ทีเด็ด* วิอาญา ข้อ 4 (เตรียมสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา)
กลุ่มมาตราเด่น + ฎีกาที่น่าสนใจ
เน้นมาตราที่น่าออกสอบ
- มาตรา ๑๙๓ ทวิ, ๑๙๕ (ออกประจำ*), ๑๙๘, ๒๑๓, ๒๑๕
- มาตรา ๒๑๘, ๒๑๙ , ๒๑๙ ตรี, ๒๒๑, ๒๒๔,๒๒๕ (เน้นออกสอบ 99%)
กลุ่มมาตราที่เน้นออกประจำ*
มาตรา ๑๙๓ ทวิ (ออกสอบ ข้อ ๔ ปี ๒๕๔๙ ,๒๕๖๒) ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในปัญหาข้อเท็จจริงในคดีซึ่งอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่กรณีต่อไปนี้ให้จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้
(๑) จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกหรือให้ลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก
(๒) จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก แต่ศาลรอการลงโทษไว้
(๓) ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด แต่รอการกำหนดโทษไว้ หรือ
(๔) จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษปรับเกินหนึ่งพันบาท
มาตรา ๑๙๕ *** (ออกสอบ ข้อ ๓ ปี ๒๕๕๓ วรรคสอง ,๒๕๕๗ วรรคสอง) (ออกสอบ ข้อ ๔ ปี ๒๕๔๕ วรรคสอง + มาตรา ๒๒๕ ,๒๕๔๙ วรรคสอง + มาตรา ๒๑๕ ,๒๕๕๕ วรรคสอง + มาตรา ๒๒๕ ,๒๕๕๗ วรรคสอง , ๒๕๕๙ วรรคสอง + มาตรา ๒๒๕ , ๒๕๖๐ วรรคสอง + มาตรา ๒๑๕ + ๒๒๕, ๒๕๖๑ วรรคสอง + มาตรา ๒๒๕) ข้อกฎหมายทั้งปวงอันคู่ความอุทธรณ์ร้องอ้างอิงให้แสดงไว้โดยชัดเจนในฟ้องอุทธรณ์ แต่ต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นมาว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้น
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย หรือที่เกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้อันว่าด้วยอุทธรณ์ เหล่านี้ผู้อุทธรณ์หรือศาลยกขึ้นอ้างได้ แม้ว่าจะไม่ได้ยกขึ้นในศาลชั้นต้นก็ตาม (ออกสอบ ข้อ ๓ ปี ๒๕๕๓ ,๒๕๕๗) (ออกสอบ ข้อ ๔ ปี ๒๕๔๕, ๒๕๔๙, ๒๕๕๕, ๒๕๕๗ ,๒๕๕๙, ๒๕๖๐ ,๒๕๖๑)
มาตรา ๑๙๘ (ออกสอบ ข้อ ๔ ปี ๒๕๖๒) การยื่นอุทธรณ์ ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่าน หรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คู่ความฝ่ายที่อุทธรณ์ฟัง
ให้เป็นหน้าที่ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์ว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลอุทธรณ์หรือไม่ ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าเห็นว่าไม่ควรรับให้จดเหตุผลไว้ในคำสั่งของศาลนั้นโดยชัดเจน
ในกรณีที่ตามคำพิพากษาจำเลยต้องรับโทษจำคุกหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้นและจำเลยไม่ได้ถูกคุมขัง จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์ มิฉะนั้น ให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ทั้งนี้ ประธานศาลฎีกาอาจออกข้อบังคับกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแสดงตนของจำเลยก็ได้ ข้อบังคับนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ความในวรรคสามมิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่จำเลยได้รับการรอการลงโทษจำคุก หรือรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว
มาตรา ๒๑๓** (ออกสอบ ข้อ ๔ ปี ๒๕๕๑) ในคดีซึ่งจำเลยผู้หนึ่งอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษา ซึ่งให้ลงโทษจำเลยหลายคนในความผิดฐานเดียวกันหรือต่อเนื่องกัน ถ้าศาลอุทธรณ์กลับหรือแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ลงโทษหรือลดโทษให้จำเลย แม้เป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์ ให้มิต้องถูกรับโทษ หรือได้ลดโทษดุจจำเลยผู้อุทธรณ์
มาตรา ๒๑๕ *** (ออกสอบ ข้อ ๓ ปี ๒๕๕๘ ,๒๕๕๑ ,๒๕๕๕) (ออกสอบ ข้อ ๔ ปี ๒๕๔๙ ,๒๕๕๑ ,๒๕๖๐) นอกจากที่บัญญัติมาแล้ว ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาและว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่งศาลชั้นต้นมาบังคับในชั้นศาลอุทธรณ์ด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๒๑๘ *** (ออกสอบ ข้อ ๔ ปี ๒๕๔๑ วรรคหนึ่ง + วรรคสอง , ๒๕๔๕ วรรคหนึ่ง ,๒๕๕๑ ,๒๕๕๓ วรรคหนึ่ง ,๒๕๕๔ วรรคหนึ่ง + วรรคสอง ,๒๕๕๕ วรรคหนึ่ง ,๒๕๕๗ วรรคหนึ่ง , ๒๕๕๘ วรรคหนึ่ง ,๒๕๕๙ วรรคหนึ่ง ,๒๕๖๐ วรรคหนึ่ง + วรรคสอง, ๒๕๖๑ วรรคหนึ่ง) ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างหรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี หรือปรับหรือทั้งจำทั้งปรับแต่โทษจำคุกไม่เกินห้าปีห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
***ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างหรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินห้าปี ไม่ว่าจะมีโทษอย่างอื่นด้วยหรือไม่ ห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (ออกสอบ ข้อ ๔ ปี ๒๕๔๑ ,๒๕๕๔)
มาตรา ๒๑๙ *** (ออกสอบ ข้อ ๔ ปี ๒๕๕๐ ,๒๕๕๑ ,๒๕๕๓ ,๒๕๕๘) ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดที่ว่ามานี้ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ข้อห้ามนี้มิให้ใช้แก่จำเลยในกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลย
มาตรา ๒๑๙ ตรี*** (ออกสอบ ข้อ ๔ ปี ๒๕๔๒ ,๒๕๔๗) ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก หรือเปลี่ยนโทษกักขังเป็นโทษจำคุก หรือคดีที่เกี่ยวกับการกักขังแทนค่าปรับ หรือกักขังเกี่ยวกับการริบทรัพย์สิน ถ้าศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
