กรณีที่ถือว่าเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรง
ฎีกาที่ ๗๐๐๔/๒๕๖๑ โจทก์ร่วมเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน โดยบุกรุกเข้าไป ทําลายทรัพย์สินของจําเลยในบ้านของจําเลย ถือได้ว่าเป็นการข่มเหงจําเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จําเลยใช้อาวุธปืนยิงทําร้ายร่างกายโจทก์ร่วมในขณะนั้น จึงเป็นการกระทําโดยบันดาลโทสะตาม ป.อ. มาตรา ๗๒
ฎีกาที่ ๓๔๗๑/๒๕๕๓ จําเลยเป็นเจ้าพนักงานตํารวจมีหน้าที่ดูแลรักษา ความสงบเรียบร้อย การที่นาย อ. กับพวกไล่ทําร้ายกลุ่มวัยรุ่น จําเลยได้เข้าห้ามปราม และสั่งให้ทุกฝ่ายหยุดและนั่งลง กลุ่มวัยรุ่นปฏิบัติตาม แต่นาย อ. ไม่ปฏิบัติตาม กลับท้าทายอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายของจําเลย โดยเข้าไปเตะวัยรุ่นที่นั่งตามคำสั่งของจําเลย ย่อมทําให้จําเลยโกรธเคือง ถือเป็นการถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จําเลยจึงทําร้ายนาย อ. ผู้ตายเข้าไปดึงเอวจําเลยไว้ จําเลยเข้าใจว่าผู้ตาย เป็นพวกเดียวกับนาย อ. ที่ท้าทายอํานาจตามกฎหมายของจําเลย การที่จําเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย จึงเป็นการกระทําโดยบันดาลโทสะ
ฎีกาที่ ๓๓๑๕/๒๕๒๒ ผู้ตาย เมาสุราเอาเท้าพาดหัวจําเลยลูบเล่น จําเลย จึงทําร้ายผู้ตายเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๐ และบันดาลโทสะ
ฎีกาที่ ๖๙๘๘/๒๕๔๒ จําเลยเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย มีบุตรด้วยกัน ๑ คน แต่ผู้ตายเป็นคนเจ้าชู้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงอื่นอีก หลายคน และกําลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับ ท. ซึ่งทํางานที่เกี่ยวกับผู้ตาย โดยจะออกบัตรเชิญแขกไปร่วมพิธีด้วย โรงงานที่ผู้ตายและ ท. ทํางานอยู่ห่างจากที่พักของจําเลย ประมาณ ๕๐๐ เมตร คนงานในโรงงานย่อมทราบดีว่าจําเลยเป็นภริยาผู้ตาย การกระทําของผู้ตายดังกล่าวทําให้จําเลยได้รับความอับอายมาก ก่อนเกิดเหตุผู้ตายไม่ กลับบ้านหลายวัน เพราะไปพักอยู่กับ ท. จําเลยตามผู้ตายกลับบ้าน ผู้ตายยอมกลับ แต่เมื่อจําเลยขอร้องผู้ตายว่าจะมีความสัมพันธ์กับ ท. ต่อไปก็ได้ จําเลยไม่ว่า แต่ขอร้องไม่ให้แต่งงานกัน ผู้ตายปฏิเสธ การกระทําดังกล่าวเป็นการข่มเหงจําเลยอย่างร้ายแรง ด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
ฎีกาที่ ๒๗๗๐/๒๕๔๔ ตะโกนด่าถึงมารดาว่ามารดาเป็นโสเภณี และถึง แก่กรรมด้วยโรคเอดส์ เป็นการกล่าวหาว่ามารดาสําส่อนทางเพศ ถือเป็นการข่มเหงบุตรอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
