กรณีที่ไม่ถือว่าเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
ฎีกาที่ ๑๐๒๑/๒๕๖๒ วันเกิดเหตุโจทก์ร่วมมาด่าจําเลยก่อนว่า “ไอ้เย็ดแม่ ควาย ไอ้ชิงหมาเกิด ไม่รับผิดชอบ” และชี้หน้าแข่งจําเลยให้ขับรถชนตายก็ตาม แต่ถ้อยคำดังกล่าวเป็นเพียงถ้อยคำที่หยาบคาย ซึ่งตามปกติวิญญูชนโดยทั่วไป จะไม่กล่าวออกมาเช่นนั้น และไม่ปรากฏว่าหลังจากที่โจทก์ร่วมกล่าวถ้อยคำดังกล่าวในวันเกิดเหตุแล้วโจทก์ร่วมได้กระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อจําเลยอีกก่อนที่จําเลยจะใช้มีดพร้าฟันโจทก์ร่วม การกระทําของโจทก์ร่วมตามที่จําเลยกล่าวอ้างยังถือไม่ได้ว่าเป็นการข่มเหงจําเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
ฎีกาที่ ๖๑๒๕/๒๕๕๖ ก่อนและขณะเกิดเหตุผู้ตายได้ด่าว่าบุพการีของจําเลย โดยจําเลยนําสืบว่าถ้อยคำที่ผู้ตายด่าจําเลยคือคำว่า “เย็ดแม่” เป็นเวลาหลายนาที แล้วยังเดินไปเดินมาด่าจําเลยอยู่อย่างนั้น จนจําเลยซึ่งอยู่ในห้องรับประทานข้าวจนเสร็จ และหลบไปนอน จําเลยนอนฟังอยู่โดยผู้ตายมายืนด่าแม่ที่หน้าห้องนอนจําเลย ๓ ครั้ง จําเลยทนไม่ไหวจึงลุกออกไปนอกห้อง ซึ่ง ส. พยานโจทก์ก็เบิกความว่า ผู้ตายพูดว่า “เพื่อนอย่างนี้คบไม่ได้ไม่ต้องคบ อย่าไปคบมันเลย” โดยพูดย้ำ ๆ ถึง ๓ ครั้ง เป็นคำพูด แดกดันสบถคำหยาบคาย เห็นว่า คำด่าดังกล่าวแม้จะเป็นถ้อยคำก้าวร้าวหยาบคาย เป็นที่ระคายเคืองแก่จําเลยอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่จะถือว่าเป็นการข่มเหงจําเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตาม ป.อ. มาตรา ๗๒ คดีจึงฟังไม่ได้ว่าที่จําเลยใช้ อาวุธปืนยิงฆ่าผู้ตายเป็นการกระทําโดยบันดาลโทสะเนื่องจากผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรง ด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตาม ป.อ. มาตรา ๗๒
ฎีกาที่ ๔๕๐/๒๕๔๔ พูดจาเสียดสี ทํานองว่า เมื่อคนแก่ ดื่มสุรา เมาแล้วให้กลับไปนอน อย่าส่งเสียงดัง ถือไม่ได้ว่าถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง
ฎีกาที่ ๓๖๑๗/๒๕๔๗ ถ้อยคำที่ผู้ตายด่าจําเลยว่า “โคตรพ่อโคตรแม่” แม้จะ เป็นถ้อยคำก้าวร้าวหยาบคาย เป็นที่ระคายเคืองแก่จําเลยอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่จะถือว่าเป็นการข่มเหงจําเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตาม ป.อ. มาตรา ๗๒
ฎีกาที่ ๕๗๑๔/๒๕๔๘ จําเลยไปหาผู้ตายที่ที่ทํางานของผู้ตายและถามผู้ตายว่า ถึงเล่นชู้กับเมียกูทําไม การที่ผู้ตายพูดว่า ถึงไม่มีน้ำยากเลยเล่น นั้น เป็นการพูดตอบจําเลยแม้จะพูดในทํานองยั่วยุ แต่ไม่ถึงขนาดที่จะถือว่าเป็นการข่มเหงจําเลย อย่างรุนแรง ทั้งผู้ตายไม่ได้พูด ต่อหน้าผู้อื่น ที่จะทําให้จําเลยได้รับความอับอายขายหน้าผู้อื่น ยังถือไม่ได้ว่าจําเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงฟังไม่ได้ว่าจําเลยฆ่าผู้ตายโดยบันดาลโทสะ
ฎีกาที่ ๕๗๗๒/๒๕๕๑ ผู้เสียหายพูดกับจําเลยทํานองว่าจําเลยไม่สามารถซื้อ รถจักรยานยนต์ได้เช่นเดียวกับผู้เสียหาย เป็นการพูดทํานองเสียดสี จําเลย ตามประสาของผู้ที่เคยมีสาเหตุกันมาก่อน แม้เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอยู่บ้าง แต่ไม่เพียงพอที่จะถือว่าเป็นการข่มเหงจําเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรม การที่จําเลยมีความโกรธแค้นและทําร้ายผู้เสียหายจึงอ้างว่าเป็นการกระทําโดยบันดาลโทสะตามกฎหมาย ไม่ได้
ฎีกาที่ ๔๒๗๐/๒๕๕๒ การที่จําเลยอ้างว่าผู้ตายใช้ให้จําเลยไปยืมเงินผู้อื่นมาให้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนเกิดเหตุ และจําเลยชอบที่จะต้องดำเนินการเรียกร้องบังคับให้ผู้ตาย ชําระหนี้ให้จําเลยตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ส่วนถ้อยคำที่ผู้ตายพูดกับจําเลยที่เป็นคำก้าวร้าว หยาบคาย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรที่จะกล่าวออกมา และเป็นที่ระคายเคืองแก่จําเลยอยู่บ้าง ก็ไม่ถึงขนาดที่จะถือว่าเป็นการข่มเหงจําเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จําเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจึงมิใช่เป็นการกระทําโดยบันดาลโทสะตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒
----------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
-----------------------------------------
จำนวนผู้เช้าชม : 300 ครั้ง |