คำถามพร้อมธงคำตอบ เนติบัณฑิต ภาค2 สมัยที่ 71
ข้อ 2. วิชา กฎหมาย วิ.อาญา ภาค 1 -2
******************************
รายละเอียด
- ทยอยอัพเดท** เพื่อเตรียมความพร้อมในการจับประเด็นสำคัญ สำหรับท่องพร้อมสอบ*
- สกัดหลักคำถาม ธงคำตอบ เน้นประเด็นสำคัญ จากคำบรรยายเนติฯ (แยกตามเนื้อหา/กลุ่ม) สำหรับง่าย ต่อการทบทวน
- แนวการเขียน ธงคำตอบ เจาะประเด็น มาตราสำคัญ เก็งเนื้อหา ที่พร้อมออกสอบ
คำแนะนำ**
- ก่อนสอบ ควรอ่านข้อสอบเก่า จับประเด็น ฝึกหัดเขียนตามธงคำตอบเนติฯ
คำถามพร้อมธงคำตอบ
วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม
กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน การว่าความและถามพยาน การจัดทำเอกสารทางกฎหมาย
ในการสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ภาคสอง สมัยที่ 71 ปีการศึกษา 2561
วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2562
ข้อ 2. พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเหลืองต่อศาลว่า นายเหลืองร่วมกับพวกจัดหางานให้แก่คนหางานโดยเรียกและรับเงินค่าบริการจากคนหางานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมาย และนายเหลืองกับพวกโดย ทุจริตร่วมกันหลอกลวงนายขาว นายเขียว และนายส้มผู้เสียหายทั้งสาม ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่านายเหลืองกับ พวกสามารถจัดหางานและส่งผู้เสียหายทั้งสามไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้ ซึ่งเป็นความเท็จ นายขาว นายเขียว และ นายส้มหลงเชื่อสมัครไปทำงานที่ประเทศดังกล่าวและมอบเงินแก่นายเหลืองกับพวกคนละ 100,000 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (ความผิดต่อส่วนตัว), 91, 83 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี (ความผิดอาญาแผ่นดิน) กับให้นายเหลืองคืนเงินแก่ผู้เสียหายทั้งสามคนละ 100,000 บาท นายเหลืองให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า นายเหลืองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 ปี นายเหลืองอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ นายเหลืองนำเงิน ไปชดใช้คืนแก่ผู้เสียหายทั้งสามจนครบ ผู้เสียหายทั้งสามไม่ติดใจเอาความนายเหลือง จึงถอนคำร้องทุกข์และไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแก่นายเหลืองอีกต่อไป
ให้วินิจฉัยว่า (ก) พนักงานอัยการโจทก์มีอำนาจดำเนินคดีแก่นายเหลือต่อไปหรือไม่
(ข) ศาลอุทธรณ์ต้องพิพากษายกฟ้องหรือไม่ จะต้องดำเนินการอย่างไร
ธงคำตอบ
(ก) แม้ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จะมีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อนายขาว นายเขียว และนายส้ม ผู้เสียหายทั้งสามได้ถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความโดยถูกต้องตามกฎหมาย อันทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) แต่การกระทำของนายเหลืองเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี ด้วย อันเป็นการกระทำกรรมเดียว แต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท และศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษนายเหลืองในความผิดฐานนี้ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 3 ปี และความผิดฐานดังกล่าวเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน แม้ผู้เสียหายทั้งสาม จะถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย ก็ไม่ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี ระงับไป คงระงับไปเฉพาะความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ดังนั้น พนักงานอัยการโจทก์จึงมีอำนาจดำเนินคดีแก่นายเหลืองต่อไป
(ข) ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เป็นความผิดต่อส่วนตัว เมื่อผู้เสียหายทั้งสาม ถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความโดยชอบแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 39 (2) ดังนั้น ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่อาจพิพากษายกฟ้องสำหรับความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 1127/2544) แต่ต้องมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีสำหรับความผิดฐานดังกล่าว
----------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
--------------------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 1273 ครั้ง ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : ข้อมูล
|