คำถามพร้อมธงคำตอบ เนติบัณฑิต ภาค2 สมัยที่ 71
ข้อ 8. วิชา กฎหมายพยานหลักฐาน (ในคดีอาญา)
******************************
รายละเอียด
- ทยอยอัพเดท** เพื่อเตรียมความพร้อมในการจับประเด็นสำคัญ สำหรับท่องพร้อมสอบ*
- สกัดหลักคำถาม ธงคำตอบ เน้นประเด็นสำคัญ จากคำบรรยายเนติฯ (แยกตามเนื้อหา/กลุ่ม) สำหรับง่าย ต่อการทบทวน
- แนวการเขียน ธงคำตอบ เจาะประเด็น มาตราสำคัญ เก็งเนื้อหา ที่พร้อมออกสอบ
คำแนะนำ**
- ก่อนสอบ ควรอ่านข้อสอบเก่า จับประเด็น ฝึกหัดเขียนตามธงคำตอบเนติฯ
คำถามพร้อมธงคำตอบ
วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม
กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน การว่าความและถามพยาน การจัดทำเอกสารทางกฎหมาย
ในการสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ภาคสอง สมัยที่ 71 ปีการศึกษา 2561
วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2562
ข้อ 8. นางเอฟนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่าถูกนายหนึ่งข่มขืนกระทำชำเรา ขอให้จับกุมตัวนายหนึ่งมาดำเนินคดี แต่ยังตามจับนายหนึ่งไม่ได้ ขณะนั้นนางเอฟจะต้องเดินทางกลับประเทศตน หากพนักงานสอบสวนประสงค์จะให้มีการสืบนางเอฟเป็นพยานต่อศาลไว้ก่อนฟ้อง จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ โดยวิธีใด
หากมีการสืบพยานนางเอฟต่อศาลไว้ก่อนฟ้อง ต่อมาเมื่อนายหนึ่งถูกจับและถูกฟ้องแล้ว นายหนึ่งให้การว่า นางเอฟยินยอมให้ตนกระทำชำเรา พนักงานอัยการโจทก์นำสืบแพทย์เป็นพยาน แพทย์เบิกความยืนยันว่าเป็นผู้ตรวจ ร่างกายนางเอฟและทำรายงานการตรวจร่างกายส่งให้พนักงานสอบสวนตรงตามรายงานที่พนักงานอัยการให้ดูและส่งเป็นพยานเอกสารต่อศาล แต่ไม่สามารถนำตัวนางเอฟมาเบิกความที่ศาลได้ ดังนี้ ศาลจะรับฟ้งบันทึกคำเบิกความของนางเอฟที่เบิกความไว้ก่อนฟ้องเป็นพยานหลักฐานประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้หรือไม่ เพียงใด
ธงคำตอบ
เมื่อนางเอฟนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติซึ่งถูกนายหนึ่งข่มขืนกระทำชำเราเป็นพยานบุคคลที่จะต้องเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรกลับประเทศตน กรณีมีเหตุจำเป็นที่จะขอสืบนางเอฟเป็นพยานไว้ก่อนฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 237 ทวิ วรรคหนึ่ง แต่พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจร้องขอต่อศาลโดยตรง ต้องยื่นคำร้องขอต่อพนักงานอัยการเพื่อร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้สืบพยานนั้น ซึ่งศาลอนุญาตให้ได้โดยไม่จำต้องสืบพยานต่อหน้าผู้ถูกกล่าวหา เพราะยังจับตัวผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ จึงยังไม่มีตัวผู้ถูกกล่าวหาอยู่ในความควบคุมของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาล ซึ่งมาตรา 237 ทวิ วรรคหนึ่ง ตอนท้าย ให้นำตัวผู้ถูกกล่าวหามาศาลเฉพาะกรณีที่มีตัวผู้ถูกกล่าวหาอยู่ในอำนาจควบคุมของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาลเท่านั้น (คำพิพากษาฎีกาที่ 2980/2547)
ศาลรับฟังบันทึกคำเบิกความของนางเอฟเป็นพยานหลักฐานในชั้นพิจารณาของศาลประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 237 ทวิ วรรคห้า ซึ่งบัญญัติว่า ถ้าต่อมาผู้ต้องหานั้น ถูกฟ้องเป็นจำเลยในการกระทำผิดอาญานั้น ก็ให้รับฟ้งคำพยานดังกล่าวในการพิจารณาคดีนั้นได้ แต่ศาลต้องวินิจฉัย น้ำหนักพยานหลักฐานด้วยความระมัดระวัง เพราะมิได้นำสืบนางเอฟต่อหน้าจำเลย จำเลยยังไม่มีโอกาสถามค้าน และยังไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเป็นยุติเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น หรือพฤติการณ์ พิเศษแห่งคดี หรือมีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุนตามมาตรา 227/1
----------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
--------------------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 2440 ครั้ง ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : ข้อมูล
|