คำถาม ธงคำตอบเนติฯ วิ.แพ่ง ข้อ 10. พระธรรมนูญศาลยุติธรรม สมัยที่ 71
******************************
คำถามพร้อมธงคำตอบ เนติบัณฑิต ภาค2 สมัยที่ 71
ข้อ 10. วิชา พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
******************************
รายละเอียด
- ทยอยอัพเดท** เพื่อเตรียมความพร้อมในการจับประเด็นสำคัญ สำหรับท่องพร้อมสอบ*
- สกัดหลักคำถาม ธงคำตอบ เน้นประเด็นสำคัญ จากคำบรรยายเนติฯ (แยกตามเนื้อหา/กลุ่ม) สำหรับง่าย ต่อการทบทวน
- แนวการเขียน ธงคำตอบ เจาะประเด็น มาตราสำคัญ เก็งเนื้อหา ที่พร้อมออกสอบ
คำแนะนำ**
- ก่อนสอบ ควรอ่านข้อสอบเก่า จับประเด็น ฝึกหัดเขียนตามธงคำตอบเนติฯ
คำถามพร้อมธงคำตอบ
วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายล้มละลาย
ระบบศาลและพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
ในการสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ภาคสอง สมัยที่ 71 ปีการศึกษา 2561
วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562
ข้อ 10. นายอาทิตย์เป็นโจทก์ฟ้องนายเดือนเป็นจำเลยต่อศาลแขวงสุพรรณบุรี ในข้อหาบุกรุก ขอให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทุกชนิดออกไปจากที่ดินตามแผนที่ท้ายฟ้อง เนื้อที่ 1 ไร่เศษ ซึ่งโจทก์มีสิทธิครอบครอง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาท กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 100,000 บาท นายจันทร์ผู้พิพากษาอาวุโสของศาลแขวงสุพรรณบุรีไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูลความผิดอาญา พิพากษายกฟ้อง ในส่วนอาญา แต่รับคดีในส่วนแพ่งไว้พิจารณาต่อไป นายเดือนจำเลยให้การและฟ้องแย้งในส่วนแพ่งว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตนซึ่งได้ครอบครองทำประโยชน์มาช้านานแล้ว ขอให้ยกฟ้องและให้ศาลมีคำสั่งห้ามโจทก์และบริวารเข้ามายุ่งเกี่ยวใน ที่ดินพิพาท คู่ความแถลงว่าที่ดินพิพาทมีราคา 250,000 บาท หลังจากสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จ นายจันทร์เห็นว่า นายอาทิตย์โจทก์มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่า จึงพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท ให้จำเลย ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 100,000 บาท และยกฟ้องแย้ง
ให้วินิจฉัยว่า การไต่สวนมูลฟ้อง การสั่งรับคดีแพ่งไว้พิจารณา และการพิพากษาของศาลแขวงสุพรรณบุรีดังกล่าวชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมหรือไม่
ธงคำตอบ
ในศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาคนเดียวเป็นองค์คณะมีอำนาจไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งในคดีอาญาได้ตามพระธรรมนูญ ศาลยุติธรรม มาตรา 25 (3) หากผู้พิพากษานั้นไม่ใช่ผู้พิพากษาประจำศาลตามที่วรรคท้ายของมาตราดังกล่าวจำกัด อำนาจไว้ นายจันทร์เป็นผู้พิพากษาอาวุโสซึ่งมิได้ถูกจำกัดอำนาจเหมือนผู้พิพากษาประจำศาลจึงมีอำนาจไต่สวนมูลฟ้อง คดีนี้เพียงคนเดียวได้
เมื่อไต่สวนมูลฟ้องแล้ว หากเห็นว่าคดีไม่มีมูลและจะพิพากษายกฟ้อง ต้องได้ความว่าคดีดังกล่าวกฎหมายกำหนด อัตราโทษอย่างสูงไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (5) ซึ่งอยู่ในอำนาจที่ผู้พิพากษาคนเดียวจะพิจารณาพิพากษาได้ คดีที่นายอาทิตย์ฟ้องนายเดือนนี้ในส่วนอาญา มีอัตราโทษอยู่ในเกณฑ์ตามมาตรา 25 (5) ดังกล่าว นายจันทร์จึงมีอำนาจพิพากษายกฟ้องคดีในส่วนอาญาได้ สำหรับในส่วนแพ่ง เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 40 บัญญัติให้เสนอต่อศาลซึ่งพิจารณาคดีอาญาได้ แม้ในเบื้องต้นจะเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์เพราะโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ แต่จำเลยอาจต่อสู้อ้างความเป็นเจ้าของอันทำให้กลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์และราคาที่ดินพิพาทเมื่อรวมกับ ค่าเสียหายแล้วอาจไม่เกินสามแสนบาทซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลแขวงก็ได้ ดังนั้น ที่นายจันทร์สั่งรับคดีแพ่งไว้พิจารณา ต่อไปในวันพิพากษายกฟ้องคดีส่วนอาญาจึงชอบแล้ว
เมื่อจำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของตน ทำให้กลายเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณ เป็นราคาเงินได้ ซึ่งทุนทรัพย์พิพาทคดีนี้เท่ากับราคาที่ดินพิพาทรวมกับจำนวนเงินค่าเสียหายตามฟ้องเป็นเงิน 350,000 บาท เกินอำนาจของศาลแขวงที่จะรับไว้พิจารณาได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบ มาตรา 25 (4) ดังนั้น ที่นายจันทร์พิจารณาคดีส่วนแพ่งต่อไปและพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีจึงเป็นการไม่ชอบ (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 6630/2556)
----------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
------------------------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 4025 ครั้ง ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : 0 ข้อมูล
|