ตัวอย่าง ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา
(๑) นายกนกพ่วงสัญญาณโทรศัพท์จากตู้โทรศัพท์สาธารณะแห่งหนึ่งของ บริษัทโทรศัพท์ไทย จํากัด ผู้เสียหาย ใช้พูดติดต่อไปหาเพื่อนที่ต่างจังหวัด คิดค่า โทรศัพท์เป็นเงิน ๙๙๙ บาท
(๒) นายขจรนําเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนไปแก้ไขปรับคลื่นสัญญาณและ รหัสเลขหมายของโทรศัพท์ผู้อื่นมาใช้พูดติดต่อไปหาเพื่อนที่ต่างจังหวัดผ่านสถานีและชุมสายโทรศัพท์ระบบเซลลูลาร์ของบริษัทโทรศัพท์ไทย จํากัด ผู้เสียหาย คิดเป็นเงิน ๙๙๙ บาท
ให้วินิจฉัยว่า การกระทำของนายกนกและนายขจรเป็นความผิดตามประมวล กฎหมายอาญาฐานใด หรือไม่
ธงคำตอบ
(๑) สัญญาณโทรศัพท์เป็นกระแสไฟฟ้าที่แปลงมาจากเสียงพูดซึ่งเคลื่อนที่ไปตามสายลวดตัวนําจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง การที่นายกนกพ่วงสัญญาณโทรศัพท์จากตู้โทรศัพท์สาธารณะแห่งหนึ่งของบริษัทโทรศัพท์ไทย จํากัด ผู้เสียหาย ใช้พูดติดต่อไปหาเพื่อนที่ต่างจังหวัดเพื่อประโยชน์ของนายกนกโดยไม่ยอมเสียค่าโทรศัพท์อันเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต นายกนกจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๘๘๐/๒๕๔๒ (ประชุมใหญ่), ๒๒๘๖/๒๕๔๕ และ ๖๓๘๔/๒๕๔๗)
(๒) การกระทำของนายขจรที่นําเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งปรับคลื่นสัญญาณ และรหัสเลขหมายของโทรศัพท์ผู้อื่นมาใช้พูดติดต่อไปหาเพื่อนที่ต่างจังหวัด ผ่านสถานีและชุมสายโทรศัพท์ระบบเซลลูลาร์ของบริษัทโทรศัพท์ไทย จํากัด ผู้เสียหาย เป็นเพียงการแย่งใช้คลื่นสัญญาณโทรศัพท์โดยไม่มีสิทธิ มิใช่เป็นการเอาไปซึ่งทรัพย์สินของผู้อื่นโดยทุจริต การกระทำของนายขจรจึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๓๕๔/๒๕๓๙ และ ๘๑๗๗/๒๕๔๓)
แต่รหัสเลขหมายของโทรศัพท์เป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๑๔) (ข) ดังนั้น การที่นายขจรนําเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนไป แก้ไขปรับคลื่นสัญญาณและรหัสเลขหมายของโทรศัพท์ผู้อื่นมาใช้พูดติดต่อ จึงเป็นการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน นายขจรจึงมีความผิดฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙/๕
|