กลับไปยังหน้า ดาวน์โหลด ข้อมูลกฎหมาย (แบ่งปันข้อมูล ฟรี*) >> เอกสารเตรียมสอบ ข้อสอบ ธงคำตอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา



ชื่อข้อมูล : เจาะหลัก+ฎีกา* ข้อ1 วิอาญา (ผู้ช่วยสนามเล็ก) ที่น่าสนใจ 22 กค 66 ชุดที่ 1
หมวด : เอกสารเตรียมสอบ ข้อสอบ ธงคำตอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา
สิทธิใช้งาน : (ดาวน์โหลดได้ทุกคน) ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ ก่อนใช้งาน.
ขนาดไฟล์ : ไม่ระบุ
 
 


รายละเอียด

เจาะหลัก+ฎีกา* ข้อ ๑ วิอาญา (ผู้ช่วยสนามเล็ก) ที่น่าสนใจ
ทบทวนเตรียมสอบ  ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ชุดที่ ๑
-----------------------------------

 

          กลุ่มข้อ ๑ สถิติย้อนหลัง เน้นออกสอบ ในประเด็น ผู้มีอำนาจจัดการแทน อำนาจพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เป็นหลัก* (มาตรา ๔, ๕ , ๑๘ , ๑๙ ทุกอนุ , เน้น มาตรา ๒๐**) และ (มาตรา ๔๓ , ๔๔, ๔๔/๑ , ๔๖)



แนวคำพิพากษาฎีกาที่ออกสอบ ผู้ช่วยฯ สนามเล็ก ๒๕๖๕ (ล่าสุด)
เป็นฎีกาใหม่ ปี  ๒๕๕๙ พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ป.วิ.อ.มาตรา ๑๙
       คำพิพากษาฎีกาที่  ๙๓๒๑/๒๕๕๙  เหตุตามฟ้องความผิดฐานกระทำชำเราเกิด ๒ ท้องที่คือท้องที่สถานีตำรวจภูธรสันกำแพงและสถานีตำรวจภูธรสารภี  เมื่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสารภีได้รับคำร้องทุกข์คดีนี้  รวบรวมพยานหลักฐานแล้วเชื่อว่าจำเลยกระทำความผิดจึงออกหมายเรียกให้จำเลยมาพบ  จากนั้นจำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน  พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสารภีย่อมมีอำนาจสอบสวนความผิดกรรมที่เกิดในเขตท้องที่สถานีตำรวจภูธรสันกำแพงด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง (๔) และเมื่อเป็นกรณีจับผู้ต้องหายังไม่ได้ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสารภีซึ่งได้รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นผู้พบการกระทำความผิดก่อน จึงเป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนที่จะสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการตามมาตรา  ๑๙ วรรคสอง (ข)



       คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๒๕/๒๕๕๒ จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมซึ่งกระทำลงในท้องที่ต่างๆ กัน โดยความผิดตามฟ้องข้อ (ก) (ข) และ (ค) กระทำในท้องที่สถานีตำรวจภูธรตำบลบ้านเสด็จส่วนความผิดตามฟ้องข้อ (ง) และ (จ) กระทำลงในท้องที่สถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองลำปาง พนักงานสอบสวนท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องมีอำนาจสอบสวนได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง (๔) ร้อยตำรวจเอก บ. พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลบ้านเสด็จจึงมีอำนาจสอบสวน ส่วนที่ จ. ได้ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปาง และเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปางจับกุมจำเลยเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๕ นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่าเป็นเรื่องของการร้องทุกข์และจับกุมจำเลยที่ได้กระทำชำเราผู้เสียหายเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๔๕ โดยเหตุเกิดที่หมู่บ้าน ก. ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ดังนั้น แม้จะมีการจับกุมจำเลยได้ในท้องที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปางก่อน แต่ก็เป็นการจับกุมจำเลยสำหรับการกระทำผิดอาญาคนละกรรมกับคดีนี้ กรณีจึงถือไม่ได้ว่าพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปางเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙ วรรคสอง (ก) เมื่อมีการจับกุมจำเลยในท้องที่สถานีตำรวจภูธรตำบลบ้านเสด็จเมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๕ ร้อยตำรวจเอก บ. พนักงานสอบสวนสถานตำรวจภูธรตำบลบ้านเสด็จจึงเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ การสอบสวนเป็นไปโดยชอบและพนักงานอัยการโจทก์มีอำนาจฟ้อง


       คำพิพากษาฎีกาที่  ๓๕๕๘/๒๕๖๔ แม้ผู้เสียหายมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ผู้มีอำนาจจัดการแทนกรณีผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้ตามมาตรา ๕(๒) มีอำนาจยื่นคำร้อง ๔๔/๑ แทนได้



