ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๐,๑๒๑,๑๒๒
อ.อรรถพล ใหญ่สว่าง
เรื่องขั้นตอนงานชั้นสอบสวน มีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้
หลัก คือ ไม่ว่าจะเป็น “ความผิดอาญาแผ่นดิน” หรือ “ความผิดต่อส่วนตัว” ก็ตาม การฟ้องคดีอาญาโดยพนักงานอัยการ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๔ (๑) นั้น คดีอาญาดังกล่าว จะต้องมีการสอบสวนในความผิดนั้นก่อนเสมอ ด้วยเหตุนี้ หาก คดีอาญาเรื่องใดไม่มีการสอบสวนตามความหมายของ ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๐
ผลทางกฎหมาย คือ พนักงานอัยการย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาเรื่องนั้นต่อศาล
หลักการเกี่ยวกับผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๑ วรรคแรก บัญญัติว่า “พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนคดีอาญาทั้งปวง” แสดงว่าโดยหลักแล้ว “พนักงานสอบสวน” ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒ (๖) คือ ผู้มีอำนาจสอบสวนตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๑ วรรคแรก นั้นเอง อย่างไรก็ดี หากเป็นกรณีที่กฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวน เช่น กรณีตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐ หรือ กรณีตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕๕/๑ จะเห็นว่ากฎหมายให้พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวนด้วย ดังนี้ พนักงานอัยการดังกล่าวย่อมมีอำนาจสอบสวนคดีอาญาตามนัย ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๑ วรรคแรก เป็นต้น
ข้อสังเกต นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังมีหน้าที่จัดการให้มีการร้องทุกข์ตามระเบียบตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๕ อีกด้วยและในบางกรณี เช่น การสอบสวนอยู่นอกเขตอำนาจ หรือการใดเป็นสิ่งเล็กน้อย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๘ (๑) (๒) กำหนดให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจให้เจ้าพนักงานอื่นทำการแทนได้ด้วย เช่น การสอบปากคำผู้กล่าวหาแล้วส่งให้เจ้าของท้องที่ที่เกิดเหตุ ย่อมไม่เป็นการสอบสวนผิดท้องที่อย่างใด (คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๓๒/๒๔๘๔) เป็นต้น
คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๕๓/๒๕๖๑ (เนติฯ ตอน ๑๑ หน้า ๒๙๙๑) วินิจฉัยว่า เมื่อไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยย่อมไม่มีอำนาจร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวนตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๐
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๐๔๙/๒๕๖๑ (เนติฯ ตอน ๘ หน้า ๒๑๑๑) วินิจฉัยว่า ความผิดฐานบุกรุกตามป.อ.มาตรา ๓๖๒ นั้น ป.อ. มาตรา ๓๖๖ กำหนดให้ยอมความได้ (เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว) ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์เสียก่อน พนักงานสอบสวน จึงมีอำนาจสอบสวนตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๑ วรรคสอง
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๗๔๗/๒๕๖๑ (เนติฯ ตอน ๘ หน้า ๒๓๐๐) วินิจฉัยว่า คดียาเสพติดพนักงานสอบสวนไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ จึงเป็นการสอบสวนไม่ชอบเท่ากับว่าไม่มีการสอบสวน คดีนี้มาก่อนย่อมส่งผลให้พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๐
หลักการเกี่ยวกับสอบสวนความผิดต่อส่วนตัว หลัก คือ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒ (๔) ประกอบมาตรา ๒ (๗) กำหนดให้ผู้เสียหายเท่านั้นที่จะมีอำนาจ ร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิดได้ ถ้าคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องเป็นความผิดอันยอมความได้หรือความผิดต่อส่วนตัว พนักงานสอบสวนจะมี อำนาจสอบสวนก็ต่อเมื่อมีคำร้องทุกข์ตามระเบียบตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๑ วรรคสอง และพนักงานอัยการโจทก์จะมีอำนาจฟ้องก็ต่อเมื่อมีการสอบสวนในความผิดนั้น ก่อนเช่นกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๐ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๐๗๙/๒๕๕๕)
คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๑๙๔/๒๕๖๒ (เนติฯ ตอน ๑๑ หน้า ๒๘๒๐) วินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่า พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนโดยมิชอบเพราะภายหลังจากสอบคำให้การจำเลยแล้ว นายศิวะกรไปให้การเกี่ยวกับวันเวลากระทำความผิดขึ้นใหม่แตกต่างไปจากเดิม แต่พนักงานสอบสวนไม่เรียกจำเลยมาสอบคำให้การใหม่ นั้น เห็นว่า ในการสอบคำให้การผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนนั้นไม่มีกฎหมายใดบังคับให้พนักงานสอบสวนต้องสอบคำให้การผู้ต้องหาใหม่ หากในภายหลังมีพยานให้การเกี่ยวกับวันเวลากระทำความผิดแตกต่างไปจากเดิม การที่พนักงานสอบสวน ไม่เรียกจำเลยมาสอบคำให้การใหม่จึงไม่ทำให้การสอบสวนไม่ชอบดังที่จำเลย กล่าวอ้าง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
หลักการเกี่ยวกับการร้องทุกข์และการกล่าวโทษ กระบวนการในส่วนนี้ กล่าวโดยสรุป ได้แก่
ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๒ (๑) (๒) (๓) เป็นกรณีที่พนักงาน สอบสวนจะไม่ทำการสอบสวนก็ได้และการร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๓, มาตรา ๑๒๔ รวมถึงการแก้คำร้องทุกข์ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๖ ซึ่งให้นําไปใช้ บังคับโดยอนุโลมในเรื่องคำกล่าวโทษตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๗ เกี่ยวกับการร้องทุกข์ และคำกล่าวโทษ นี้ จะเห็นว่า กฎหมายมิได้กำหนดรูปแบบของการร้องทุกข์เอาไว้ว่า ต้องดำเนินการอย่างไร ดังนั้น การที่ผู้เสียหายแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าประสงค์ให้ดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหาและพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ย่อมถือว่า เป็นการร้องทุกข์แล้ว (คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๒๒๖๗/๒๕๕๕)
หลักการเกี่ยวกับกรณีมีการสอบสวนรวมทั้งการชันสูตรพลิกศพ เป็นกรณี ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๙ โดยมีหลักการอันสำคัญ คือ “ถ้าการชันสูตรพลิกศพ ยังไม่เสร็จ ห้ามมิให้ฟ้องผู้ต้องหายังศาล” อย่างไรก็ดี พนักงานอัยการย่อมเป็นโจทก์ฟ้องคดีเรื่องฆ่าคนตายได้ แม้ไม่มีการชันสูตรพลิกศพ หรือมีการชันสูตร พลิกศพแล้ว แต่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายจนถึงกับถือได้ว่าไม่มีการชันสูตรพลิกศพ เลยก็ตาม (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๖๑/๒๕๕๑)
อ้างอิง สัมมนา วิ.อาญา อ.อรรถพลฯ เนติ สมัยที่73
--------------------------------------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------
จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 1402 ครั้ง |