว่า “แต่ถ้าเรียกร้องค่าเสียหายในมูลอันเป็นความผิดมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา และมีกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่าที่กล่าวมาไซร้ท่านให้เอาอายุความที่ยาว กว่านั้นมาบังคับ”

         กล่าวคือ เมื่อ ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ วรรคแรก กำหนดให้อายุความทางแพ่งเท่ากับอายุความทางอาญา ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ วรรคแรกย่อมสอดคล้องกับ ป.พ.พ. มาตรา ๔๔๘ วรรคสองที่ให้เอาอายุความทางอาญาที่ยาวกว่ามาใช้บังคับในการ ฟ้องคดีแพ่ง กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ “อายุความทางแพ่งจะต้องอิงกับอายุความทางอาญา”

         ข้อสำคัญ คือ อายุความทางอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ วรรคแรก คือ อายุความตาม ป.อ. มาตรา ๙๕ มิใช่อายุความ ตาม ป.อ. มาตรา ๙๖

        ในกรณีอายุความทางแพ่งยาวกว่าอายุความทางอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ วรรคแรก ก็ให้ถือเอาอายุความทางอาญาเป็นหลัก

 

        หลักประการที่สอง คือ ในตอนท้ายของ ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ วรรคแรก ที่ว่า “...แม้ถึงว่าผู้เยาว์หรือผู้วิกลจริตในมาตรา ๑๙๓/๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะเป็นผู้ฟ้องหรือได้ฟ้องต่างหากจากคดี อาญาก็ตาม” ตรงนี้หมายความว่า ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ วรรคแรกจะไม่นำ หลักป.พ.พ.มาตรา ๑๙๓/๒๐ มาขยายอายุความในทางแพ่ง นั่นเอง

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๖๒๗/๒๕๕๙ วินิจฉัยว่า อายุความฟ้องคดีแพ่งที่ เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาซึ่งมาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง บัญญัติให้มีกำหนดเวลาดังที่บัญญัติไว้ในเรื่องอายุความฟ้องคดีอาญาตาม ป.อ. มาตรา ๙๕ (๑) ถึง (๕) แล้วแต่กรณีนั้นเป็นอันสะดุดหยุดลงเมื่อมีการฟ้องคดีอาญาต่อศาล และได้ตัวผู้ถูกฟ้องมายังศาลด้วยแล้ว ระยะเวลาที่ล้วงพ้นไปก่อนนั้นไม่คิดนับเข้าในอายุความตามที่ ป.พ.พ. มาตรา ๑๙๓/๑๕ วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติไว้ และเมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดแล้ว จึงให้เริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่เวลานั้น ตามมาตรา ๑๙๓/๑๕ วรรคสอง โดยอายุความ จะเริ่มนับใหม่เมื่อศาลในคดีอาญามีคำพิพากษาอย่างใดอย่างหนึ่งและคดีเด็ดขาดแล้ว

 

มาตรา ๕๑ วรรคสอง หลักอายุความสะดุดหยุดลง

        ในกรณีที่มีการฟ้องคดีอาญาต่อศาลแล้วและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาล ด้วยแต่คดียังไม่เด็ดขาด ซึ่งแปลว่า คดียังไม่ถึงที่สุด (คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๘๐/๒๔๙๕)

         ผลทางอายุความ คือ อายุความทางแพ่งและอายุความทางอาญาย่อม สะดุดหยุดลงพร้อมกันไว้ตลอดตราบเท่าที่คดีอาญายังไม่เด็ดขาด นั่นเอง ตามหลัก ของ ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ วรรคสองนี้ หากอายุความในคดีอาญาหยุดนับอายุความในคดีแพ่งก็หยุดนับเช่นเดียวกันและถ้าอายุความในคดีอาญาเริ่มต้นนับใหม่ อายุความในทางคดีแพ่งก็เริ่มต้นนับใหม่

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๐๘๕/๒๕๕๙ วินิจฉัยว่า เมื่อพนักงานอัยการฟ้อง จำเลยร่วมที่ ๑ เป็นคดีส่วนอาญา อายุความที่โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยร่วมที่ ๑ เป็นคดี ส่วนแพ่งย่อมสะดุดหยุดลง ตาม ป.อ. มาตรา ๙๕ ทั้งนี้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ วรรคสอง โจทก์ขอหมายเรียกจำเลยร่วมที่ ๑ เข้ามาเป็นจำเลยร่วมในระหว่างคดี ส่วนอาญายังไม่ถึงที่สุด ฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วมที่ ๑ จึงไม่ขาดอายุความ