ฎีกาที่ ๗๗๗๔/๒๕๔๔ ผู้ตายพูดกับจําเลยว่า “มึงไม่นักเลง พ่อจึงถูกกฆ่า ตั้งแต่เล็ก ๆ ถึงไม่มีน้ำยา” จําเลยตอบว่า “เสร็จแล้วก็ให้เสร็จกันไป” ผู้ตายพูดว่า “เสร็จ แต่มึง กูไม่เสร็จ” เป็นการพูดในบริเวณงานต่อหน้าผู้มาร่วมงานศพจํานวนหลายคน ทั้งผู้ตายถูกกล่าวหาว่าฆ่าบิดาจําเลย แต่ต่อสู้คดีจนพ้นความผิด ที่ผู้ตายกล่าวถ้อยคำตอกย้ำความรู้สึกของจําเลยว่าผู้ตายฆ่าบิดาจําเลยตั้งแต่จําเลยยังเป็นเด็ก แต่จําเลยก็ไม่มีความกล้าหาญพอที่จะทําอะไรได้ แม้จําเลยจะพูดโต้ตอบไปว่าไม่ติดใจในเรื่อง ดังกล่าวอีกต่อไปแล้ว แต่ผู้ตายก็ยังพูดทํานองท้าทายจะเอาเรื่องกับจําเลยอีก ย่อมเป็นการเย้ยหยันสบประมาทต่อจําเลยอย่างร้ายแรงทําให้จําเลยรู้สึกอับอายขายหน้าและแค้นเคืองขึ้นมาโดยทันใดอย่างมาก ถือได้ว่าการกระทําของผู้ตายเป็นการข่มเหงจิตใจของ จําเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
ฎีกาที่ ๓๘๖๑/๒๕๔๗ ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย ใช้มีดฟันศีรษะหญิง อื่นขณะหญิงอื่นกําลังหลับนอนกับสามีโดยมิได้ร่วมประเวณีกัน ภริยาอ้างบันดาลโทสะได้ เพราะเป็นการถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง
ฎีกาที่ ๗๑๔๖/๒๕๕๒ การที่จําเลยยังคงติดตามให้ จ. กลับไปอยู่กับจําเลย และบุตร เมื่อจําเลยไปพบเห็น จ. กับผู้เสียหายอยู่กันตามลําพังในห้องน้ำในคืนเกิดเหตุ นับได้ว่าเป็นพฤติการณ์ที่ผู้เสียหายได้กระทําการอันเป็นการข่มเหงในทางจิตใจของจําเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และจําเลยย่อมเกิดอารมณ์หึง หวงในฐานะที่ตนเองเป็นสามีของ จ. อยู่ และบันดาลโทสะขึ้นในขณะนั้นจึงได้ใช้มีดแทง ผู้เสียหาย ซึ่งแม้จําเลยแทงผู้เสียหายครั้งแรกในห้องน้ำ และแทงผู้เสียหายครั้ง ต่อ ๆ มาที่ประตูหน้าบ้าน แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องติดพันกันอยู่ การกระทําของจําเลยจึงเป็นการกระทําโดยบันดาลโทสะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒
สามีเห็นภริยานอนหนุนตักชายอื่นและกอดจูบกันโดยยังไม่มีการร่วม ประเวณีกัน
ฎีกาที่ ๓๕๘๓/๒๕๕๕ วินิจฉัยว่า จ. เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย ของจําเลยซึ่งจําเลยมีสิทธิตามกฎหมายที่จะกระทําการป้องกันเกียรติยศชื่อเสียงของตนโดยมิให้ชายอื่นมามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับภรรยาของตนได้ แต่ขณะเกิดเหตุจําเลย พบเห็น จ. นอนหนุนตักผู้ตายและกอดจูบกันโดยยังไม่มีการร่วมประเวณีกัน และ ผู้ตายกระทําต่อ จ. ก็เป็นไปโดย จ. สมัครใจยินยอม พฤติการณ์ยังถือไม่ได้ว่ามีภยันตรายซึ่งเกิดการประทุษอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ซึ่งจําเลยจําต้องกระทําการป้องสิทธิ แต่การที่ผู้ตายกับ จ. กอดจูบกัน นับเป็นการกระทําที่ข่มเหงจิตใจของจําเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม เมื่อจําเลยเห็นเหตุการณ์ย่อมเหลือวิสัยของจําเลยที่จะอดกลั้นโทสะไว้ได้ การที่จําเลยเข้าไปชกต่อยผู้ตายแล้วใช้มีด ปอกผลไม้ที่วางอยู่ใกล้ตัวแทงผู้ตายเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา จึงเป็นการกระทําโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒
อ้างอิง :กฏหมายอาญา มาตร ๕๙-๑๐๖ (อ.เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์) สมัยที่ ๗๔
----------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
-----------------------------------------
จำนวนผู้เช้าชม : 698 ครั้ง |