คำถามพร้อมธงคำตอบ เนติบัณฑิต ภาค2 สมัยที่ 71
ข้อ 3. วิแพ่ง ภาค2 (วิธีพิจารณาสามัญในศาลชั้นต้น)
******************************
รายละเอียด
- ทยอยอัพเดท** เพื่อเตรียมความพร้อมในการจับประเด็นสำคัญ สำหรับท่องพร้อมสอบ*
- สกัดหลักคำถาม ธงคำตอบ เน้นประเด็นสำคัญ จากคำบรรยายเนติฯ (แยกตามเนื้อหา/กลุ่ม) สำหรับง่าย ต่อการทบทวน
- แนวการเขียน ธงคำตอบ เจาะประเด็น มาตราสำคัญ เก็งเนื้อหา ที่พร้อมออกสอบ
คำแนะนำ**
- ก่อนสอบ ควรอ่านข้อสอบเก่า จับประเด็น ฝึกหัดเขียนตามธงคำตอบเนติฯ
คำถามพร้อมธงคำตอบ
วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายล้มละลาย
ระบบศาลและพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
ในการสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ภาคสอง สมัยที่ 71 ปีการศึกษา2561
วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562
ข้อ 3. โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่า จำเลยได้แย่งการครอบครอง ของโจทก์โดยนำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดเพื่อออกโฉนด โจทก์คัดค้านว่าเป็นที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยยังคงดำเนินการให้เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดต่อไป ขอให้พิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย โจทก์บุกรุกเข้ามาอยู่และทำประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากจำเลย ขอให้ยกฟ้องและขับไล่ โจทก์ออกไปจากที่ดินพิพาท หลังจากโจทก์ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอถอนฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งกำหนดวันนัดสอบถามโจทก์และพิจารณาคำร้องโดยให้จำเลยจัดการนำส่งหมายนัดและสำเนาคำร้องแก่โจทก์ภายใน 10 วัน จำเลยทราบคำสั่งแล้วเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตาม ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า จำเลยทิ้งฟ้องแย้ง ให้จำหน่ายคดีฟ้องแย้ง ออกจากสารบบความ
ให้วินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาตามคำฟ้องหรือไม่ และจะมีผลให้ศาลบังคับ ตามฟ้องแย้งของจำเลยได้หรือไม่ และกรณีคำสั่งของศาลชั้นต้นว่า จำเลยทิ้งฟ้องแย้ง ให้จำหน่ายคดีฟ้องแย้งออกจาก สารบบความชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไร
ธงคำตอบ
ตามคำฟ้อง โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นฝ่ายครอบครองที่ดินพิพาท ดังนั้น เพียงแต่จำเลยนำเจ้าพนักงานที่ดินไป รังวัดเพื่อขอออกโฉนดที่ดินพิพาท โดยจำเลยไม่ได้เข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินพิพาท ข้ออ้างในการโต้แย้งสิทธิว่าจำเลย แย่งสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทจึงยังไม่เกิดขึ้น เมื่อคำขอตามคำฟ้องมิได้ขอให้ขจัดข้อที่โจทก์อ้างว่าถูกจำเลยโต้แย้งสิทธิ คือมิได้ขอให้ห้ามจำเลยออกโฉนดที่ดินพิพาท การที่โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นฝ่ายครอบครองที่ดินพิพาทโดยที่จำเลยยังไม่ได้ เข้าไปแย่งการครอบครอง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ต้องพิพากษายกฟ้อง (คำพิพากษาฎีกาที่ 922/2546) ซึ่งเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและพิพากษาคดีไปได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากจำเลยยังไม่ได้กระทำการใดที่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ฟ้องแย้งของจำเลยย่อมต้องตกไปด้วย เพราะการฟ้องแย้งจะมีได้จะต้องมีฟ้องเดิมและตัวโจทก์เดิมที่จะเป็นจำเลยของ ฟ้องแย้งอยู่ด้วย ดังนั้น จึงมีผลให้ศาลบังคับตามฟ้องแย้งของจำเลยไม่ได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ 958/2544 และ 7265/2544)
สำหรับการยื่นคำร้องขอถอนฟ้องแย้งของจำเลยนั้น เมื่อโจทก์ยื่นคำให้การแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคสอง (1) ห้ามไม่ให้ศาลให้อนุญาต โดยมิได้ฟังโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยฟ้องแย้งก่อน ดังนั้น การที่จำเลยเพิกเฉยไม่จัดการนำส่งหมายนัดและสำเนาคำร้องขอถอนฟ้องแย้ง จึงเป็นเหตุเพียงให้ศาลไม่อาจสอบถามโจทก์ได้โดยชอบที่ศาลจะยกคำร้องขอถอนฟ้องแย้ง กรณีไม่ถือว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลกำหนด อันจะเป็นเหตุให้สั่งจำหน่ายคดีตามมาตรา 174(2) ได้ คำสั่งของศาลชั้นต้นว่าจำเลยทิ้งฟ้องแย้งและให้ จำหน่ายคดีฟ้องแย้งออกจากสารบบความ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คำพิพากษาฎีกาที่ 3603/2528 และ 3443/2545)
----------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
------------------------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 1272 ครั้ง ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : 0 ข้อมูล
|