ข้อสอบอัยการผู้ช่วย ปี 2548
กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (สนามใหญ่)
วันที่ 12 ธันวาคม 2548
ข้อ 10
จำเลยมีที่ดินแปลงหนึ่งราคา 1,500,000 บาท กับรถยนต์อีก 1 คัน ราคา 600,000 บาท โจทก์ฟ้อง จำเลยเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2548 ให้ชำระค่าสินไหมทดแทนจากการทำละเมิด ครั้นถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 จำเลยนำรถยนต์ไปจำนำไว้กับนายอดุลย์เป็นเงิน 600,000 บาท ครบกำหนดชำระหนี้จำนำในวันที่ 15 มีนาคม 2548 และเมื่อถึงวันครบกำหนดชำระหนี้จำนำ จำเลยยังมิได้ชำระหนี้แก่นายอดุลย์แต่อย่างใด ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2548 ศาลมีคำสั่งห้ามจำเลยจำหน่าย โอน หรือเปลี่ยนแปลงสิทธิทางทะเบียนทรัพย์สินทั้งสองรายการตามที่โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว แต่ในวันที่ 1 เมษายน 2548 จำเลยก็ยังนำที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองกับนายดำเกิงไว้อีกเป็นเงิน 200,000 บาท โดยนายดำเกิงรู้อยู่แล้วตั้งแต่แรกว่าโจทก์กำลังดำเนินการร้อง
ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้และค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงเป็นเงิน 1,000,000 บาทแก่โจทก์ คดีถึงที่สุด โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถยนต์ก่อน และเมื่อได้ทราบภายหลังว่าจำเลยมีที่ดินด้วย จึงได้นำยึดที่ดินเพื่อขายทอดตลาดทั้งสองรายการ
นายอดุลย์คัดค้านการยึดรถยนต์ โดยให้เหตุผลว่าเป็นรถยนต์ที่จำนำไว้แก่ตนเพื่อประกันหนี้ จึงไม่สามารถบังคับยึดรถยนต์คันนี้ได้ ส่วนนายดำเกิงคัดค้านว่าที่ดินดังกล่าวติดจำนองอยู่เป็นเงิน 200,000 บาท และราคาที่ดินสูงเกินกว่าหนี้ตามคำพิพากษามาก โจทก์ไม่มีสิทธินำยึดที่ดินไปขายทอดตลาด
ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าคำคัดค้านของนายอดุลย์และนายดำเกิงรับฟังได้หรือไม่ และเจ้าพนักงานบังคับคดีจะมีอำนาจยึดรถยนต์และที่ดินได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
กรณีรถยนต์ การจำนำรถยนต์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 ก่อนเวลาที่ศาลมีคำสั่งห้ามจำหน่าย โอน หรือเปลี่ยนแปลงสิทธิทางทะเบียนในรถยนต์และที่ดินเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2548 แม้หนี้จำนำจะครบกำหนดชำระในวันที่ 15 มีนาคม 2548 ก็ถือได้ว่าการจำนำได้เกิดขึ้นแล้วก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และนายอดุลย์ได้รับจำนำรถยนต์ไว้โดยสุจริตก่อนศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าว กรณีจึงไม่ต้องห้ามด้วยประมวลกฎมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 258 ทวิ การจำนำรถยนต์ระหว่างจำเลยกับนายอดุลย์จึงใช้ยันเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ แต่การคัดค้านการยึดทรัพย์หรือการร้องขัดทรัพย์ จะต้องอ้างว่าทรัพย์ที่ยึดไม่ใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ผู้รับจำนำจึงร้องขัดทรัพย์ว่าการยึดมิชอบไม่ได้ เพราะทรัพย์ยังเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เพียงแต่การบังคับคดีจะกระทบกระเทือนสิทธิของนายอดุลย์ไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ดังนั้น คำคัดค้านของนายอดุลย์ที่ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถยนต์มิชอบจึงรับฟังไม่ได้
กรณีที่ดิน การจำนองที่ดินเกิดขึ้นภายหลังศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวแล้ว แม้ที่ดินจะติดจำนองสองแสนบาท คงเหลือมูลค่าที่ดินหนึ่งล้านสามแสนบาทซึ่งเกินกว่าจำนวนหนี้และค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดีก็ตาม นายดำเกิงก็ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 258 ทวิ ดังนั้น คำคัดค้านของนายดำเกิงจึงรับฟังไม่ได้ และเจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจยึดที่ดินขายทอดตลาดได้ทั้งแปลง
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 842 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|