คำถาม-ธงคำตอบ แพ่ง ข้อ1 -10 เนติบัณฑิต สมัยที่ 72
---------------------
ข้อ ๑. นายยักษ์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๙ มีนายใหญ่ครอบครองปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินดังกล่าวบางส่วน เนื้อที่ ๕๐ ตารางวา ทางด้านทิศตะวันตกของที่ดิน และศาลฎีกามีคำพิพากษาให้นายใหญ่ได้กรรมสิทธิในที่ดิน ๕๐ ตารางวา โดยการครอบครอง ทำให้ที่ดินของนายยักษ์กับนายใหญ่อยู่ในโฉนดเดียวกันยังไม่ได้แบ่งแยก นายใหญ่กับนายกลาง ซึ่งเป็นบริวารของนายใหญ่ใช้ทางพิพาทที่อยู่ในที่ดินส่วนของนายยักษ์เป็นทางเดินเพื่อไปใช้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาติดต่อกัน มาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี โดยนายยักษ์ไม่เคยอนุญาตหรือโต้แย้งห้ามปราม ต่อมานายยักษ์ปิดทางพิพาท นายใหญ่ก็ยังไม่ได้ทำการรังวัดแบ่งแยกโฉนดที่ดินกัน
ให้วินิจฉัยว่า นายใหญ่กับนายกลางมีสิทธิฟ้องบังคับให้นายยักษ์เปิดทางพิพาทและห้ามนายยักษ์เข้ายุ่งเกี่ยวกับทางพิพาทได้หรือไม่
ธงคำตอบ
ภาระจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๘๗ จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่สองอสังหาริมทรัพย์ขึ้นไป และอสังหาริมทรัพย์ทั้งสองอสังหาริมทรัพย์จะต้องต่างเจ้าของกันโดยอสังหาริมทรัพย์ที่ เรียกว่าภารยทรัพย์ต้องรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตน หรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอยู่ในอสังหาริมทรัพย์นั้น เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์ที่เรียกว่าสามยทรัพย์การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ถือตาม ความเป็นจริง ดังนั้น เมื่อนายใหญ่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ๕๐ ตารางวา ที่ตนครอบครองปลูกบ้านอยู่อาศัยเป็นส่วนสัด ย่อมถือว่าที่ดินของนายใหญ่กับที่ดินของนายยักษ์เป็นที่ดินคนละแปลงกัน แม้ยังไม่ได้รังวัดแบ่งแยกโฉนดที่ดินก็ตาม (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๙๐/๒๕๒๐) การที่นายใหญ่กับนายกลางใช้ทางพิพาทในที่ดินของนายยักษ์เป็นทางเดินเพื่อไปใช้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้นายยักษ์เจ้าของภารยทรัพย์ต้องรับกรรมให้นายใหญ่กับนายกลางเดินผ่านที่ดินของตน จึงเกิดภาระจำยอมขึ้นได้ และเมื่อนายใหญ่กับนายกลางใช้ทางพิพาทโดยนายยักษ์ไม่เคยอนุญาตหรือโต้แย้งห้ามปราม แต่อย่างใด อันเป็นการใช้ทางโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาให้ได้ภาระจำยอมติดต่อกันเป็นเวลากว่าสิบปี ทางพิพาทจึงตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของนายใหญ่โดยอายุความตามมาตรา ๑๔๐๑ ประกอบมาตรา ๑๓๘๒ นายยักษ์จึงไม่มีสิทธิปิดทางพิพาท
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๘๗ บัญญัติให้ภาระจำยอมเป็นทรัพยสิทธิที่กฎหมายก่อตั้งขึ้น สำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ฉะนั้น ผู้ที่จะฟ้องบังคับภาระจำยอมจำต้องเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้น นายใหญ่เป็นเจ้าของสามยทรัพย์จึงมีสิทธิฟ้องบังคับให้นายยักษ์เปิดทางพิพาทได้ ส่วนนายกลางเป็นบริวารของนายใหญ่ไม่ใช่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์จึงไม่มีสิทธิฟ้อง (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๐๗/๒๕๕๒)
ภาระจำยอมเป็นเพียงแต่ทำให้นายยักษ์เจ้าของภารยทรัพย์ต้องรับกรรมบางอย่าง ซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตน หรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอยู่ในอสังหาริมทรัพย์นั้น เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของนายใหญ่ แต่นายยักษ์ เจ้าของภารยทรัพย์ยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในภารยทรัพย์นั้น จึงยังมีสิทธิในทางภาระจำยอมอันเป็นกรรมสิทธิ์ของนายยักษ์เช่นเดิม เพียงแต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๙๐ บัญญัติมิให้เจ้าของภารยทรัพย์ประกอบ กรรมใด ๆ อันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไป หรือเสื่อมความสะดวกเท่านั้น การใช้สิทธิเหนือที่ดินส่วนที่เป็น ภาระจำยอมในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ยังเป็นของนายยักษ์ต่อไป นายใหญ่จึงขอให้ศาลห้ามนายยักษ์เข้ายุ่งเกี่ยวกับทางพิพาทไม่ได้ (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๘๘/๒๕๕๖) ... (อ่านต่อ...)
----------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
-----------------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 2614 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล |