กลับสู่หน้า >>เตรียมสอบเนติ อาญา ภาค1 รายข้อ 1-10 >> ข้อที่ 4 กฎหมายอาญา มาตรา 209-287, 367-398


ชื่อข้อมูล : เจาะฎีกาเด่นห้องบรรยายเนติฯ สนามติว ข้อ4. อาญา 209 - 287, 367 - 398 สัปดาห์ที่ 1 - 16 สมัยที่72
หมวด : ข้อที่ 4 กฎหมายอาญา มาตรา 209-287, 367-398
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบเนติฯ กลุ่มที่ 1,3,4,6,13,14,18 กลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
 




รายละเอียดเบื้องต้น

เจาะฎีกาเด่นห้องบรรยายเนติฯ สนามติว (ภาคปกติ/ค่ำ/ทบทวน)

ข้อ4. อาญา 209 - 287, 367 - 398  สัปดาห์ที่ 1 - 16 สมัยที่72

(ผู้ใช้งานเข้าระบบก่อนการใช้งาน ข้อมูล รายละเอียด ต่างๆ อัพเดท ตามลิงค์นี้)

 

คำพิพากษาศาลฎีกาน่าสนใจ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9009/2553  จำเลยรับราชการอยู่ที่แผนกทะเบียนยานพาหนะมีหน้าที่รับค่าภาษีและต่ออายุทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ประจำปี ไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการรับทำใบอนุญาตขับรถ จำเลยเป็นผู้ปลอมใบอนุญาตขับรถอันเป็นเอกสารราชการ การที่จำเลยนำใบอนุญาตขับรถปลอมไปใส่ไว้ในตะกร้าวางไว้บนเคาน์เตอร์หน้าที่ทำการแผนกทะเบียนยานพาหนะ โดยเจ้าของใบอนุญาตขับรถจะไปตรวจดูที่ตะกร้าดังกล่าว หากเห็นใบอนุญาตขับรถของตนก็สามารถหยิบเอาไปได้หรือผู้ใดจะไปรับแทนก็ได้ไม่มีการทำหลักฐานการรับไว้ จำเลยยังมิได้อ้างและใช้เอกสารดังกล่าวแก่ผู้ใด จำเลยไม่มีความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม

หมายเหตุ จำเลยผิดเพียงปลอมเอกสารราชการ การกระทำของจำเลย ที่นำเอกสารราชการปลอมนั้นไปวางไว้ให้เจ้าของหรือคนอื่นมาหยิบเอง ยังไม่ถือว่าจำเลยใช้เอกสารราชการนั้น


-----------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
-----------------------------------



จำนวนผู้เยี่ยมชม : 660 ครั้ง
แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 10 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล

    


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords เน้นเก็ง ทุกสนาม จากทีมงาน ฯลฯ
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).
................................

 

  
ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 2 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน


ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 1


อ.สุรสิทธิ์ฯ ภาคปกติ (27 พ.ค. 62)

 

คำถาม ความผิดฐานซ่องโจรซึ่งผู้กระทำต้องมีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปสมคบกันเพื่อกระทำความผิดหากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยบางคนโดยยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยดังกล่าว และโจทก์ไม่ฎีกาคงฎีกาเฉพาะจำเลยบางคนที่เหลือไม่ถึงห้าคนหากศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงฟังว่ามีการสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปจะลงโทษฐานซ่องโจรได้หรือไม่?
 

คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้
            คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4953/2554 จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 ไม่อาจทำให้แผนการที่สมคบกันเพื่อฉ้อโกงนายวัฒนาสำเร็จได้  ต้องมีผู้ร่วมขบวนการดำเนินการตามแผนการทำที่เป็นเล่นการพนัน เมื่อนายวัฒนาหลงกลเดินทางไปยังที่นัดพบพร้อมเงินสดที่นำติดตัวไป ก็จะถูกหลอกล่อให้นายวัฒนาเข้าร่วมเล่นพนันจึงจะสามารถเอาเงินของนายวัฒนาไปได้ อันมีลักษณะเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบดังกล่าวมาล้วนสอดคล้องต้องกันมีเหตุมีผลฟังได้ว่า โดยปราศจากข้อสงสัยว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6  ร่วมกับพวกอีก 8 คน คบคิดร่วมประชุมปรึกษาหารือกันที่โรงแรมที่เกิดเหตุเพื่อทำการฉ้อโกงทรัพย์ของนายวัฒนาจริง  และเห็นว่าความผิดฐานซ่องโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210 นั้น ผู้กระทำต้องมีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปสมคบกันเพื่อกระทำความผิด โดยร่วมคบคิดกันหรือแสดงออกซึ่งความตกลงจะร่วมกันกระทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2   แห่งประมวลกฎหมายอาญาและความผิดนั้นมีกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป  คดีนี้เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในวันเวลาตามฟ้อง  จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6   ร่วมกับพวกซึ่งมีจำนวนรวมกันแล้วเกินกว่า 5 คน  คบคิดร่วมประชุมปรึกษาหารือที่โรงแรมที่เกิดเหตุกันเพื่อฉ้อโกงทรัพย์ของนายวัฒนา  เมื่อความผิดฐานฉ้อโกงเป็นความผิดที่บัญญัติไว้ในภาค 2  แห่งประมวลกฎหมายอาญา และมีกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6  ก็ครบองค์ประกอบ ความผิด  จึงมีความผิดฐานซ่องโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา  210 วรรคแรก การที่ศาลล่างทั้งสองให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5  และที่ 7 ถึงที่ 10 ให้ยกประโยชน์ แห่งความสงสัยให้จำเลยดังกล่าว  ก็เป็นดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับจำเลยแต่ละคนของศาลล่างทั้งสองว่าพยานหลักฐานของโจทก์พอฟังลงโทษได้หรือไม่เท่านั้น  ไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 และไม่ผูกพันศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6  ตามศาลล่างทั้งสอง การกระทำของจำเลยที่ 1  ที่ 2  และที่ 6  จึงไม่ขาดองค์ประกอบความผิด  เพราะมีบุคคลไม่ครบตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8  วินิจฉัย 



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 09/06/2019




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 2


อ.สุรสิทธิ์ฯ ภาคปกติ ครั้งที่2 (31 พ.ค 62)

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 346/2535 การมั่วสุมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 ผู้มั่วสุมไม่จำต้องมีเจตนากระทำผิดในรายละเอียดอย่างเดียวกัน เพียงแต่เป็นการใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองก็เป็นความผิดแล้ว และผู้ที่มามั่วสุมก็ไม่จำต้องรู้จักหรือมีการนัดหมายวางแผนกันมาก่อน ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 216 มุ่งประสงค์ลงโทษผู้ที่ขัดขืนคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ไม่ยอมเลิกการมั่วสุมกันเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215 อันเป็นการกระทำที่ยังไม่ถึงขั้นที่ผู้กระทำได้ลงมือใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญ หรือทำให้เกิดการวุ่นวายอันเป็นความผิดสำเร็จตามมาตรา 215 เมื่อเจ้าพนักงานได้สั่งให้จำเลยกับพวกเลิกการมั่วสุมภายหลังที่มีการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 แล้ว แม้จำเลยทุกคนไม่เลิกการกระทำของจำเลยทุกคนก็คงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 เท่านั้นไม่เป็นความผิดตามมาตรา 216 ด้วย



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 18/06/2019




  



เจาะฎีกาเด่นห้องบรรยายเนติฯ สนามติว ข้อ4. อาญา 209 - 287, 367 - 398 สัปดาห์ที่ 1 - 16 สมัยที่72 | เตรียมสอบ เก็งข้อสอบ เนติบัณฑิต อาญา ภาค1 ข้อที่ 4 กฎหมายอาญา มาตรา 209-287, 367-398 อัพเดท ที่ LawSiam.com

คำแนะนำ
1. รองรับการใช้งานหลัก ผ่านคอมพิวเตอร์ (Brower : IE, Chorme, FireFox, Opera) , ระบบ แอนดรอย
2. สำหรับ Iphone/Ipad (safari ที่ติดมานั้น ไม่สามารถดาวโหลดไฟล์ ต้องใช้ App อื่นๆช่วยในการโหลด เช่น video player ,atomic web browser เป็นต้น) อ่านรายละเอียดคลิก!
3. คำแนะนำ วิธีแก้ไขปัญหา Internet Explorer (IE) ของท่านแสดงผลเว็บไซต์ผลไม่สมบูรณ์ คลิกที่นี่
4. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
5. หากประสงค์ใช้งาน หรือแนะนำ/พบปัญหา ติดต่อทีมงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ ทาง Email ที่ [email protected] (24ชั่วโมง)
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 20 กรกฎาคม 2569)