รวมฎีกาที่น่าสนใจ เตรียมสอบผู้ช่วยฯ
วิชาเลือก กฎหมายเยาวชนและครอบครัว
----------------------
จําเลยกระทําความผิดวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๔ ปรากฏข้อเท็จจริง ตามข้อมูลทะเบียนราษฎร์ว่า จําเลยเกิดวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๓๖ เมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖ บัญญัติให้ว่า การนับอายุของบุคคลให้เริ่มนับวันแต่วันเกิด จึงต้องเริ่มนับอายุของจําเลยตั้งแต่วันเกิดเป็นหนึ่งวันเต็มโดยไม่คํานึงถึง จํานวนชั่วโมง ดังนี้ จําเลยมีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ตั้งแต่วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๔ อันเป็นวันก่อนวันเกิดเหตุ คดีไม่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัว (เทียบคําวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาที่ ยช.๑๓/๒๕๕๖)
คําวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาที่ ยช.๕/๒๕๕๓ ตามคําฟ้องของโจทก์ว่าจําเลยกระทําความผิดวันที่ ๑๐สิงหาคม ๒๕๕๒ จําเลยซึ่งเกิดวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๔ มีอายุถึงสิบแปดปีบริบูรณ์แล้วหรือไม่ เนื่องจากในการคํานวณระยะเวลาตามบทบัญญัติทั่วไปในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๑ ถึง ๑๙๓/๖ มิให้ระยะเวลาวันแรกแห่งระยะเวลารวมเข้าด้วย แม้มาตรา ๑๙๓/๓ วรรคสอง จะบัญญัติว่าการนับระยะเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปี มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วย แต่ก็เป็นบททั่วไปซึ่งมาตรา ๑๙๓/๑ ให้บังคับใช้เฉพาะแก่การนับระยะเวลาที่ไม่มีกฎหมาย คําสั่งศาล ระเบียบ ข้อบังคับหรือนิติกรรมกําหนดเป็นอย่างอื่น การนับอายุของบุคคลมีมาตรา ๑๖ บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะให้เริ่มนับแต่วันเกิด จึงเป็นกรณีที่มีกฎหมายกําหนดให้นับระยะเวลาเป็นอย่างอื่น การนับอายุของจําเลยจึงต้องนับแต่วันเกิดคือวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๔ เป็นหนึ่งวันเต็มโดยไม่คํานึงถึงจํานวนชั่วโมง จําเลยมีอายุถึง ปีบริบูรณ์ในวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นวันกระทําความผิดแล้ว คดีไม่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวตามมาตรา ๑๐ (๓)
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 392 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|