ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบผู้ช่วบผู้พิพากษา สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> ข้อ3 วิอาญา ภาค3 (มาตรา 157-192)


ชื่อข้อมูล : อัพเดท 2 พย 66 (กลุ่มปิด ลับเฉพาะ-สนามใหญ่ วันที่3*) ข้อ 3. วิอาญา ภาค3 แบ่งปันข้อมูล แชร์ฎีกา แชร์ประเด็นที่น่าออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามใหญ่) พ.ศ.2567
หมวด : ข้อ3 วิอาญา ภาค3 (มาตรา 157-192)
สิทธิใช้งาน : สำหรับ (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 



รายละเอียด

 

กลุ่มปิด ลับเฉพาะ* ข้อ 3. วิอาญา ภาค3 ผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามใหญ่) พ.ศ.2567

ร่วมกันแบ่งปันข้อมูล แชร์ฎีกา แชร์ประเด็นที่น่าออกสอบ 

*** สำหรับผู้ใช้งานในระบบทุกท่าน เข้าระบบ แบ่งปันข้อมูล เตรียมสอบได้ ตามลิงค์นี้ ***

-------

ร่วมกันแบ่งปันความรู้ได้ทุกประเด็น :-

- ประเด็นที่น่าออกสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา สนามใหญ่? ประเด็นไหนที่ไม่น่าออกสอบ?

- ฎีกาที่น่าออกสอบผู้ช่วยผู้พากษาสนามใหญ่?

- หลักกฎหมาย เด่นพิเศษ หลักกฎหมาย 5 ดาว ฎีกาใหม่ ฎีกาเด่น ฎีกาติดดาว?

- เนื้อหา ฎีกาเด่น* ที่แพร่หลายทั่วไป ที่อาจารย์น่าจะหลบ มีอะไรบ้าง?

- เรื่องอื่น ๆ ฯลฯ ... สายติว สายเก็ง สายตัวบท สายฎีกา

 


----------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 8352 ครั้ง
แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 31 | ทีมงาน : 1 ข้อมูล

 

อัพเดท 2 พย 66 (กลุ่มปิด ลับเฉพาะ-สนามใหญ่ วันที่3*) ข้อ 3. วิอาญา ภาค3 แบ่งปันข้อมูล แชร์ฎีกา แชร์ประเด็นที่น่าออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามใหญ่) พ.ศ.2567 | เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ3 วิอาญา ภาค3 (มาตรา 157-192) ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากทีมงาน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่มผู้สนับสนุน ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 



ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 5 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน
  


ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 1


ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 3 สอบเมื่อ 11 มี.ค. 2566
--------------------------------------

การสอบคําให้การจําเลย

            ก่อนเริ่มพิจารณาจําเลยได้แต่งตั้งทนายความ ถือว่าจําเลยมีทนายความตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 แล้ว ทั้งตามมาตรา 172 มิได้บัญญัติว่าการสอบคําให้การจําเลยต้องมีทนายความอยู่ด้วย



โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 23/10/2023




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 2


ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 3 สอบเมื่อ 11 มี.ค. 2566
--------------------------------------

การดําเนินกระบวนพิจารณาของศาล

จากประเด็นคำถาม คือ การดําเนินกระบวนพิจารณาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

 

         เมื่อจําเลยขอถอนคําให้การเดิมเป็นให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นยังได้สอบคําให้การจําเลยอีกครั้ง ซึ่งจําเลยก็ยืนยันให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นจึงอนุญาตให้จําเลยถอนคําให้การเดิมและรับคําให้การใหม่ แม้ทนายความที่จําเลยแต่งตั้งไว้จะไม่มาศาล ก็หามีผลให้การดําเนินกระบวนพิจารณาของศาลดังกล่าวไม่ชอบ ด้วยกฎหมายไม่



โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 23/10/2023




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 3


   ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 3 สอบเมื่อ 11 มี.ค. 2566
--------------------------------------

ป.วิ.อ มาตรา 173 , มาตรา 172

 

