คำถาม
นายเอกกับนายต้นเป็นคนไทยได้รับทุนรัฐบาลไทยไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอินเดียด้วยกัน ขณะที่อยู่บริเวณห้องผู้โดยสารขาออกที่สนามบินประเทศ อินเดีย เพื่อจะเดินทางกลับมาเยี่ยมญาติที่ประเทศไทย นายเอกซื้อของที่สนามบินจน เงินหมดจึงขอยืมเงินนายต้นเพื่อเสียภาษีสนามบิน นายต้นไม่ให้จึงเป็นปากเป็นเสียงกัน ในขณะนั้นเองนายเอกถือโอกาสล้วงเอาเงินจากกระเป๋าเสื้อนายต้นไปห้าพันบาท นายต้นโกรธนายเอกมาก ครั้นนายเอก นายต้นเดินทางกลับถึงประเทศไทย นายต้นยังไม่หาย โกรธจึงไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองปราบปรามว่านายเอกใช้กำลังทำร้ายชกต่อยตนจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายแล้วในทันทีทันใดนั้นได้ลักเอาเงินของตนไปห้าพันบาทที่สนามบินประเทศอินเดีย ขันเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ ให้วินิจฉัยว่า นายเอกและนายต้นมีความผิดฐานใด และรับโทษในราชอาณาจักรได้หรือไม่
คำตอบ
นายเอก คนไทยล้วงเอาเงินจากกระเป๋าเสื้อของนายต้น คนไทยที่ไป ด้วยกันที่ประเทศอินเดีย เป็นการกระทำผิดฐานลักทรัพย์นอกราชอาณาจักร เมื่อนายเอก ซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดเป็นคนไทย และนายต้นผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน นายเอกจึงต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร ตาม ป.อ. มาตรา ๘ (ก) (๘)
ส่วนการที่นายต้นไปแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว เป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาเพื่อจะแกล้งให้นายเอกต้องรับโทษในความผิดฐานชิงทรัพย์ ซึ่งหนักขึ้นกว่าความผิดฐานลักทรัพย์ นายต้นจึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๑๗๒, มาตรา ๑๗๔ วรรคสอง และเมื่อความผิดฐานขิงทรัพย์ที่นายต้นกล่าวหาว่านายเอกกระทำมีอัตราโทษจำคุกขั้นต่ำตั้งแต่สามปีขึ้นไป นายต้นจึงมีความผิด ตามมาตรา ๑๘๑ (๑) ด้วย ซึ่งความผิดเหล่านี้นายต้นต้องรับโทษในราชอาณาจักรตาม มาตรา ๔ วรรคแรก
ข้อสังเกต
๑. อาจารย์เน้น* จะต้องตอบ มาตรา ๔ วรรคแรกด้วย เพราะคำถามประสงค์ให้วินิจฉัยเพราะเป็นเรื่องการกระทำผิดในราชอาณาจักรมิฉะนั้นจะถูกตัดคะแนน
๒. ข้อสอบมีทั้งประเด็นความผิดนอกราชอาณาจักร และในราชอาณาจักรนักศึกษาต้องวินิจฉัยตามลำดับเพื่อให้ได้คะแนนดี
๓. หากแต่งข้อสอบโดยนำมาตรา ๑๓๗ แจ้งความเท็จในการเบิกเงินค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเวร มารวมกับความผิดตาม มาตรา ๑๖๑ เจ้าพนักงานปลอมเอกสาร และมาตรา ๑๖๒ เจ้าพนักงานทำหรือรับรองเอกสารเท็จก็เป็นคำถามได้
หากแต่งข้อสอบให้เกิดเหตุนอกราชอาณาจักร เช่น ไปเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงของสถานทูตไทยในต่างประเทศ ข้อสอบก็จะมีความซับซ้อนขึ้น
๔. ซึ่งนักศึกษาต้องคิดตามไปด้วยว่าหากปัญหาเป็นเช่นนั้นจะตอบอย่างไร โดยการนำข้อเท็จจริงมาออกข้อสอบต้องตรงหรือเทียบเคียงกับแนวคำพิพากษาฎีกา แต่ถ้าเป็นข้อเท็จจริงตรงกับตัวบท ก็ง่ายในการพิจารณาถือเป็นคำถามที่ดี มักจะได้รับเลือกเป็นข้อสอบ ซึ่งใช้เป็นการทดสอบ ความจำและความเข้าใจ
๕. นอกจากนั้นข้อสอบสมัยที่ ๖๖ ก็ออกข้อสอบในมาตรา ๑๗๒, ๑๗๔ วรรคสอง ประกอบ มาตรา ๑๘๑ (๒) และนำมาตรา ๒๐๐ วรรคสอง เพื่อให้คำถามมีประเด็นครบถ้วน
๖. หากนำประเด็นอื่นมาเชื่อมโยงกับเรื่องแจ้งความเท็จ เช่น นำมาตรา ๑๓๖ เรื่องดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และเรื่องโทษทางวินัยเข้ามา โดยเพิ่มข้อเท็จจริงว่า มีการแจ้งความร้องเรียนหรือร้องทุกข์แก่เจ้าพนักงานด้วยข้อความอันเป็นเท็จ โดยถ้อยคำที่เป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงาน เพื่อให้ขอลงโทษทางวินัยก็ไม่เป็นความผิดทางอาญา ตามมาตรา ๑๗๓, มาตรา ๑๗๔ เพราะมิใช่โทษทางอาญา แต่เป็นความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ตามมาตรา ๑๓๖ และแจ้งความเท็จ มาตรา ๑๓๗ (ฎีกาที่ ๑๔๘๙/๒๕๓๐) เป็นต้น ซึ่งนักศึกษามักจะตอบสับสนกัน
|