ไม่มีภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายจึงอ้างป้องกันไม่ได้ แต่เป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
ฎีกาที่ ๗๒๓๗/๒๕๕๖ โจทก์ร่วมยืนอยู่บริเวณประตูรถยนต์ตู้ของจําเลย เพียงลําพังโดยไม่มีบุคคลอื่นใดอยู่ร่วมกับโจทก์ร่วม ทั้งขณะนั้นจําเลยก็ล็อกประตูของรถยนต์ตู้อยู่ โจทก์ร่วมย่อมไม่สามารถเปิดประตูรถยนต์ตู้เข้าไปทําร้ายจําเลยได้ จึงไม่มีภยันตราย ที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายที่จําเลยจะต้องกระทําเพื่อป้องกัน การที่จําเลยใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม จําเลยจึงไม่อาจอ้างได้ว่าการกระทําของจําเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่การที่โจทก์กับพวกจอดรถขวางกั้น ไม่ให้จําเลยถอยรถยนต์ออกจากที่เกิดเหตุ จําเลยจะต้องไปรับพนักงานไปส่งยังที่หมายซึ่งเป็นภาระหน้าที่ในการประกอบอาชีพของจําเลยและโจทก์ร่วมมากระชากประตูรถยนต์ตู้ และทุบกระจกรถยนต์ตู้อย่างแรงหลายครั้งอันเป็นการเข้าไปหาจําเลยโดยมีท่าที่คุกคาม ย่อมเป็นการข่มเหงจําเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จําเลยใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมในขณะนั้น จึงเป็นการกระทําโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒
อ้างอิง :กฏหมายอาญา มาตร ๕๙-๑๐๖ (อ.เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์) สมัยที่ ๗๔
----------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
-----------------------------------------
จำนวนผู้เช้าชม : 370 ครั้ง |