มาตรา ๒๒๑*** (ออกสอบ ข้อ ๔ ปี ๒๕๔๒ ,๒๕๔๖ ,๒๕๔๗ ,๒๕๕๕) ในคดีซึ่งห้ามฎีกาไว้โดยมาตรา ๒๑๘, ๒๑๙ และ ๒๒๐ แห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณา หรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา หรืออธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย ก็ให้รับฎีกานั้นไว้พิจารณาต่อไป
มาตรา ๒๒๔ *** เมื่อศาลชั้นต้นไม่ยอมรับฎีกา ผู้ฎีกาอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลนั้นต่อศาลฎีกาได้ คำร้องเช่นนี้ให้ยื่นที่ศาลชั้นต้นภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันฟังคำสั่ง แล้วให้ศาลนั้นรีบส่งคำร้องเช่นว่านั้นไปยังศาลฎีกาพร้อมด้วยฎีกาและคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
เมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรตรวจสำนวนเพื่อสั่งคำร้องเรื่องนั้น ก็ให้สั่งศาลชั้นต้นส่งมาให้
มาตรา ๒๒๕ (ออกสอบ ข้อ ๔ ปี ๒๕๔๕ ,๒๕๕๕ ,๒๕๕๙ ,๒๕๖๐ ,๒๕๖๑) ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณา และว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่งชั้นอุทธรณ์มาบังคับในชั้นฎีกาโดยอนุโลม เว้นแต่ห้ามมิให้ทำความเห็นแย้ง
คำพิพากษาฎีกาเด่น ที่น่าสนใจ (อ้างอิง ถาม-ตอบ อ.ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์)
คำถาม คดีอาญาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ คู่ความจะฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายได้หรือไม่
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกิน ๕ ปี โจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้หรือไม่
คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๑๑๓/๒๕๕๔ ความผิดข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๔) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐
ความผิดข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๕) ประกอบมาตรา ๖๕ วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคสอง ที่โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกาว่าพยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองฟังได้ว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนด้วย และขณะกระทำความผิดจำเลยมีสติสามารถรู้ผิดชอบชั่วดีสมควรพิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว เป็นการโต้เถียง ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค ๓ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว
คำถาม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินสองปี ศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดที่ว่ามา แต่ให้ลงโทษปรับอีกสถานหนึ่ง ส่วนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ดังนี้โจทก์จำเลยจะฎีกาในข้อเท็จจริงได้หรือไม่
คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๓๐๔/๒๕๕๓ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย จำคุก ๘ เดือน ศาลอุทธรณ์ ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษปรับจำเลย ๕,๐๐๐ บาท อีกสถานหนึ่ง โทษให้จำคุกให้รอการลงโทษ ๒ ปี และคุมความประพฤติของจำเลยไว้ ดังนี้ แม้ศาลอุทธรณ์ ภาค ๓ พิพากษาให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยอันเป็นการแก้ไขมากก็ตาม แต่ไม่ได้เพิ่มเติมโทษจำเลย เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาลงโทษจำคุก จำเลยไม่เกิน ๒ ปี คดีจึงต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๑๙
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๒๔๖/๒๕๕๓ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ทั้งสองคนละ ๖ เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย ทั้งสองอีกสถานหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี และคุมความประพฤติของจำเลยทั้งสองไว้ แม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ จะได้รอการลงโทษจำคุกจำเลย ทั้งสองอันเป็นการแก้ไขมาก แต่เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองไม่เกิน ๒ ปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๑๙ การที่โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษนั้น เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษอันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติแห่ง กฎหมายมาตราดังกล่าว
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๐๒๑/๒๕๕๙ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก ๒ เดือน และฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก ๓ เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับอีกสถานหนึ่ง ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ ๖,๐๐๐ บาท ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดย ไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี และ คุมความประพฤติของจำเลยไว้ ดังนี้ แม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑ จะได้รอการลงโทษจำคุกจำเลยอันเป็นการแก้ไขมากก็ตาม แต่เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ภาค ๑ พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๑๙ โจทก์ฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษจำเลยนั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ภาค ๑ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติ ดังกล่าว
