ข้อสอบอัยการผู้ช่วย ปี 2548
วิชากฎหมายอาญา (สนามใหญ่)
วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม 2548
ข้อ 3
ธนาคารกรุงสยามได้ออกบัตรเครดิตที่มีแถบแม่เหล็กบันทึกข้อมูลให้แก่นายเก่งเพื่อใช้เป็นบัตรที่สามารถซื้อสินค้าโดยใช้เครื่องรูดบัตรอัตโนมัติบันทึกรายการซื้อสินค้าโดยไม่ต้องจ่ายเงินสดหรือใช้เบิกเงินสดจากเครื่องถอนเงินอัตโนมัติหรือจากธนาคารได้ ต่อมานายกาจพี่ชายของนายเก่ง ต้องการมีบัตรเครดิตใช้ โดยต้องการให้นายเก่งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจึงไปแจ้งต่อพนักงานธนาคาร กรุงสยามว่าตนเองคือนายเก่ง ทำบัตรเครดิตดังกล่าวหายไปเกรงว่าผู้อื่นจะนำไปใช้จึงขอยกเลิกการใช้บัตรเครดิตฉบับเดิม และขอให้ธนาคารออกบัตรเครดิตฉบับใหม่แทน พนักงานธนาคารกรุงสยาม หลงเชื่อจึงดำเนินการยกเลิกบัตรเครดิตฉบับเดิมและออกบัตรเครดิตฉบับใหม่ในชื่อของนายเก่งให้แก่นายกาจไป เป็นเหตุให้นายเก่งไม่สามารถใช้บัตรเครดิตฉบับเดิมได้ตามปกติ
ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่านายกาจและพนักงานธนาคารกรุงสยามจะมีความผิดฐานใดหรือไม่เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
บัตรเครดิตเป็นเอกสารที่ผู้ออกได้ออกให้ผู้มีสิทธิใช้ ถือเป็นหลักฐานแห่งการก่อให้เกิด สิทธิ จึงเป็นเอกสารสิทธิ การที่นายกาจแจ้งต่อพนักงานธนาคารกรุงสยามว่าตนเองคือนายเก่ง และขอยกเลิกการใช้บัตรเครดิตฉบับเดิมและให้ธนาคารออกบัตรเครดิตฉบับใหม่ให้แทน เมื่อพนักงานของธนาคารกรุงสยามหลงเชื่อ และได้ยกเลิกบัตรเครดิตฉบับเดิมและออกบัตรเครดิตฉบับใหม่ในชื่อของนายเก่งให้นายกาจไป จึงเป็นการหลอกลวงผู้อื่นโดยทุจริตด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น ทำให้ผู้ถูกหลอกลวงถอนซึ่งเอกสารสิทธิและทำขึ้นซึ่งเอกสารสิทธิ การกระทำของนายกาจจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342 (1)
บัตรเครดิตดังกล่าวมีการบันทึกข้อมูลโดยใช้วิธีการทางแม่เหล็ก ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสดได้ จึงเป็นบัตรอิเล็กทรอนิคส์ที่ธนาคารเจตนาออกให้แก่นายเก่งผู้มีสิทธิใช้ เมื่อนายกาจได้ครอบครองบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของนายเก่งโดยมิชอบ โดยมีเจตนาเพื่อนำออกใช้ อันจะทำให้เกิดความเสียหายแก่นายเก่ง นายกาจจึงมีความผิดฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิคส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย
แก่ผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/6 และ 269/7
เมื่อพนักงานธนาคารกรุงสยามยกเลิกการใช้บัตรเครดิตฉบับเดิม เป็นเหตุให้นายเก่งใช้บัตรครดิตฉบับเดิมไม่ได้ ย่อมทำให้บัตรเครดิตดังกล่าวไร้ประโยชน์ เกิดความเสียหายแก่นายเก่ง แต่พนักงานธนาคารกรุงสยามผู้ยกเลิกบัตรเครดิตไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิด จึงขาดเจตนา ส่วนนายกาจหลอกใช้พนักงานธนาคารเป็นเครื่องมือในการกระทำผิด นายกาจจึงมิใช่ผู้ใช้แต่ถือเป็นตัวการในการกระทำความผิดฐานทำให้เอกสารผู้อื่นไร้ประโยชน์ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 และฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358
ส่วนพนักงานของธนาคารกรุงสยามขาดเจตนาในการกระทำความผิด จึงไม่มีเป็นความผิด
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 1023 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|