เจาะหลัก+ฎีกา* ข้อ ๒ วิอาญา (ผู้ช่วยสนามเล็ก) ที่น่าสนใจ
ทบทวน เตรียมสอบ วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ชุดที่ ๑
----------------------------
ข้อสังเกต
ก. คำถาม ข้อ ๒ ผู้ช่วยสนามเล็ก ๒๕๖๕ วิอาญา ออกสอบล่าสุด*
๑.) ประเด็น มาตรา ๑๖๓ , ๑๖๔ (ฎีกาที่ ๓๖๙๔/๒๕๖๓ , ๙๘๖๐/๒๕๕๒)
๒.) ประเด็น มาตรา ๑๖๖ , ๑๘๑ (ฎีกาที่ ๒๕๙๕/๒๕๓๙)
ข. คำถาม ข้อ ๒ ผู้ช่วยสนามเล็ก ๒๕๖๓ วิอาญา
๑.) ประเด็น มาตรา ๑๓๔ (ฎีกาที่ ๖๕๙/๒๕๖๓)
๒.) ประเด็น มาตรา ๑๓๓ ทวิ , ๑๓๔/๒ (ฎีกาที่ ๕๙๒๒/๒๕๖๒, ๕๐๔๐/๒๕๖๐)
ฎีกาที่ออกสอบ ข้อ ๒ ผู้ช่วยสนามเล็ก ๒๕๖๕ วิอาญา ออกสอบล่าสุด*
ฎีกาที่ ๓๖๙๔/๒๕๖๓ การที่โจทก์ยื่นฟ้องโดยระบุชื่อบุคคลที่เป็นจำเลยว่า ก. หรือ จ. ซึ่ง จ. เป็นชื่อจำเลย กับระบุอายุ ที่อยู่เลขบัตรประจำตัวประชาชนของ ก. แต่เพียงผู้เดียวมาในฟ้อง ทั้งยังขอให้มีการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่ ก. แต่ผู้เดียวด้วยเป็นเพราะโจทก์เข้าใจว่า ก. และจำเลยเป็นบุคคลเดียวกัน ดังนั้นการที่โจทก์ขอแก้ไขฟ้องเกี่ยวกับบุคคลที่เป็นจำเลยเป็น จ. หลังจากโจทก์ทราบว่า ก.และจำเลยเป็นคนละคนกัน จึงไม่เป็นการขอแก้ไขฟ้อง โดยเปลี่ยนตัวบุคคลเป็นจำเลย ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องในส่วนนี้จึงหากเป็นการไม่ชอบไม่
ฎีกาที่ ๙๘๖๐/๒๕๕๒ โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องจากข้อความว่า "เมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๔๖ เวลากลางวัน" เป็น "เมื่อระหว่างวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๖ เวลากลางวัน ถึงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๔๖ เวลากลางวันต่อเนื่องกันวันเวลาใดไม่ปรากฏชัด" เป็นการแก้ฟ้องเฉพาะวันและเวลาที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิด อันเป็นรายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้อง โดยวันและเวลาที่ขอแก้ใหม่ยังครอบคลุมถึงวันและเวลาตามฟ้องเดิมด้วย ทั้งโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องเมื่อสืบพยานโจทก์และโจทก์ร่วมไปเพียง ๒ ปาก ย่อมไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีหรือหลงต่อสู้ ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องจึงชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา ๑๖๓ และ ๑๖๔
ฎีกาที่ออกสอบ ข้อ ๒ ผู้ช่วยสนามเล็ก ๒๕๖๓ วิอาญา *
ฎีกาที่ ๖๕๙/๒๕๖๓ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔ บัญญัติบังคับให้พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหานั้น มีเจตนารมณ์เพียงเพื่อให้ผู้ต้องหาทราบว่าจะถูกสอบสวนในเรื่องใด และทราบว่าการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิด โดยไม่จำต้องแจ้งทุกข้อหา ทุกตัวบทกฎหมาย ทุกมาตรา และทุกกระทงความผิด เสมอไป แม้เดิมพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยว่ากระทำความผิดในช่วงเวลาใดไว้ แต่เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่าจำเลยกระทำความผิดในช่วงเวลาอื่นด้วย ก็สามารถทำการสอบสวนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการกระทำในช่วงเวลาอื่นได้
