กลับไปยังหน้า ดาวน์โหลด ข้อมูลกฎหมาย (แบ่งปันข้อมูล ฟรี*) >> ข้อที่ 1 กฎหมายอาญา มาตรา 1-58, 107-208 (เตรียมสอบเนติฯ)



ชื่อข้อมูล : มาตราที่ออกสอบเนติฯ สมัยที่73 กลุ่มอาญา ข้อ1
หมวด : ข้อที่ 1 กฎหมายอาญา มาตรา 1-58, 107-208 (เตรียมสอบเนติฯ)
สิทธิใช้งาน : (ดาวน์โหลดได้ทุกคน) ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ ก่อนใช้งาน.
ขนาดไฟล์ : ไม่ระบุ
 
 


รายละเอียด

กลุ่มมาตราที่ออกสอบเนติฯ สมัยที่ 73
กลุ่ม อาญา ข้อ 1
--------------------

         มาตรา ๔ (ออกสอบเนติฯ สมัยที่ ๗๒ , ๗๓ วรรคหนึ่ง) ผู้ใดกระทำความผิดในราชอาณาจักร ต้องรับโทษตามกฎหมาย
 

        มาตรา ๕  (ออกสอบเนติฯ สมัยที่ ๗๓) ความผิดใดที่การกระทำแม้แต่ส่วนหนึ่งส่วนใดได้กระทำในราชอาณาจักรก็ดี ผลแห่งการกระทำเกิดในราชอาณาจักรโดยผู้กระทำประสงค์ให้ผลนั้นเกิดในราชอาณาจักร หรือโดยลักษณะแห่งการกระทำ ผลที่เกิดขึ้นนั้นควรเกิดในราชอาณาจักรหรือย่อมจะเล็งเห็นได้ว่าผลนั้นจะเกิดในราชอาณาจักรก็ดี ให้ถือว่าความผิดนั้นได้กระทำในราชอาณาจักร
        ในกรณีการตระเตรียมการ หรือพยายามกระทำการใดซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แม้การกระทำนั้นจะได้กระทำนอกราชอาณาจักร ถ้าหากการกระทำนั้นจะได้กระทำตลอดไปจนถึงขั้นความผิดสำเร็จ ผลจะเกิดขึ้นในราชอาณาจักร ให้ถือว่า การตระเตรียมการหรือพยายามกระทำความผิดนั้นได้กระทำในราชอาณาจักร

        มาตรา ๑๓๘ (ออกสอบเนติฯ สมัยที่ ๗๓ วรรคสอง) ผู้ใดต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            ถ้าการต่อสู้หรือขัดขวางนั้น ได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
 

       มาตรา ๑๔๐ (ออกสอบเนติฯ สมัยที่ ๗๓ วรรคสาม) ถ้าความผิดตามมาตรา ๑๓๘ วรรคสอง หรือมาตรา ๑๓๙ ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
            ถ้ากระทำโดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร ไม่ว่าอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้นจะมีอยู่หรือไม่ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท
         ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง
       มาตรา ๑๔๒  (ออกสอบเนติฯ สมัยที่ ๗๓) ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สิน หรือเอกสารใด ๆ อันเจ้าพนักงานได้ยึด รักษาไว้ หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็นพยานหลักฐาน หรือเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ว่าเจ้าพนักงานจะรักษาทรัพย์หรือเอกสารนั้นไว้เอง หรือสั่งให้ผู้นั้นหรือผู้อื่น ส่งหรือรักษาไว้ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


          มาตรา ๑๘๔ (ออกสอบเนติฯ สมัยที่ ๗๓)  ผู้ใดเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 


-------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
-------------------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 978 ครั้ง
แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 30 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล

 


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 30 ประเด็น


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords เน้นเก็ง ทุกสนาม โดยทีมงาน
รวบรวมจากอาจารย์ผู้สอน ฯลฯ รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).
.........................

 

ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 2 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน


  
ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 1


ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน มาตรา ๑๓๘

      เจ้าหน้าที่ตำรวจล็อกแขน กดหน้าจำเลยกับพื้นระเบียงเพื่อใส่กุญแจมือจำเลย ในลักษณะไขว้หลัง ขณะจำเลยดิ้นรนขัดขึ้นเพื่อให้พ้นจากการถูกควบคุมตัว เพราะเห็นว่า ตัวเองไม่ได้กระทำผิดฐานเล่นการพนัน ซึ่งแม้ในการดิ้นรนของจำเลยเป็นเหตุให้มือของจำเลยไปโดนหน้าอกของตำรวจเกิดเป็นรอยถลอกขนาดเล็กก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าวก็ยังไม่ถึงขั้นต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตาม ป.อ. มาตรา ๑๓๘ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๔๐/๒๕๕๕)



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 13/09/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 2


        เจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการ ตามหน้าที่

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๗/๒๕๔๑ เมื่อไม่มีเจ้าพนักงาน การที่พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) เข้าจับกุม จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงาน การที่เจ้าพนักงานปฏิบัติการหรือกระทำตามหน้าที่ ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. แต่เป็นการเข้าจับกุมโดยไม่มีอำนาจ แม้จำเลยจะต่อสู้ขัดขวาง ก็ไม่เป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางการจับ ผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่

        “ผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมาย” หมายความเฉพาะกรณีที่มี กฎหมายบัญญัติให้บุคคลนั้น ๆ มีหน้าที่ต้องช่วยเหลือเจ้าพนักงานเท่านั้น เช่น สารวัตร กำนันมีกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่บัญญัติให้มีหน้าที่ช่วยกำนันในการรักษาความสงบ เรียบร้อยภายในเขตท้องที่ของตน (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๓๗/๒๕๐๓)

        หากบุคคลนั้นไม่มีกฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่ช่วยเจ้าพนักงานอยู่ในตัวเป็นปกติ แล้ว ต้องมีเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่อยู่ในขณะนั้นด้วยจึงจะเป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน (คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๘๔/๒๕๑๔ (ประชุมใหญ่))



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 13/09/2021




  




มาตราที่ออกสอบเนติฯ สมัยที่73 กลุ่มอาญา ข้อ1 | ดาวน์โหลดข้อมูลกฎหมาย ฏีกา 5ดาว เตรียมสอบ เนติ อัยการ ผู้พิพากษา อัพเดท ที่ LawSiam.com



คำแนะนำ
1. รองรับการใช้งานหลัก ผ่านคอมพิวเตอร์ (Brower : IE, Chorme, FireFox, Opera) , ระบบ แอนดรอย
2. สำหรับ Iphone/Ipad (safari ที่ติดมานั้น ไม่สามารถดาวโหลดไฟล์ ต้องใช้ App อื่นๆช่วยในการโหลด เช่น video player ,atomic web browser เป็นต้น) อ่านรายละเอียดคลิก!
3. คำแนะนำ วิธีแก้ไขปัญหา Internet Explorer (IE) ของท่านแสดงผลเว็บไซต์ผลไม่สมบูรณ์ คลิกที่นี่
4. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
5. หากประสงค์ใช้งาน หรือแนะนำ/พบปัญหา ติดต่อทีมงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ ทาง Email ที่ [email protected] (24ชั่วโมง)
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 04 มิถุนายน 2569)