 

        มาตรา ๕๑ วรรคสาม หลักอายุความทางแพ่งกรณีโจทก์ฟ้องคดีอาญา และศาลพิพากษาลงโทษจำเลยเด็ดขาดแล้ว ก่อนยื่นฟ้องคดีแพ่ง

 

        ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ วรรคสาม ถ้าปรากฏว่าโจทก์ฟ้องคดีอาญาแล้ว ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยเด็ดขาดแล้วก่อนยื่นฟ้องคดีแพ่ง เช่นนี้ ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ วรรคสาม กำหนดให้อายุความในคดีแพ่งเป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๙๓/๓๒ ที่ว่า “สิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุด...ให้มีกำหนดอายุความ สิบปี ทั้งนี้ ไม่ว่าสิทธิเรียกร้องเดิมจะมีกำหนดอายุความเท่าใด”

 

        กล่าวคือ อายุความคดีแพ่งจะยืดออกไปอีกสิบปีนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด (คดีเด็ดขาด) ในคดีอาญาให้ลงโทษจำเลย นั่นเอง

 

        มาตรา ๕๑ วรรคสี่  หลักอายุความทางแพ่งกรณีโจทก์ฟ้องคดีอาญา ศาลพิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยจนคดีเด็ดขาดแล้ว ก่อนยื่นฟ้องคดีแพ่ง

 

        สำหรับกรณีโจทก์ฟ้องคดีอาญา ศาลพิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยจนคดี เด็ดขาดแล้วก่อนยื่นฟ้องคดีแพ่ง ผลทางอายุความ คือ ให้กลับไปใช้อายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๙๗/๒๕๕๔ แม้พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาด ไม่ฟ้องจำเลยก็ตาม ก็ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติให้คำสั่งดังกล่าวมีผลถึงอายุความ ที่โจทก์ (ผู้เสียหาย) ใช้สิทธิฟ้องจำเลยด้วย เมื่อมูลคดีนี้ไม่มีผู้ใดฟ้องจำเลยเป็น คดีอาญา จึงต้องบังคับตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง และ ป.พ.พ. มาตรา ๔๔๘ วรรคสองมาใช้บังคับ โดยนำอายุความทางอาญาซึ่งยาวกว่ากำหนด อายุความตามมาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับแก่คดีนี้

 

คำพิพากษาฎีกาอีก ๑ ฉบับ เพิ่งออกใหม่ น่าสนใจ

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๘๖๖/๒๕๖๐ ประชุมใหญ่ (เนติฯ ตอนที่ ๑๒ หน้า ๓๓๔๑) วินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามความหมายของ ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ ในอันที่จะต้องใช้อายุความในทางอาญาที่ยาวกว่ามาใช้บังคับแก่คดีตาม ป.พ.พ. มาตรา ๔๔๘ วรรคสอง เมื่อปรากฏว่าในคดีอาญามีการฟ้องและศาลพิพากษา ลงโทษจำเลยที่ ๑ (ลูกจ้าง) จนคดีเสร็จเด็ดขาดแล้วก่อนที่โจทก์ทั้งสองได้มาฟ้องคดีนี้ ซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ วรรคสาม บัญญัติให้มีกำหนดอายุความในมาตรา ๑๙๓/๓๒ แห่ง ป.พ.พ. ซึ่งบัญญัติให้มีกำหนด ๑๐ ปี ทั้งนี้ไม่ว่าสิทธิเรียกร้องเดิมจะมีกำหนดอายุความเท่าใด ดังนั้น เมื่อเหตุเกิดวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๔ และโจทก์ทั้งสองนำคดี มาฟ้องวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๖ คดีสำหรับโจทก์ทั้งสอง สำหรับจำเลยที่ ๑ (ลูกจ้าง) จึงไม่ขาดอายุความ