เมื่อข้อเท็จจริงจากการสอบสวนได้ความเพิ่มเติมว่า จำเลยกระทำความผิดในช่วงวันเวลาอื่นที่ใกล้ชิดกับการกระทำความผิดที่ได้แจ้งข้อหาไว้เดิม ย่อมถือได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดที่จำเลยกระทำในช่วงวันเวลาอื่นโดยชอบแล้ว ประกอบกับชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธโดยไม่มีรายละเอียดแห่งการปฏิเสธ และเพิ่งมาอ้างว่า จำเลยไม่เข้าใจข้อหาและพฤติการณ์ในการกระทำความผิด ทำให้ไม่สามารถให้การและนำพยานหลักฐานมาต่อสู้คดีได้ถูกต้องหลังจากที่ศาลล่างทั้งสองมีคำพิพากษาแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าจำเลยไม่เข้าใจข้อหา และพฤติการณ์ในการกระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดที่จำเลยกระทำในช่วงเวลาที่การสอบสวนได้ความเพิ่มเติมได้
ฎีกาที่ ๕๙๒๒/๒๕๖๒ การสอบปากคำผู้เสียหายซึ่งมีความบกพร่องทางสติปัญญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้บัญญัติวิธีการสอบสวนไว้เป็นการเฉพาะเหมือนดังเช่นการสอบปากคำผู้เสียหายที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบแปดปีในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศตามมาตรา ๑๓๓ ทวิ ว่า จะต้องมีสหวิชาชีพอยู่ร่วมด้วยในการสอบปากคำเด็กนั้นด้วย พนักงานสอบสวนชอบที่จะใช้วิธีการสอบปากคำผู้เสียหายซึ่งมีความบกพร่องทางสติปัญญาเช่นเดียวกับการสอบปากคำบุคคลปกติ
คำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายซึ่งมีความบกพร่องทางสติปัญญา แม้ไม่มีแพทย์ด้านจิตเวชศาสตร์และนักจิตวิทยาคลินิกและชุมชนเข้าร่วมฟังการสอบสวนจะมีความน่าเชื่อถือและรับฟังได้มากน้อย เพียงใด ถือเป็นดุลพินิจของศาลในขั้นตอนการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน แต่เมื่อโจทก์นำตัวผู้เสียหายมาเบิกความจำเลยมีโอกาสถามค้าน ศาลย่อมมีอำนาจรับฟังคำเบิกความของผู้เสียหายลงโทษจำเลยได้มิใช่ศาลอาศัยเพียงลำพังแต่คำให้การในชั้นสอบสวนของผู้เสียหายรับฟังลงโทษจำเลย
ตามฎีกานี้ ผู้เสียหายอายุ ๒๐ ปี เป็นผู้บกพร่องทางสติปัญญาโดยมีระดับสติปัญญาเท่ากับ ๖๑ ต่ำกว่าบุคคลปกติซึ่งจะมากกว่า ๘๐ ขึ้นไป
ฎีกาที่ ๕๐๔๐/๒๕๖๐ ในวันนัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐานเเละนัดสืบพยาน จำเลยไม่ได้โต้เเย้งคัดค้านว่าการสอบสวนโจทก์ร่วมซึ่งเป็นเด็กไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ทั้งในชั้นพิจารณาพนักงานสอบสวนยืนยันว่าได้จัดทำบันทึกคำให้การของโจทก์ร่วมไว้โดยมีพนักงานอัยการ นักจิตวิทยาเเละบิดาโจทก์ร่วมอยู่ด้วย ซึ่งจำเลยมิได้โต้เเย้งคัดค้าน การที่โจทก์ไม่อ้างบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของโจทก์ร่วมในชั้นพิจารณาไม่ใช่เงื่อนไขว่าไม่มีการสอบสวน ถือว่าพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำโจทก์ร่วมในคดีนี้ไว้เเล้วโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๓ ทวิ การสอบสวนความผิดในคดีนี้ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานอัยการโจทก์มีอำนาจฟ้อง
แนวโน้มที่น่าออกสอบ สนามเล็ก ๒๕๖๕
- เน้นกลุ่มการสอบสวน* เกี่ยวกับเด็ก อายุไม่เกิน ๑๘ ปี
มาตราที่น่าสนใจ มาตรา ๑๓๓ ตรี , ๑๓๔/๒* + ๑๓๓ ทวิ (อนุโลม ใช้การสอบสวนเด็ก*)
การสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี กับการถามคำให้การต้องมีนักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ เข้าร่วมทุกกรณีหรือไม่ ?
กรณีการสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี กับการถามคำให้การต้องมีนักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ เข้าร่วมทุกกรณีหรือไม่ ? คงนำหลักการในการถามปากคำเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ในฐานะผู้เสียหายหรือพยาน ตามมาตรา ๑๓๓ ทวิ มาใช้บังคับ กับกรณีการสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี โดยอลุโลม ซึ่งปรากฎอยู่ในมาตรา ๑๓๔/๒ รวมทั้งได้กำหนดหลักการตัดพยานในส่วนถ้อยคำอันได้มาโดยฝ่าฝืนมาตรา ๑๓๔/๒ ไว้ว่าจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหาไม่ได้ดังปรากฎตามมาตรา ๑๓๔/๔ และการนี้ยังรวมไปถึงกรณีถ้อยคำของผู้ต้องหาในคดีที่มีโทษประหารชีวิต หรือในคดีมีอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ในวันแจ้งข้อหา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ถ้อยคำมาโดยไม่ได้จัดให้มีทนาย ตามมาตรา ๑๓๔/๑
การกำหนดให้สหวิชาชีพ ร่วมในการถามปากคำเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ในฐานะผู้เสียหายหรือพยานหรือการสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี นั้น โดยได้ระบุแยกเป็นประเภทคดี ใดต้องมีนักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ เข้าร่วมในถามปากคำเด็กไว้ โดยหลักในมาตรา ๑๓๓ ทวิ นำมาใช้บังคับกับการสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี มาตรา ๑๓๔/๒
โดยมีเพียง ๓ ประเภท ได้แก่ คดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ ๓ ปี ขึ้นไป หรือคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึง ๓ ปี ซึ่งผู้ต้องหาที่เป็นเด็กร้องขอ หรือ คดีทำร้ายร่างกายเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี อันเป็นการนำหลักในมาตรา ๑๓๓ ทวิ มาปรับใช้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของสำนักงานอัยการสูงสุด ตามหนังสือสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ อส.(สฝปผ.)/๐๐๑๘/ว.๒๑๐ เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจการสอบสวนผู้ต้องหาที่มีอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึง ๓ ปี ทั้งนี้ยังไปตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๓๒/๒๕๕๗ และยังสอดคล้องคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๐๖๐/๒๕๕๔
ฎีกาที่ ๓๔๓๒/๒๕๕๗ ความผิดฐานแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานอันเป็นความผิดต่อ พ.ร.บ.จราจรทางบก เป็นความผิดอื่นซึ่งกฎหมายมิได้บังคับว่าพนักงานสอบสวนต้องจัดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการสอบปากคำผู้ต้องหาซึ่งเป็นเด็กตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๓๔/๒ ประกอบมาตรา ๑๓๓ ทวิ แต่อย่างใด ประกอบกับผู้ต้องหาไม่ได้ต้องการให้บุคคลดังกล่าวเข้าร่วมในการสอบปากคำ ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาทั้งยังให้ข้อเท็จจริงว่าคืนเกิดเหตุจำเลยได้ร่วมแข่งรถด้วยและหลังการแข่งขันมีเจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของจำเลยในบันทึกคำให้การชั้นสอบสวน ข้อเท็จจริงประกอบคำรับสารภาพของจำเลยที่ให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนจึงเป็นพยานหลักฐานที่พิสูจน์ความผิดของจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๒๖
ฎีกาที่ ๗๐๖๐/๒๕๕๔ การสอบสวนผู้ต้องหาอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ที่ต้องมีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถามปากคำ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๓๓ ทวิ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๓๔ ตรี ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะมีการสอบสวนคดีนี้ มี ๓ ประเภท ได้แก่ คดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สามปีขึ้นไป คดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึงสามปีซึ่งผู้ต้องหาที่เป็นเด็กร้องขอ และคดีทำร้ายร่างกายเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี คดีนี้มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึง ๓ ปี เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาร้องขอต่อพนักงานสอบสวนให้มีบุคคลดังกล่าวเข้าร่วมในการถามปากคำ การสอบสวนของพนักงานสอบสวนจึงชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว
------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
-------------------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 954 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|