คำพิพากษาฎีกา คดีมีทุนทรัพย์
************
คดีมีทุนทรัพย์ เช่น
คดีที่โจทก์ฟ้องเรียกเอาทรัพย์คืนเนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์ ที่เกิดจากเจตนาลวง กลฉ้อฉล ข่มขู่ (ฎ. ๘๕๓/๒๕๑๗)
คดีที่โจทก์ฟ้องเพิกถอนการ ประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษี (ฎ.๕๘๓/๒๔๙๔)
คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินของโจทก์และให้อธิบดีกรม ที่ดินออกโฉนดที่ดินให้โจทก์ใหม่ (ฎ.๑๕๑๗/๒๕๓๐)
คดีฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญา ประนีประนอมยอมความแบ่งปันมรดก (ฏ.๔๒๐/๒๕๑๙)
คดีฟ้องให้เพิกถอนการขายทอด ตลาดและเรียกที่ดินคืน หากไม่สามารถคืนได้ ให้ใช้ราคาแทนแก่โจทก์ (ฎ.๒๙๘๓/ ๒๕๓๗)
คดีฟ้องขอให้โอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขาย (ฎ.๑๐๖๕/๒๔๙๓)
คดีฟ้องขอ ให้เพิกถอนพินัยกรรม (ฎ.๑๐๙๑/๒๕๓๐, ๕๓๓๒/๒๕๓๔)
คดีฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญา ขายฝาก (ฎ.๒๑๒๐/๒๕๔๐)
คดีร้องขัดทรัพย์ (ฎ.๙๐๑/๒๕๑๑)
คดีร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินมีโฉนดที่ได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์ เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ แต่ถ้ามีผู้คัดค้านเข้ามาในคดีว่าที่ดินพิพาทยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้คัดค้าน ไม่ใช่ของผู้ร้องคดีก็กลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ (ฏ.๑๖๗๗ /๒๕๔๗)
คดีที่เจ้าของรวมด้วยกันฟ้องขอแบ่ง ที่ดินกรรมสิทธิ์รวมระหว่างกันโดยยัง ไม่มีการแบ่งแยกครอบครองที่ดินเป็นสัดส่วน เป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อโจทก์แต่ละคนฟ้องขอให้ใส่ชื่อโจทก์แต่ละคนเข้าถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท อันเป็นการฟ้องโดยแต่ละคนต่างใช้สิทธิเฉพาะตัวตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๕๕ ต้องถือทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกกัน (ฎ.๕๑๙๔/๒๕๓๗)
แต่ถ้าแบ่งแยกครอบครองกันเป็นสัดส่วนแล้ว โจทก์จึงฟ้องบังคับให้แบ่งตามส่วนนั้น จำเลยให้การ ยอมรับว่าโจทก์กับบิดาจำเลยเป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาท เมื่อบิดาจำเลยตาย จำเลย ได้รับมรดกส่วนของบิดาจำเลย แม้จำเลยปฎิเสธว่าไม่ได้ยอมให้ครอบครองเป็นส่วนสัด ก็เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ (ฎ.๔๕๕๐/๒๕๔๐)
ตัวแทนนำทรัพย์สินของตัวการที่ตัวแทน ถือกรรมสิทธิ์ไว้แทนไปโอนให้แก่ผู้อื่นโดยไม่มีอำนาจ ตัวการฟ้องตัวแทนและผู้รับโอน เป็นจำเลยร่วมกัน ขอให้เพิกถอนการโอนนั้นกลับมาเป็นของตัวการ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ (ฎ.๗๐๗๙/๒๕๔๐)
แต่ถ้าเป็นกรณีตัวแทนรับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินจากคนภายนอกแทนตัวการ แต่ตัวแทนไม่ยอมจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ตัวการ ตัวการจึงฟ้องตัวแทน ให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ตัวการตาม ป.พ.พ. มาตรา ๘๑๐ เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ (ฎ.๕๔๖/๒๕๔๗)
คดีที่ฟ้องขอให้ศาลพิพากษารับรองสิทธิว่า เป็นทายาทมีสิทธิรับเงิน บำเหน็จพิเศษของบิดาโจทก์ผู้ตาย โดยไม่ได้เรียกร้องเป็นจำนวนเงินเท่าใด เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ (ฎ.๒๑๖/๒๕๑๘)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทตาม น.ส.๓ โจทก์นำเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินพิพาทเพื่อขอออกโฉนดที่ดิน จำเลยคัดค้านการขอออกโฉนด ที่ดิน ขอให้เพิกถอนคำคัดค้านการขอออกโฉนดที่ดิน จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า น.ส. ๓ ของโจทก์ออกทับที่ดินมีโฉนดของจำเลย ขอให้ยกฟ้องและให้เพิกถอน น.ส.๓ ของโจทก์ ซึ่งเป็นการพิพาทกันว่าที่ดินพิพาทเป็นของใคร จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาท (ฎ.๒๖๗๒/๒๕๓๘, ๒๕๔๑ /๒๕๕๖)
โจทก์กับจำเลยซึ่งเป็นนายอำเภอ โต้เถียงกันว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นที่สาธารณประโยชน์ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ (ฎ.๒๔๘๕/๒๕๓๖)
อ้างอิง : ระบบศาลและพระธรรมนูญศาลยุติธรรม(อ.อนันต์ ชุมวิสูตร) รวมคำบรรยายเนติ เล่มที่10 สมัยที่ 68
------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
-------------------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 4911 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|