คำพิพากษาฎีกาใหม่ (น่าสนใจ*)
          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๕๖๑/๒๕๖๕  ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุ ...หรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญา ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนก็ได้ แม้ดอกเบี้ยของราคาใช้แทนค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจักรยานยนต์ และค่าหนังสือบอกกล่าวทวงถามตลอดจนค่าติดตามเอารถคืน มิใช่ทรัพย์สินหรือราคาที่โจทก์ร่วมสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดที่ให้พนักงานอัยการเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๓ แต่เป็นค่าเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยที่เบียดบังเอารถจักรยานยนต์ของโจทก์ร่วมไปเป็นของจำเลยโดยทุจริต จึงชอบที่โจทก์ร่วมจะยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญา ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามบทบัญญัติดังกล่าวได้ การที่โจทก์ขอให้จำเลยคืนรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อหากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา ๒๖,๐๑๖ บาท นั้น เป็นกรณีที่หากจำเลยไม่ส่งมอบรถจักรยานยนต์ดังกล่าวคืนให้โจทก์ร่วม จำเลยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมเพื่อราคาวัตถุอันไม่อาจส่งมอบได้เพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันเกิดขึ้นระหว่างผิดนัด โจทก์ร่วมจึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในเงิน ๒๖,๐๑๖ บาท ได้ตั้งแต่เวลาอันเป็นฐานที่ตั้งแห่งการกะประมาณราคานั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา ๒๒๕ เมื่อไม่ปรากฏว่าเวลาอันเป็นฐานที่ตั้งแห่งการกะประมาณราคาอันหมายถึงเวลาที่ไม่สามารถส่งมอบรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อเกิดขึ้นเมื่อใด โจทก์ร่วมจึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยราคาใช้แทนนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาอันเป็นวันที่ศาลกำหนดราคาใช้แทนให้ ดังนั้น การที่โจทก์ร่วมมีคำขอและฎีกาขอเรียกดอกเบี้ยของราคาใช้แทนนับแต่วันผิดนัดถึงวันฟ้อง อันเป็นช่วงเวลาก่อนวันที่ศาลมีคำพิพากษาจึงไม่อาจกำหนดให้ได้


สรุป ฎีกานี้ เป็นกรณีความผิดฐานยักยอกรถที่เช่าซื้อ  (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒)
ผู้เสียหายเรียกเอาอะไรได้บ้าง ...
-  สิทธิเรียกดอกเบี้ยราคาใช้แทน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาอันเป็นวันที่ศาลกำหนดราคาใช้แทนให้
-  สิทธิเรียนกค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ ค่าบอกกล่าวทวงถาม ค่าติดตามเอารถคืน พร้อมดอกเบี้ย

 

 

            คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๒๑๗/๒๕๖๕ (เน้นติดดาว**)  โจทก์ร่วมอายุ ๑๐ ปีเศษ ถูกจำเลยล่วงละเมิดทางเพศ มิได้ถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองได้ การขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมต้องกระทำโดยผู้แทนโดยชอบธรรม กรณีเป็นบิดาต้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อบิดาโจทก์ร่วมหย่าขาดกับมารดาโดยให้มารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า บิดาโจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรมตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓ และมาตรา ๕ (๑)

         การที่โจทก์ร่วมโดยบิดาโจทก์ร่วมขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมและขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนซึ่งศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตนั้น มิได้เป็นไปตามบทบังคับอันว่าด้วยความสามารถของบุคคลตามกฎหมาย แต่ว่าจะยกฟ้องหรือไม่รับพิจารณาเสียทีเดียวยังไม่ได้ ชอบที่จะสั่งให้แก้ไขความบกพร่องเสียก่อนตามนัยแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา ๕๖ วรรคสอง ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕

          แต่เมื่อโจทก์ร่วมมิได้อุทธรณ์หรือฎีกา และจำเลยเพิ่งฎีกาขึ้นมา และคดีไม่อาจทำให้คำวินิจฉัยของศาลฎีกาเกี่ยวกับปัญหาว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องของโจทก์หรือไม่เปลี่ยนแปลงไป การจะสั่งให้แก้ไขอำนาจฟ้องของโจทก์ร่วมให้ถูกต้องเสียก่อนในกรณีนี้จึงไม่จำเป็น เพราะไม่เกิดประโยชน์อย่างใด โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวม ๒ ฉบับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับคำร้องของโจทก์ร่วมโดย ส. ซึ่งเป็นบิดา แต่ไม่รับคำร้องอีกฉบับของโจทก์ร่วมโดย พ. ซึ่งเป็นมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองและเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ร่วม โดยไม่มีการอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว และได้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมา ทั้งโจทก์ร่วมโดย พ. ยังเคยขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ในคดีส่วนแพ่งด้วย ต้องถือว่า พ. ผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ร่วมได้ให้ความยินยอมตามคำร้องของโจทก์ร่วมโดย ส. ฉบับที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับคำร้องแล้ว จึงไม่ต้องมีคำสั่งกำหนดให้โจทก์ร่วมแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๕๖ วรรคสอง



 



-------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
-------------------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 644 ครั้ง
แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล

 


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords เน้นเก็ง ทุกสนาม โดยทีมงาน
รวบรวมจากอาจารย์ผู้สอน ฯลฯ รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).
.........................

 

ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 2 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน


  
  




เจาะหลัก+ฎีกา* ข้อ1 วิอาญา (ผู้ช่วยสนามเล็ก) ที่น่าสนใจ 22 กค 66 ชุดที่ 1 | ดาวน์โหลดข้อมูลกฎหมาย ฏีกา 5ดาว เตรียมสอบ เนติ อัยการ ผู้พิพากษา อัพเดท ที่ LawSiam.com



คำแนะนำ
1. รองรับการใช้งานหลัก ผ่านคอมพิวเตอร์ (Brower : IE, Chorme, FireFox, Opera) , ระบบ แอนดรอย
2. สำหรับ Iphone/Ipad (safari ที่ติดมานั้น ไม่สามารถดาวโหลดไฟล์ ต้องใช้ App อื่นๆช่วยในการโหลด เช่น video player ,atomic web browser เป็นต้น) อ่านรายละเอียดคลิก!
3. คำแนะนำ วิธีแก้ไขปัญหา Internet Explorer (IE) ของท่านแสดงผลเว็บไซต์ผลไม่สมบูรณ์ คลิกที่นี่
4. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
5. หากประสงค์ใช้งาน หรือแนะนำ/พบปัญหา ติดต่อทีมงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ ทาง Email ที่ [email protected] (24ชั่วโมง)
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 04 มิถุนายน 2569)