กลับไปยังหน้า ดาวน์โหลด ข้อมูลกฎหมาย (แบ่งปันข้อมูล ฟรี*) >> เอกสารเตรียมสอบ ข้อสอบ ธงคำตอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา



ชื่อข้อมูล : เจาะหลัก+ฎีกา* ข้อ1 วิแพ่ง (ผู้ช่วยสนามเล็ก) ที่น่าสนใจ 22 กค 66 ชุดที่ 1
หมวด : เอกสารเตรียมสอบ ข้อสอบ ธงคำตอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา
สิทธิใช้งาน : (ดาวน์โหลดได้ทุกคน) ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ ก่อนใช้งาน.
ขนาดไฟล์ : ไม่ระบุ
 
 


รายละเอียด

เจาะหลัก+ฎีกา* ข้อ ๑. วิแพ่ง (ผู้ช่วยสนามเล็ก) ที่น่าสนใจ
ทบทวนเตรียมสอบวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ชุดที่ ๑
-----------


 
กลุ่มขาดนัด (เคยออกสอบในกลุ่มข้อ 1 วิแพ่ง) เน้นประเด็นคดีมโนสาเร่ คดีไม่มีข้อยุ่งยาก*


การบังคับคดี
          คดีมโนสาเร่ ถ้าจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา มาตรา ๒๗๓ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ศาลไม่จำต้องให้เวลาแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา เกินกว่า ๑๕ วัน ในอันที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น หมายความว่า ศาลมีอํานาจออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน ๗ วัน ถ้าเป็นคดีสามัญ ศาลมักให้เวลาแก่จำเลยในอันที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน ๑ เดือน หรือ ๓๐ วัน คดีมในสาเร่ ศาลมีอํานาจออกคำบังคับโดยกําหนดเวลาน้อยกว่าคดีสามัญได้ โดยไม่จำเป็นต้องกําหนดเกินกว่า ๑๕ วัน
        คดีมโนสาเร่ ก่อนออกหมายบังคับคดี ศาลจะหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลอื่นมาสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษาเพื่อพิจารณาว่าสมควรจะออกหมายบังคับคดีหรือไม่ก็ได้ ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง


การไต่สวนหาทรัพย์สิน
        มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง บัญญัติว่า “ในคดีมโนสาเร่ หากศาลเห็นเป็นการสมควร ศาลจะออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นมาไต่สวนเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาก่อนออกหมายบังคับคดี แล้วจดแจ้งผลการไต่สวน ไว้ในหมายบังคับคดีด้วยก็ได้”
           หมายความว่า ศาลมีอํานาจที่จะออกหมายเรียกลูกหนี้ ตามคำพิพากษามาไต่สวนได้เอง โดยโจทก์ไม่ต้องขอ แต่ถ้าเป็นคดีสามัญโจทก์จะต้องร้องขอให้ศาลทําการไต่สวนถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเชื่อว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษามีทรัพย์สินที่ถูกบังคับมากกว่าที่ตนทราบ โดยยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทําเป็นคำร้องต่อศาล ขอให้ศาลทําการไต่สวนลูกหนี้หรือบุคคลอื่น




การอุทธรณ์และฎีกา
           คดีมโนสาเร่ที่มีทุนทรัพย์ชั้นอุทธรณ์เกินกว่า ๕๐,๐๐๐ บาท ย่อมไม่ต้องห้าม อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามมาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง และถ้าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องเกินเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท ย่อมไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริงตามมาตรา ๒๒๔ วรรคสอง
 ส่วนการฎีกาตามมาตรา ๒๔๗ วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) บัญญัติว่า “การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล อุทธรณ์ ให้กระทําได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา” ดังนั้น คดีมโนสาเร่ หากคู่ความจะฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ต้องได้รับอนุญาตจากศาลฎีกาก่อน

           คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๖๗๙/๒๕๕๐ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชําระเงินแก่โจทก์ ๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๓๖ เป็นต้นไปจนกว่าจะชําระเสร็จแก่โจทก์ตามฟ้อง ซึ่งโจทก์คำนวณดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๔๓,๙๐๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๙๓,๘๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ว่า ไม่ต้องรับผิดชําระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์จึงเป็นเงิน ๙๓,๘๐๐ บาท เกินกว่าห้าหมื่นบาท ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔

           คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๑/๒๔๙๓ คดีมโนสาเร่ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เมื่อศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์มาเฉย ๆ โดยไม่ได้มีการรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยข้อเท็จจริงกลับศาลชั้นต้นไม่ได้ เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๘ เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงกลับศาลชั้นต้นมา ศาลฎีกาพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ตามรูปเรื่อง (คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๑๗/๒๕๑๒ วินิจฉัยทํานองเดียวกัน)



คดีไม่มีข้อยุ่งยาก
           บทบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีไม่มีข้อยุ่งยากตามมาตรา ๑๙๖ ได้มีการแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๗
           มาตรา ๑๙๖ บัญญัติว่า “ในคดีสามัญซึ่งโจทก์ฟ้องเพียงขอให้ชําระเงินจำนวน แน่นอนตามตั๋วเงิน ซึ่งการรับรองหรือการชําระเงินตามตั๋วเงินนั้นได้ถูกปฏิเสธ หรือตามสัญญาเป็นหนังสือซึ่งปรากฏในเบื้องต้นว่าเป็นสัญญาอันแท้จริงมีความสมบูรณ์และบังคับได้ตามกฎหมาย โจทก์จะยื่นคำขอโดยทําเป็นคำร้องต่อศาลพร้อมกับคำฟ้องขอให้ศาล พิจารณาคดีนั้นโดยรวบรัดก็ได้
           ถ้าศาลเห็นว่าคดีตามวรรคหนึ่งนั้นปรากฏในเบื้องต้นว่าเป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยาก ไม่ว่าโจทก์จะได้ยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งหรือไม่ ให้ศาลมีคำสั่งให้นําบทบัญญัติในหมวดนี้ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่ เว้นแต่มาตรา ๑๙๐ จัตวามาใช้บังคับแก่คดีเช่นว่านั้นได้
           ถ้าในระหว่างการพิจารณาปรากฏว่าคดีไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งมาตรานี้ศาล อาจมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมแล้วดําเนินการพิจารณาต่อไปตามข้อบังคับแห่งคดีสามัญได้”

           คดีไม่มีข้อยุ่งยากใช้บทบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่ บังคับทั้งหมดยกเว้นการเสียค่าขึ้นศาลตามมาตรา ๑๙๐ จัตวา วรรคหนึ่ง
           คดีไม่มีข้อยุ่งยากเป็นคดีแพ่งสามัญไม่ใช่คดีมโนสาเร่ ได้แก่ คดีมีทุนทรัพย์ เกินกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท การที่จะพิจารณาว่าคดีนั้นเป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยากหรือไม่ ไม่ได้พิจารณาจากทุนทรัพย์ที่ฟ้อง แต่ดูจากเนื้อหาของคดีเป็นหลัก คือ พิจารณาสภาพแห่งข้อหาว่ามีความยุ่งยากแห่งข้อหาหรือไม่ เมื่อพิจารณาคำฟ้องของโจทก์มีสภาพแห่งข้อหา ไม่ยุ่งยากก็ถือว่าคดีนั้นเป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยาก


         คดีไม่มีข้อยุ่งยากเป็นคดีสามัญ โจทก์จะต้องยื่นคำฟ้องโดยทําเป็นหนังสือ ตามมาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง จะเริ่มต้นโดยฟ้องด้วยวาจาอย่างคดีมโนสาเร่มิได้ คดีสามัญที่เป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยากต้องเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์เกินกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น จึงไม่อยู่ในอํานาจศาลแขวง โจทก์ต้องนําคำฟ้องดังกล่าวไปยื่นต่อศาลแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่งธนบุรี หรือศาลจังหวัดที่มีเขตอํานาจ

         คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๑๖๗/๒๕๕๑ ศาลชั้นต้นรับฟ้องเป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยาก คดีนี้จำเลยแสดงความจำนงที่จะให้การด้วยวาจาตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา ๑๙๖ วรรคสอง (เดิม) ประกอบมาตรา ๑๙๓ วรรคสาม ศาลชั้นต้นย่อมมีหน้าที่ต้องจัดให้เจ้าพนักงานศาลจดบันทึกรายละเอียดของคำให้การลงในแบบพิมพ์บันทึกคำให้การด้วยวาจาคดีมโนสาเร่ (แบบ ม.๒) แล้วอ่านให้จำเลยฟังและให้จำเลยลงลายมือชื่อไว้ ทั้งนี้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความ ในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พุทธศักราช ๒๔๗๗ ข้อ ๒ การที่ศาลชั้นต้นเพียงแต่จดคำให้การด้วยวาจาของจำเลยลงในรายงานกระบวนพิจารณาซึ่งเป็นเอกสารที่บันทึกข้อความเกี่ยวด้วยเรื่องที่ได้กระทําในการนั่งพิจารณา หรือในการดําเนินกระบวนพิจารณาอื่นของศาลตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา ๔๘  โดยไม่ได้จัดให้เจ้าพนักงานศาลจดบันทึกรายละเอียดคำให้การของจำเลยลงในแบบพิมพ์ ม.๒ จึงเป็นการดําเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอํานาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๒ (๕) ประกอบมาตรา ๒๕๖ และ ๒๔๗ เมื่อปรากฏเหตุที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณา ศาลฎีกาจำต้องส่งสํานวนคืนไปให้ศาลชั้นต้น พิจารณาและพิพากษาใหม่ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๓ (๒) ประกอบมาตรา ๒๔๗

         ข้อสังเกต คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้ วินิจฉัยว่า คดีไม่มีข้อยุ่งยาก จำเลยให้การด้วยวาจาได้


         โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดพิจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ให้ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดําเนินคดีต่อไป ศาลต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความตามมาตรา ๑๙๖ ประกอบมาตรา ๑๙๓ ทวิวรรคหนึ่ง จะยกฟ้องตาม มาตรา ๑๙๘ ทวิ วรรคห้า ไม่ได้ 

         คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๓๘๑/๒๕๕๑ ศาลชั้นต้นให้ดําเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อยุ่งยากซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๖ วรรคสอง ให้นําบทบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่ เว้นแต่มาตรา ๑๙๐ จัตวา มาใช้บังคับ โดยมาตรา ๑๙๓ ทวิ วรรคหนึ่ง (เดิม) ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ให้อํานาจแก่ศาล ที่จะมีคำสั่งจำหน่ายคดี หากปรากฏว่าโจทก์ได้ทราบคำสั่งให้มาศาลตามมาตรา ๑๙๓ แล้วไม่มาในวันนัดพิจารณาโดยมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาล (ปัจจุบันโจทก์ไม่มาศาลในวันนัดพิจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี) ให้ถือว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะดําเนินคดีต่อไป แสดงว่าการดําเนินคดีไม่มีข้อยุ่งยาก หากโจทก์ทราบนัดแล้วไม่ได้ขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาล ให้ศาลจำหน่ายคดีซึ่งเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนํามาตรา ๑๙๘ ทวิ มาใช้บังคับได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถือว่าคดีของโจทก์ไม่มีมูลและให้ยกฟ้องโจทก์ เพราะโจทก์ไม่นํา พยานหลักฐานมาสืบตามมาตรา ๑๙๘ ทวิ วรรคห้า จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นให้จำหน่ายคดีโจทก์ตามมาตรา ๑๙๓ ทวิ วรรคหนึ่ง
         หมายเหตุ ตามคำพิพากษาฎีกาฉบับนี้ ในวันนัดพิจารณา คู่ความไม่มาศาล


