กลับไปยังหน้า ดาวน์โหลด ข้อมูลกฎหมาย (แบ่งปันข้อมูล ฟรี*) >> เอกสารเตรียมสอบ ข้อสอบ ธงคำตอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา
|
|
ชื่อข้อมูล : |
เจาะหลัก+ฎีกา* ข้อ3 วิอาญา (ผู้ช่วยสนามเล็ก) ที่น่าสนใจ 22 กค 66 ชุดที่ 1 |
| หมวด : |
เอกสารเตรียมสอบ ข้อสอบ ธงคำตอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา |
| สิทธิใช้งาน : |
(ดาวน์โหลดได้ทุกคน) ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ ก่อนใช้งาน. |
| ขนาดไฟล์ : |
ไม่ระบุ |
| |
|
| |
|
|
|
|
| รายละเอียด |
เจาะหลัก+ฎีกา* ข้อ๓ วิอาญา (ผู้ช่วยสนามเล็ก) ที่น่าสนใจ
ทบทวนเตรียมสอบ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ ๒๕๖๖ ชุดที่ ๑
--------------------------------
ข้อสังเกต
กลุ่มข้อ ๓ วิ.อาญา ผู้ช่วยผู้พิพากษา เน้นออกสอบ อุทธรณ์ ฎีกา*
๑. ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี ๒๕๖๕ (ล่าสุด)
(ก) ออกสอบประเด็นศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ไม่มีเลขมาตรา* แต่อ้างฎีกา (ฎีกาที่ ๖๐๒๐/๒๕๕๙)
(ข) ออกสอบมาตรา ๒๑๙ ตรี (ฎีกาที่ ๑๒๘๔๐/๒๕๕๘)
(ค) ออกสอบมาตรา ๑๙๓ ทวิ , ๒๒๐ , ๒๑๖ (ฎีกาที่ ๓๐๖๒/๒๕๖๓)
๒. ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี ๒๕๖๓
ให้วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นชอบที่จะรับฎีกาของโจทก์และจำเลยหรือไม่
- ออกสอบมาตรา ๒๑๘ ,๒๑๙ ,๒๒๐ , ๒๒๑ / ๒๐๘ ทวิ วรรคสี่
- เทียบเคียง (ฎีกาที่ ๕๖๘๑/๒๕๔๔, ๓๔๔๘/๒๕๔๗ , ๗๘๕๓/๒๕๔๙)
คำพิพากษาฎีกา ออกสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี ๒๕๖๕ (ล่าสุด)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๐๒๐/๒๕๕๙ พฤติการณ์ที่จำเลยที่ ๑ ร่วมเดินทางไปกับพวกไปที่เกิดเหตุโดยทราบมาก่อนแล้วว่าพวกของจำเลยที่ ๑ จะไปทำร้ายผู้เสียหาย และหลังเกิดเหตุก็หลบหนีไปด้วยกัน ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ ๑ มีเจตนาที่จะร่วมทำร้ายผู้เสียหายกับพวกซึ่งมีการคิดไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ มีเจตนาเพียงต้องการทำร้ายผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเท่านั้น แต่เมื่อผลการกระทำของพวกจำเลยที่ ๑ ไม่ทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ แต่พลาดไปถูกผู้ตายจนเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผลแห่งการกระทำนั้น จำเลยที่ ๑ จึงมีความผิดฐานร่วมกันพยายามทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๖ ประกอบมาตรา ๘๐ และฐานทำร้ายผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและไม่มีเจตนาฆ่า แต่เป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายโดยพลาด ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๐ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๖๐ อันเป็นความผิดหลายอย่างซึ่งรวมอยู่ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยพลาดตามที่โจทก์ฟ้อง และเป็นความผิดได้ในตัว ศาลฎีกาสามารถลงโทษในความผิดดังกล่าวตามที่ได้ความได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๒ วรรคท้าย ประกอบมาตรา ๒๑๕ และ ๒๒๕
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๒๘๔๐/๒๕๕๘ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๔ มีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก ๔ เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน การที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนนั้น ศาลอุทธรณ์ยังพิพากษาว่าจำเลยที่ ๔ มีความผิดตามฟ้องโจทก์อยู่เพียงแต่ลงโทษแตกต่างไปจากศาลชั้นต้นเท่านั้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นการพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น มิใช่พิพากษากลับ จึงห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๑๙ ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.๒๔๙๙ มาตรา ๔ ที่จำเลยที่ ๔ ฎีกาว่า เพิ่งเข้ามาเป็นกรรมการของจำเลยที่ ๑ ไม่รู้เห็นเกี่ยวข้องกับการที่จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์... และขอให้รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ ๔ นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ทั้งเป็นกรณีที่ไม่อาจรับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๐๖๒/๒๕๖๓ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษา “ยกอุทธรณ์” เนื่องจากเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตาม ปวิอ มาตรา ๒๑๔(๒) (ยกอุทธรณ์ให้ไปศึกษา ปวิพ มาตรา ๒๔๒(๑))
อุทธรณ์ต้องห้ามตามกฎหมายมีได้หลากหลายประการ เช่น อุทธรณ์เกินกำหนดระยะเวลา อุทธรณ์ต้องห้ามในปัญหาข้อเท็จจริง อุทธรณ์นอกประเด็นหรือมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น เป็นต้น เหล่านี้ศาลอุทธณ์จะพิพากษายกอุทธรณ์โดยไม่วินิจฉัยในเนื้อหาว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่
ดังนั้น หากศาลอุทธณ์พิพากษายกอุทธรณ์ จึงไม่ใช่กรณีศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง อันจะทำให้ต้องห้ามฎีกาตามมาตรา ๒๒๐ จึงไม่อาจรับรองหรือขออนุญาตฎีกาตามมาตรา ๒๒๑ ได้ และไม่สามารถฎีกาในเนื้อหาความผิดได้ด้วยเนื่องจากเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ คงฎีกาได้เพียงประการเดียวว่าอุทธรณ์ของตนชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ศาลฎีกายกย้อนลงไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาต่อไป
