คำถามพร้อมธงคำตอบ เนติบัณฑิต ภาค2 สมัยที่ 71
ข้อ 5. วิชา กฎหมาย วิ.อาญา ภาค 3 -4
******************************
รายละเอียด
- ทยอยอัพเดท** เพื่อเตรียมความพร้อมในการจับประเด็นสำคัญ สำหรับท่องพร้อมสอบ*
- สกัดหลักคำถาม ธงคำตอบ เน้นประเด็นสำคัญ จากคำบรรยายเนติฯ (แยกตามเนื้อหา/กลุ่ม) สำหรับง่าย ต่อการทบทวน
- แนวการเขียน ธงคำตอบ เจาะประเด็น มาตราสำคัญ เก็งเนื้อหา ที่พร้อมออกสอบ
คำแนะนำ**
- ก่อนสอบ ควรอ่านข้อสอบเก่า จับประเด็น ฝึกหัดเขียนตามธงคำตอบเนติฯ
คำถามพร้อมธงคำตอบ
วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม
กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน การว่าความและถามพยาน การจัดทำเอกสารทางกฎหมาย
ในการสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ภาคสอง สมัยที่ 71 ปีการศึกษา 2561
วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2562
ข้อ 5. พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตแล้วพิจารณาพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ลงโทษจำคุก 1 ปี พนักงานอัยการโจทก์อุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟ้งได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย โดยโจทก์ร่วมไม่ได้อุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์ว่าไม่ได้กระทำผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ลงโทษจำคุก 4 ปี โจทก์ร่วมฎีกาว่า พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายาม ฆ่าผู้เสียหาย โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนจำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ให้วินิจฉัยว่า (ก) ศาลจะสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมได้หรือไม่
(ข) ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นหรือไม่
ธงคำตอบ
(ก) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายตามมาตรา 288,80 ซึ่งหมายถึงยกฟ้องโจทก์ร่วมด้วย เมื่อพนักงานอัยการโจทก์อุทธรณ์ฝ่ายเดียว แต่โจทก์ร่วมไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีของโจทก์ร่วมย่อมยุติลง โจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยามฆ่าผู้เสียหายเพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และมาตรา 252 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 แม้ผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้โจทก์ร่วมฎีกา ก็ไม่ชอบด้วยมาตรา 221 เพราะผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ฎีกาได้เฉพาะในคดีซึ่งต้องห้ามฎีกาตามมาตรา 218, 219 และ 220 เท่านั้น ศาลต้องสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วม (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 7100/2540 และ 833/2561)
(ข) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 พนักงานอัยการโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายตามฟ้อง ถือว่าโจทก์อุทธรณ์ในทำนองขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลย เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสตามมาตรา 297 ย่อมมีอำนาจพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย ให้หนักขึ้นเป็นจำคุก 4 ปี ได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 7881/2560)
----------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
--------------------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 2011 ครั้ง ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : ข้อมูล
|