       เมื่อโจทก์ไม่มาศาลในวันนัดพิจารณา และศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความตามมาตรา ๑๙๖ ประกอบมาตรา ๑๙๓ ทวิ วรรคหนึ่ง แล้ว จึงไม่มีการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีฝ่ายเดียวดังกรณีโจทก์ขาดนัดพิจารณาในคดีแพ่งสามัญ โจทก์ย่อมไม่อาจขอพิจารณาคดีใหม่ 
       คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๒๐๔/๒๕๔๗ ในคดีมโนสาเร่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๓ ทวิ ให้อํานาจแก่ศาลที่จะจำหน่ายคดีได้ หากโจทก์ทราบนัดแล้วมิได้ขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องโดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยจะประสงค์จะดําเนินคดีต่อไปหรือไม่ ทั้งการที่จำเลยขอเลื่อนคดีนั้นไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับว่าหากมีกรณีดังกล่าวศาลจะต้องสอบคำร้องขอเลื่อนคดีของอีกฝ่ายหนึ่งเสียก่อน แม้คดีโจทก์จะเป็นคดีแพ่งสามัญ แต่เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีโจทก์เป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยากและสั่งให้นําบทบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่มาใช้บังคับแก่คดีแล้ว ก็ต้องบังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่ ซึ่งตามบทบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดี มโนสาเร่มิได้บัญญัติให้ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา จึงไม่อาจมีการพิจารณาและชี้ขาด ตัดสินคดีฝ่ายเดียวดังกรณีโจทก์ขาดนัดพิจารณาในคดีแพ่งสามัญ โจทก์จึงไม่อาจขอ พิจารณาคดีใหม่ได้



        เมื่อศาลมีคำสั่งให้นําบทบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่มาใช้บังคับแก่คดีไม่มีข้อยุ่งยากแล้ว เมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การไม่ว่ากรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๓ วรรคสี่ หรือมาตรา ๑๙๓ ทวิ วรรคสอง บทบัญญัติ ดังกล่าว บัญญัติให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดโดยนํามาตรา ๑๙๘ ทวิ มาใช้ บังคับโดยอนุโลม โดยโจทก์ไม่ต้องร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์ชนะคดีโดยจำเลยขาดนัด เหมือนอย่างคดีสามัญตามมาตรา ๑๙๘ วรรคหนึ่ง  

       คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๔๗๗/๒๕๔๖ ศาลสั่งจำหน่ายคดีโจทก์โดยเห็นว่าเมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ไม่มายื่นคำขอภายในกําหนด ๑๕ วัน นับแต่ระยะเวลาที่กําหนดให้จำเลยยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลงเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดให้โจทก์ เป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๘ วรรคสองนั้น ใช้เฉพาะคดีสามัญ คดีนี้เป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยาก เมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลต้องพิจารณาต่อไปตามมาตรา ๑๙๖ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๑๙๓ ทวิ วรรคสอง การที่ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีโดยอ้างว่าโจทก์ไม่ยื่นคำขอตามมาตรา ๑๙๘ วรรคสอง เป็นการไม่ถูกต้อง


อ้างอิง คำบรรยายเนติฯ วิแพ่ง ภาค 2 (อ.จรรยา จีระเรืองรัตนา)



 

-------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
-------------------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 809 ครั้ง
แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล

 


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords เน้นเก็ง ทุกสนาม โดยทีมงาน
รวบรวมจากอาจารย์ผู้สอน ฯลฯ รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).
.........................

 

ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 2 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน


  
  




เจาะหลัก+ฎีกา* ข้อ1 วิแพ่ง (ผู้ช่วยสนามเล็ก) ที่น่าสนใจ 22 กค 66 ชุดที่ 1 | ดาวน์โหลดข้อมูลกฎหมาย ฏีกา 5ดาว เตรียมสอบ เนติ อัยการ ผู้พิพากษา อัพเดท ที่ LawSiam.com



คำแนะนำ
1. รองรับการใช้งานหลัก ผ่านคอมพิวเตอร์ (Brower : IE, Chorme, FireFox, Opera) , ระบบ แอนดรอย
2. สำหรับ Iphone/Ipad (safari ที่ติดมานั้น ไม่สามารถดาวโหลดไฟล์ ต้องใช้ App อื่นๆช่วยในการโหลด เช่น video player ,atomic web browser เป็นต้น) อ่านรายละเอียดคลิก!
3. คำแนะนำ วิธีแก้ไขปัญหา Internet Explorer (IE) ของท่านแสดงผลเว็บไซต์ผลไม่สมบูรณ์ คลิกที่นี่
4. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
5. หากประสงค์ใช้งาน หรือแนะนำ/พบปัญหา ติดต่อทีมงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ ทาง Email ที่ [email protected] (24ชั่วโมง)
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 04 มิถุนายน 2569)