        ส่วนปัญหาว่า คดีสำหรับจำเลยที่ ๒ (นายจ้างของจำเลยที่ ๑) ขาดอายุความ ด้วยหรือไม่

        ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า การเรียกร้องค่าเสียหายในมูลอัน เป็นความผิดที่มีโทษทางอาญา ซึ่งให้นับอายุความทางอาญาที่ยาวกว่าตาม ป.พ.พ. มาตรา ๔๔๘ วรรคสองนั้น หมายความเฉพาะการเรียกร้องจากตัวผู้กระทำผิด หรือผู้ร่วมกระทำผิดเป็นการเฉพาะ มิได้หมายความถึงผู้อื่นซึ่งไม่ได้ ร่วมในการกระทำความผิดด้วย การเรียกร้องค่าเสียหายเอาแก่จำเลยที่ ๒ (นายจ้าง) จึงต้องใช้อายุความ ๑ ปี นับแต่รู้ตัวผู้จะพึ่งต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่ง เมื่อข้อเท็จจริงยุติว่า โจทก์ทั้งสองทราบว่าจำเลยที่ ๒ เป็นนายจ้างจำเลยที่ ๑ วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ และนำคดีมาฟ้องวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๖ ซึ่งเกินกำหนด ๑ ปี ดังกล่าว คดีโจทก์ทั้งสองสำหรับจำเลยที่ ๒ (นายจ้าง) จึงขาดอายุความ

 

         คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๒๗/๒๕๖๒ วินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นผู้ประสบภัยจากรถ และเป็นบุคคลผู้ต้องเสียหายตามสัญญาประกันภัยค้ำจุน ยื่นคำเสนอข้อพิพาท ต่ออนุญาโตตุลาการเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้คัดค้านที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และผู้คัดค้านที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนเป็นการเรียกจากผู้รับประกันภัยตรงตามกฎหมายซึ่งมีลักษณะทำนองเดียวกับการที่เจ้าหนี้ฟ้องคดีให้ศาลเป็นผู้พิจารณาชี้ขาดข้อพิพาท จึงต้องเรียกภายใน ๒ ปี นับแต่วันวินาศภัย และการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเสนอข้อพิพาทเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้คัดค้านที่ ๑ ที่ ๒ ดังกล่าวไม่เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ย่อมไม่ทำให้อายุความเรียกร้องทางแพ่งหรือฟ้องคดีแพ่งสะดุดหยุดลง ซึ่งวันวินาศภัยก็คือวันเกิดเหตุรถเฉียวชนเป็นเหตุให้บุตรของผู้ร้องถึงแก่ความตาย หาใช่วันที่ยื่นฟ้องคดีแพ่ง เพราะเป็นวันที่มีการคำนวณค่าเสียหายเพื่อเรียกร้องแล้วไม่ ทั้งก็ไม่ได้ มีอายุความ ๑๐ ปี นับแต่วันทำละเมิด เพราะเหตุผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนซึ่งรับค้ำจุนในบรรดาหนี้ทั้งปวงที่มีต่อผู้เสียหายซึ่งก็คือผู้ร้อง เนื่องจากแม้มีลักษณะเป็นลูกหนี้ร่วมกัน แต่กำหนดอายุความหรือการที่อายุความสะดุดหยุดลงย่อมเป็นไป เพื่อคุณและโทษแต่เฉพาะแก่ลูกหนี้คนนั้น

 

        เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๓ มีคำแนะนําของประธานศาลฎีกาว่าด้วยแนวทางการใช้โทษอาญา พ.ศ. ๒๕๖๑ (เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๑๐๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๓)  โดยมีสาระสำคัญ คือ โดยที่การใช้โทษอาญาต้องคำนึงถึงพฤติการณ์ของกำรกระทำผิดกับโทษที่จะลงนั้นให้ได้สัดส่วน เหมาะสมกัน ฯ

 

 อ้างอิง สัมมนา วิ.อาญา อ.อรรถพลฯ เนติ สมัยที่73  

 

 


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 4808 ครั้ง

 


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

  




คำแนะนำ
1.สำหรับสมาชิกเตรียมสอบเนติฯ กลุ่มที่ 4, 6 และเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 2,3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
2. รองรับการใช้งานหลัก ผ่านคอมพิวเตอร์ (Brower : IE, Chorme, FireFox, Opera) , ระบบ แอนดรอย
3. สำหรับ Iphone/Ipad (safari ที่ติดมานั้น ไม่สามารถดาวโหลดไฟล์ ต้องใช้ App อื่นๆช่วยในการโหลด เช่น video player ,atomic web browser เป็นต้น) อ่านรายละเอียดคลิก!
4. คำแนะนำ วิธีแก้ไขปัญหา Internet Explorer (IE) ของท่านแสดงผลเว็บไซต์ผลไม่สมบูรณ์ คลิกที่นี่
5. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
6. หากประสงค์ใช้งาน หรือแนะนำ/พบปัญหา ติดต่อทีมงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ ทาง Email ที่ [email protected] (24ชั่วโมง)
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2569)