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๖๓๐/๒๕๖๐ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา ๙๑ จำคุกกระทงละ ๓๖ วัน รวม ๘ กระทง เป็นจำคุก ๒๘๘ วัน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ ให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑๔๔ วัน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยกระทงละ ๒,๐๐๐ บาท อีกสถานหนึ่ง จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ เป็นปรับกระทงละ ๑,๐๐๐ บาท รวม ๘ กระทง คงปรับ ๘,๐๐๐ บาท เมื่อรวมกับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แล้ว คงจำคุก ๑๔๔ วัน และปรับ ๘,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี แม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จะได้รอการลงโทษจำคุกจำเลยอันเป็นการแก้ไขมาก แต่เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินสองปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๑๙ การที่โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษนั้น เป็นฎีกาโต้แย้งดุลยพินิจในการกำหนดโทษอันเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๙๐๙/๒๕๕๙ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอละครอง โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้บทที่ลงโทษจากมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่งห เป็นมาตรา ๗ ๒ วรรคสาม และแก้ไขโทษจาก จำคุก ๑ ปี เป็นจำคุก ๔ เดือน เป็นการแก้ไขมาก แต่ยังคงลงโทษจำคุกไม่เกินสองปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๑๙
ความผิดฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและฐานร่วมกันบุกรุกเคหสถานโดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป และในเวลากลางคืน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตาม ศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกและไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามมาตรา ๒๑๘ วรรคหนึ่ง แม้อัยการสูงสุดจะรับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามหนังสือรับรองลงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ แต่ตามหนังสือดังกล่าวระบุว่า อัยการสูงสุดรับรองฎีกาของจำเลยเฉพาะประเด็นเรื่อง ขอให้รอการลงโทษจำคุก เท่านั้น ที่จำเลยฎีกาว่า สุนัขของผู้เสียหายจะมากัดน้องชายเพื่อนร่วมห้องของจำเลย จึงเกิดการโต้เถียงและทะเลาะกัน ทำร้ายซึ่งกันและกันจนมีบาดแผลเล็กน้อยทั้งสองฝ่าย แต่น้องชายเพื่อร่วมห้องของจำเลยและจำเลยมิได้แจ้งความเนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เหตุที่เกิดขึ้นผู้เสียหายทั้งสองมีส่วนในการกระทำความผิดกับที่ขอให้ลงโทษสถานเบา ล้วนมีลักษณะเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานและดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวข้างต้น
คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๑๒/๒๕๖๐ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งห้าฐาน ร่วมกันนําเข้าซึ่งสัตว์ป่าชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ ๒ ปี ฐานร่วมกันนําพาของต้องจำกัดหรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากร โดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ปรับจำเลยทั้งห้ารวมกันเป็นเงิน ๗๒,๓๐๐ บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๑ ปี และปรับจำเลยทั้งห้า รวมกันเป็นเงิน ๓๖,๑๕๐ บาท ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าเพียงกระทงเดียวตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ลงโทษปรับสถานเดียวโดยไม่ลงโทษจำคุก แม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ไม่ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งห้าอันเป็นการแก้ไขมากก็ตาม แต่เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งห้าไม่เกิน ๒ ปี คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙
แต่ถ้าศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลยเกินสี่หมื่นบาท กรณีไม่อยู่ในบังคับข้อห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๑๙ แต่จะต้องพิจารณาตามมาตรา ๒๑๘
คำสั่งคำร้องที่ ท. ๒๑/๒๕๕๗
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ ๑ ปี และปรับกระทงละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท รวม ๒ กระทง จำคุก ๒ ปี และปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์ ภาค ๕ พิพากษาแก้เป็นให้รอการลงโทษจำคุกไว้ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ จะพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี แต่เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษาแก้ไขมากให้รอการลงโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๑๘ วรรคหนึ่ง ทั้งเป็นคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษาให้ลงโทษปรับ จำเลยกระทงละกว่าสี่หมื่นบาทไม่อยู่ในบังคับข้อห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๑๙ เช่นกัน
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 738 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|