คำถามพร้อมธงคำตอบ เนติบัณฑิต ภาค2 สมัยที่ 71
ข้อ 5. วิแพ่ง ภาค3 (อุทธรณ์-ฎีกา)
******************************
รายละเอียด
- ทยอยอัพเดท** เพื่อเตรียมความพร้อมในการจับประเด็นสำคัญ สำหรับท่องพร้อมสอบ*
- สกัดหลักคำถาม ธงคำตอบ เน้นประเด็นสำคัญ จากคำบรรยายเนติฯ (แยกตามเนื้อหา/กลุ่ม) สำหรับง่าย ต่อการทบทวน
- แนวการเขียน ธงคำตอบ เจาะประเด็น มาตราสำคัญ เก็งเนื้อหา ที่พร้อมออกสอบ
คำแนะนำ**
- ก่อนสอบ ควรอ่านข้อสอบเก่า จับประเด็น ฝึกหัดเขียนตามธงคำตอบเนติฯ
คำถามพร้อมธงคำตอบ
วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายล้มละลาย
ระบบศาลและพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
ในการสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ภาคสอง สมัยที่ 71 ปีการศึกษา2561
วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562
ข้อ 5. โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้เปิดทางเข้าออกที่ดินของโจทก์อ้างว่าเป็นทางจำเป็นและเรียกค่าเสียหายถึงวันฟ้อง เป็นเงิน 50,000 บาท กับค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะเปิดทาง จำเลยให้การต่อสู้ ทุกประเด็น หลังจากเสร็จการพิจารณา ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายสูงไป ขอให้ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายน้อยลงหรือไม่ต้องเสียค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เนื่องจากเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้าม จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งโดยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล ศาลชั้นต้นส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์โนข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย
ให้วินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์และคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งชอบหรือไม่
ธงคำตอบ
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้เปิดทางเข้าออกที่ดินของโจทก์อ้างว่าเป็นทางจำเป็นและเรียกค่าเสียหาย เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้และไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้รวมอยู่ด้วยกัน ซึ่งคำขอให้เปิดทางอันเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้เป็นคำขอหลัก ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงสามารถอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ทั้งคดี แต่เนื่องจากจำเลยอุทธรณ์เฉพาะคำขอเรื่องค่าเสียหาย จึงต้องพิจารณาสิทธิอุทธรณ์ในคำขอที่มีทุนทรัพย์อย่างคดีมีทุนทรัพย์ (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 1966/2537) ค่าเสียหายมีจำนวน 50,000 บาท ส่วนค่าเสียหายอีกเดือนละ 5,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะเปิดทางให้โจทก์ เป็นค่าเสียหายในอนาคต ไม่นำมาคำนวณรวมเป็นทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์ด้วย (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 5213/2554) ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์จึงไม่เกิน 50,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายสูงไป ขอให้ศาลอุทธรณ์กำหนด ค่าเสียหายน้อยลงหรือไม่ต้องเสียค่าเสียหาย เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายของศาลชั้นต้น เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 8342/2556) ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว
การที่จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์โดยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษา หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลเป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 โดยครบถ้วน คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นด้นที่ไม่รับอุทธรณ์ย่อมเป็นการไม่ชอบ (คำพิพากษาฎีกาที่ 2194/2552 และ 5706/2553)
----------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
------------------------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 2274 ครั้ง ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : 0 ข้อมูล
|