คำพิพากษาฎีกา ออกสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี ๒๕๖๓
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๖๘๑/๒๕๔๔ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานผลิตและมีไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ความผิดฐานผลิตและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานผลิตซึ่งมีโทษหนักที่สุด ให้จำคุกตลอดชีวิต ลงโทษฐานจำหน่าย จำคุก ๕ ปี ลดโทษหนึ่งในสามแล้วฐานผลิต จำคุก ๓๓ ปี ๔ เดือน ฐานจำหน่ายจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีน แต่มีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและมีความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน เช่นนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยังวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดทั้งสองข้อหาตรงกันกับคำพิพากษาศาลชั้นต้น การที่ศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษในความผิดฐานนี้ ความผิดฐานนี้จึงมีการแก้ไขเฉพาะโทษ ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ส่วนความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น ความผิดทั้งสองฐานศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกกระทงละไม่เกิน ห้าปี จึงเป็นคดีต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคหนึ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๔๔๘/๒๕๔๗ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๙ วรรคสอง จำคุก ๓ ปี ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๗๙ วรรคหนึ่ง จำคุก ๘ เดือน เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ แก้วรรคของความผิดในบทมาตราเดียวกันไม่ถือเป็นการแก้บทความผิด แม้ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ จะแก้ไขโทษด้วยก็เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และคงให้ลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี จึงห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๑๘ วรรคหนึ่ง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๘๔ วรรคหนึ่งและมาตรา ๓๑๗ วรรคสาม เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๑๗ วรรคสาม ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก ๕ ปี ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา ๒๘๔ ให้ยกฟ้องในความผิดฐานนี้ และพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๓๑๗ วรรคหนึ่ง จำคุก ๒ ปี เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ แก้วรรคของความผิดในบทหนักอันเป็นบทที่ศาลชั้นต้นลงโทษ แม้จะยกฟ้องความผิดในบทที่เบากว่า ก็ต้องถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและคงให้ลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี จึงห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๑๘ วรรคหนึ่ง เช่นเดียวกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๘๕๓/๒๕๔๙ ความผิดฐานพรากเด็กหญิงอายุไม่เกิน ๑๕ ปี ไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควรเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา ๓๑๗ วรรคสาม จำเลย มีเจตนากระทำความผิดต่อบิดามารดาผู้เสียหาย เป็นความผิดกรรมหนึ่งต่างหากจากความผิดฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา ๒๘๔ วรรคแรก
ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน ๑๕ ปี ตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๗ วรรคแรก และความผิดฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา ๒๘๔ วรรคแรก จำเลยมีเจตนาเดียวกันคือพาผู้เสียหายไปกระทำชำเรา การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกันเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความมิได้ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕
แนวโน้มมาตราที่น่าจะออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี ๒๕๖๖
กลุ่มมาตรา ๒๑๘ , ๒๑๙ , ๒๒๐, ๒๒๑ (เน้น* ๑๐๐%) แก้ไขมาก แก้ไขน้อย เพิ่มเติมโทษ ห้ามโจทก์ ห้ามจำเลย ฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ขออนุญาตฎีกา ฯลฯ
------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
-------------------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 720 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|
| |
|
|
|
| บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น |
|
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords เน้นเก็ง ทุกสนาม โดยทีมงาน รวบรวมจากอาจารย์ผู้สอน ฯลฯ รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login). .........................
|
| ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 2 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน |
เจาะหลัก+ฎีกา* ข้อ3 วิอาญา (ผู้ช่วยสนามเล็ก) ที่น่าสนใจ 22 กค 66 ชุดที่ 1 | ดาวน์โหลดข้อมูลกฎหมาย ฏีกา 5ดาว เตรียมสอบ เนติ อัยการ ผู้พิพากษา อัพเดท ที่ LawSiam.com
|