เจาะฎีกาเด่นห้องบรรยายเนติฯ สนามติว (ภาคปกติ/ค่ำ/ทบทวน)
ข้อ3. อาญา 59 - 106 สัปดาห์ที่ 1 - 16 สมัยที่72
(ผู้ใช้งานเข้าระบบก่อนการใช้งาน ข้อมูล รายละเอียด ต่างๆ อัพเดท ตามลิงค์นี้)
คำพิพากษาฎีกาที่ 6389/2560 หลังจากเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจทำการสืบสวนทราบว่า ในช่วงเวลาใกล้กับเวลาเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองกับพวกนั่งร่วมวงดื่มสุราอยู่ที่บ้านของ ส. ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ผ่านมา จึงสอบถามเหตุการณ์จาก ก. และ พ. ได้ความว่าช่วงเวลาเกิดเหตุจำเลยทั้งสองขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านของ ส. ไปประมาณ 20 นาที ตอนแรก จำเลยทั้งสองปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง แต่เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจนำใบเสร็จรับเงินค่าขายข้าวเปลือก ซึ่งตรวจยึดได้จากที่เกิดเหตุและภาพจากกล้องวงจรปิดขณะจำเลยนำข้าวเปลือกไปขายที่โรงสี ท. ตามภาพถ่าย ให้จำเลยทั้งสองดู จำเลยทั้งสองจึงยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยทั้งสองเห็นผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านของ ส. ตามลำพัง จำเลยที่ 2 จึงชวนจำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ไล่ติดตามไปเพื่อจะข่มขืนกระทำชำเราและเบียดแซงจนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายล้มลงแล้วลงจากรถไปถอดกางเกงผู้ตายแต่มีรถจักรยานยนต์คันอื่นผ่านมา จำเลยทั้งสองจึงรีบขับรถจักรยานยนต์กลับไปยังกลุ่มเพื่อนที่นั่งดื่มสุรา รายละเอียดตามบันทึกการซักถามและบันทึกการให้ถ้อยคำ การให้ถ้อยคำรับสารภาพดังกล่าวจึงเกิดขึ้นก่อนที่จำเลยทั้งสองจะถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม การที่จำเลยทั้งสองให้ถ้อยคำรับสารภาพแก่เจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวเป็นการกระทำก่อนที่เจ้าพนักงานตำรวจจะจับกุมจำเลยทั้งสองเป็นผู้ต้องหา ซึ่งในกรณีที่มีความผิดอาญาเกิดขึ้นย่อมเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจที่จะดำเนินการสืบสวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานในการหาตัวคนร้าย การที่จำเลยทั้งสองให้ถ้อยคำแก่เจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวจึงหาใช่เป็นการให้ถ้อยคำในฐานะผู้ถูกจับไม่ จึงไม่จำเป็นต้องมีการแจ้งสิทธิแก่จำเลยทั้งสองก่อน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 84 วรรคท้าย และสามารถนำมารับฟังประกอบพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองได้
การกระทำอนาจารอันเป็นความผิดและถูกลงโทษตามมาตรา 280(2) นั้น จะต้องได้ความว่าผลคือความตายของผู้ถูกกระทำอนาจารเกิดจากการกระทำอนาจาร แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความว่า นางสาว ช. ถูกจำเลยทั้งสองขับรถยนต์แซงเบียดจนรถจักรยานยนต์ของนางสาว ช. ล้มลงจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายจากการติดเชื้อในกระแสโลหิตจากภาวะแทรกซ้อน ความตายของนางสาว ช. ย่อมมิใช่ผลโดยตรง อันเกิดจากการที่จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำอนาจารผู้ตาย จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานร่วมกันกระทำอนาจารตามมาตรา 278 เท่านั้น นอกจากนี้ จำเลยยังมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยไม่มีเจตนาฆ่าตามมาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90
ข้อสังเกต ความตายของนางสาว ช. ย่อมมิใช่ผลโดยตรงอันเกิดจากการที่จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำอนาจารผู้ตาย ไม่ใช่ผลจากการกระทำ จึงไม่ต้องพิจารณาจำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 280 จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยไม่มีเจตนาฆ่าตามมาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90
อ. เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ ครั้งที่ 10
----------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
-----------------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 1106 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 2 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|