      ก่อนเริ่มพิจารณาจําเลยได้แต่งตั้งทนายความแล้ว ถือว่าจําเลยมีทนายความตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 แล้ว ทั้งตามมาตรา 172 มิได้บัญญัติว่าการสอบคําให้การจําเลยต้องมีทนายความอยู่ด้วย

           การที่ศาลชั้นต้นสอบคําให้การจําเลยและไม่อนุญาตให้ทนายจําเลยเลื่อนคดี จึงเป็นการดําเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมาย



โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 23/10/2023




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 4


 

ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 3 สอบเมื่อ 11 มี.ค. 2566
--------------------------------------

จําเลยให้การรับสารภาพ

ประกอบกับคดีนี้ไม่ใช่คดีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำให้จําคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง

--------------------------------------

 

            เมื่อในชั้นพิจารณาจําเลยให้การรับสารภาพ ประกอบกับคดีนี้ไม่ใช่คดีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำให้จําคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง จึงไม่อยู่ในบังคับที่โจทก์ และโจทก์ร่วมจะต้องสืบพยานประกอบคํารับสารภาพของจําเลย และศาลไม่จําต้องฟังพยานหลักฐานของโจทก์ และโจทก์ร่วมเสียก่อน ศาลชั้นต้นย่อมมีคําพิพากษาลงโทษจําเลยได้



โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 23/10/2023




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 5


 ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 3 สอบเมื่อ 11 มี.ค. 2566
--------------------------------------

              คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2130/2557   โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326, 328
         ระหว่างพิจารณา นางสาวพิณทิพย์ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต และโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 1,000,000 บาท และให้ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันทุก ๆ ฉบับที่มีอยู่ในประเทศไทยขอโทษโจทก์ร่วมติดต่อกันทุกวันมีกำหนด 1 เดือน
         จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ
         โจทก์ร่วมแถลงไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายทดแทนและให้จำเลยลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์
         ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326, 328 (ที่ถูก ไม่ต้องปรับบทมาตรา 326) จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังไม่เกิน 3 เดือนแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ยกคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
         จำเลยอุทธรณ์
         ระหว่างอุทธรณ์ โจทก์ร่วมถึงแก่ความตาย นายวันชัย สามีโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอดำเนินคดีต่างผู้ตาย ศาลชั้นต้นอนุญาต
         ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
         จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
         ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยข้อแรกว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 24 สิงหาคม 2553 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า ในวันนัดดังกล่าวโจทก์ร่วมและนายฐิติ ทนายจำเลย ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นต้องสั่งอนุญาตให้เลื่อนคดีไปก่อน ทั้งการที่ศาลชั้นต้นสอบคำให้การจำเลยโดยไม่มีทนายจำเลยให้คำปรึกษาเป็นการสอบคำให้การไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 และมาตรา 173 และศาลชั้นต้นยกคำร้องของที่จำเลยขอถอนคำให้การรับสารภาพเป็นให้การปฏิเสธโดยไม่ไต่สวนก่อนก็เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบเช่นกันนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฎตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 24 สิงหาคม 2553 ว่าจำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ดังนี้ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพแล้วประกอบกับคดีนี้ไม่ใช่คดีที่มีอันตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง จึงไม่อยู่ในบังคับที่โจทก์และโจทก์ร่วมจะต้องสืบพยานประกอบคำรับสารภาพของจำเลย และศาลไม่จำต้องฟังพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมเสียก่อน ศาลชั้นต้นย่อมมีคำพิพากษาได้ กรณีจึงไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นต้องพิจารณาคำร้องขอเลื่อนคดีของโจทก์ร่วมและทนายจำเลยอีก นอกจากนี้จำเลยได้แต่งตั้งนาฐิติเป็นทนายความแล้ว ถือว่าจำเลยมีทนายความตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 แล้ว ผังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 มิได้บัญญัติว่าการสอบคำให้การจำเลยต้องมีทนายความอยู่ด้วย ประกอบกับตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับดังกล่าว เมื่อจำเลยขอถอนคำให้การเดิมเป็นให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นยังได้สอบจำเลยอีกครั้ง ซึ่งจำเลยก็ยืนยันให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นจึงอนุญาตให้จำเลยถอนคำให้การเดิมและรับคำให้การใหม่ แม้ทนายความที่จำเลยแต่งตั้งไว้จะไม่มาศาลก็ตาม ก็หามีผลให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ ดังนี้ การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์ร่วมและทนายจำเลยเลื่อนคดีกับสอบคำให้การจำเลยจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องที่จำเลยขอถอนคำให้การรับสารภาพเป็นให้การปฏิเสธโดยไม่ไต่สวนก่อนเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบนั้น เห็นว่า การจะไต่สวนคำร้องดังกล่าวของจำเลยหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 21 (4) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของจำเลยโดยไม่ไต่สวนก่อนจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
         มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อต่อไปว่าฟ้องโจทก์ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าคำฟ้องของโจทก์ยืนยันว่าหนังสือพิมพ์เป็นฝ่ายตีพิมพ์ มิได้มีข้อความว่าจำเลยได้จ้าง วาน ใช้ ให้หนังสือพิมพ์ดังกล่าวลงข่าว เป็นเรื่องที่หนังสือพิมพ์เป็นฝ่ายดำเนินการเองทั้งสิ้น และข้อความเลยฟ้อง จำเลยก็มิใช่เป็นผู้ยืนยันข้อเท็จจริงตามที่โจทก์บรรยายฟ้องนั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ร้องเรียนและให้ข่าวในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ในคอลัมน์ "ลูกค้าร้องแบงค์กรุงศรีฯปล่อยสินเชื่อรายมาตรฐาน" มีข้อความว่า "ฯลฯตนได้ถูกนายวันชัย และนางพิณทิพย์กรรมการผู้จัดการบริษัท อาร์ ที ดี อุตสาหกรรมสิ่งทอ จำกัด และธนาคารกรุงศรีอยุธยาร่วมกันสร้างหลักฐานเท็จเพื่อกู้เงินและค้ำประกัน โดยไม่รู้ตัวตนจนทำให้ตนมีหนี้สินถึง 44 ล้านบาท และต้องรับผิดชอบภาระหนี้ของบริษัทในอนาคต ฯลฯ"ซึ่งคำว่า "ตน" ในข้อความในหนังสือพิมพ์ดังกล่าวหมายถึง จำเลย อันเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไปในหมู่ผู้ร่วมงานในที่ทำงานและแม่ค้า และประชาชนทั่วไป ซึ่งข้อความดังกล่าวมีความหมายว่า ผู้เสียหายกับพวกร่วมกันสร้างหลักฐานเท็จเพื่อกู้เงินและค้ำประกันทำให้จำเลยเป็นหนี้แล้วต้องรับภาระ อันไม่เป็นความจริง อันเป็นการใส่ความผู้เสียหายต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง ดังนี้ ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเป็นฝ่ายตีพิมพ์ข้อความที่หมิ่นประมาทในหนังสือพิมพ์ดังกล่าวอันเป็นการแสดงให้เห็นว่าหนังสือพิมพ์เป็นฝ่ายดำเนินการเองดังที่จำเลยฎีกา แต่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้ร้องเรียนและให้ข่าวแก่หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจอันเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นผู้ใส่ความผู้เสียหายต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 แล้ว เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลล่างทั้งสองจึงพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน
         มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยข้อสุดท้ายว่า มีเหตุลงโทษจำเลยในสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมีให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาชั้นต้นจะอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้เฉพาะในคดีซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218, 219 และ 220 เท่านั้น จะอนุญาตให้ฎีกาในคดีซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี ไม่ได้ ดังนั้น ที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในฎีกาจำเลยข้อนี้จึงเป็นการไม่ชอบศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
         พิพากษายืน



โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 23/10/2023




  


เตรียมสอบผู้ช่วยฯ

ทีเด็ด* เตรียมสอบอัยการ (สนามใหญ่)

จำแนกกลุ่มความผิดอาญา >> รายละเอียด...



 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. เจาะหลัก สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. ผู้ประสงค์ใช้งาน/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งาน กดดูข้อมูล ดาวน์โหลด ทุกครั้ง จึงจะใช้งานได้
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]