
เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามเล็ก)
หลักและทฤษฎีกฎหมายแพ่ง
การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ
……..
การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสาระสำคัญ (สิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม)
มาตรา 156 การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมเป็นโมฆะ
ความสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ ความสำคัญผิด
ในลักษณะของนิติกรรม ความสำคัญผิดในตัวบุคคลซึ่งเป็นคู่กรณีแห่งนิติกรรม และความสำคัญผิด
ในทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม เป็นต้น
อธิบาย
การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมเป็นโมฆะตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง
ฎีกาที่ 3093/2559 การเวนคืนที่ดินเพื่อนําไปใช้ก่อสร้างคลองชลประทานเป็นการใช้อํานาจรัฐเวนคืนที่ดินเพื่อนําไปใช้ประโยชน์ในกิจการสาธารณูปโภคและเป็นการใช้อํานาจรัฐ บังคับเอาทรัพย์สินของเอกชนเพื่อประโยชน์ของรัฐ โดยเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเดิมไม่มีสิทธิ ตัดสินใจว่าจะยินยอมหรือไม่ ทั้งไม่อาจกําหนดหรือต่อรองราคาที่ตนเองพอใจได้เพราะเป็น เรื่องของการบังคับใช้กฎหมายมหาชน เช่นนี้
แม้การจดทะเบียนโอนที่ดินใช้ คําว่าซื้อขายก็ ไม่ใช่การซื้อขายที่เป็นนิติกรรมตามป.พ.พ.มาตรา 453 ซึ่ง
จะต้องเกิดจากการกระทําด้วยความ สมัครใจและมุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ของคู่สัญญาทั้งสอง
ฝ่ายตามมาตรา 149 จึงไม่อาจนํากฎหมายเรื่องการแสดงเจตนาโดยสําคัญผิดในสาระสําคัญของนิติกรรม
ตามมาตรา 156 อันเป็นหลักของกฎหมายเอกชนมาใช้บังคับได้
ตามบทบัญญัติมาตรา 156 วรรคสองได้ให้ตัวอย่างสิ่งซึ่งเป็นสาระสําคัญของนิติกรรมไว้ว่า
ได้แก่ ลักษณะของนิติกรรม ตัวบุคคลซึ่งเป็นคู่กรณีแห่งนิติกรรม ทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม เป็นต้น
ซึ่งความสําคัญผิดเหล่านี้มีผลทําให้นิติกรรมตกเป็นโมฆะ
การสําคัญผิดในลักษณะของนิติกรรม คือ กรณีที่ผู้ทํานิติกรรมตั้งใจทํานิติกรรมอย่างหนึ่ง
แต่แท้จริงแล้วได้แสดงเจตนาทํานิติกรรมอีกอย่างหนึ่ง หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ ว่าผู้ทํานิติกรรมได้ทํา
นิติกรรมอย่างหนึ่งโดยเข้าใจว่าเป็นนิติกรรมอีกอย่างหนึ่ง
การสําคัญผิดในตัวบุคคลซึ่งเป็นคู่กรณีแห่งนิติกรรม หมายถึง ผู้ทํานิติกรรมตั้งใจที่จะทํา
นิติกรรมกับบุคคลหนึ่ง แต่กลับไปแสดงเจตนาทํานิติกรรมกับอีกบุคคลหนึ่งโดยสําคัญผิดไปว่าเป็นบุคคล
คนเดียวกัน แต่พึงเข้าใจว่านิติกรรมบางประเภทตัวบุคคลที่เป็นคู่กรณีก็เป็นสาระสําคัญ บางประ เภทก็ไม่
เป็นสาระสําคัญ นิติกรรมที่จะตกเป็นโมฆะเพราะเหตุสําคัญผิดในตัวบุคคลนี้ต้องเป็นนิติกรรมที่คู่กรณี
เป็นสาระสําคัญของนิติกรรมด้วย
นิติกรรมที่ตัวบุคคลไม่เป็นสาระสําคัญ ย่อมไม่เป็นโมฆะ
ฎีกาที่ 707/2535 จําเลยที่ 2 ทําสัญญาค้ำประกันการชดใช้เงินคืนของจําเลยที่ 1 ต่อโจทก์ โดยจําเลยที่ 2 เข้าใจถูกต้องที่จะยอมรับผิดต่อโจทก์แทนจําเลยที่ 1 การที่จําเลย ที่ 2 เข้าใจผิดว่าจําเลยที่ 1 เป็นมารดาของ ท. มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในสัญญาค้ําประกันเลย ความเข้าใจผิดของจําเลยที่ 2 มิใช่สําคัญผิดในสาระสําคัญแห่งสัญญาค้ำประกันไม่เป็นเหตุให้สัญญาค้ำประกันตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ.มาตรา 119
กรณีไม่ถือว่าเป็นการสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม
ฎีกา 4128/2543 ตามสัญญาจะซื้อจะขายกรรมสิทธิ์ห้องชุดระบุเนื้อที่ประมาณ 50 ตารางเมตรไว้ซึ่งหมายถึงจะมากกว่าหรือน้อยกว่าเนื้อที่ดังกล่าวในจำนวนไม่เกินสมควรก็ได้ แม้ความจริงจะ
ปรากฏว่า ห้องชุดดังกล่าวแต่ละห้องมีเนื้อที่เพียง 45.31 ตารางเมตร ซึ่งน้อยกว่าที่ประมาณไว้ในสัญญาไม่มากนัก จึงไม่เพียงพอที่จะถือว่าโจทก์แสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม อันจะทำให้สัญญาตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 156 สำหรับแผ่นภาพโฆษณาและใบแจ้งราคาและเนื้อที่ห้องชุดของจำเลยที่ระบุเนื้อที่ 50 ตารางเมตร เป็นเพียงหนังสือเชิญชวนบุคคลทั่วไปให้สนใจในห้องชุดดังกล่าวเท่านั้นหามีผลไม่
สําคัญผิดในทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม เช่น สัญญาซื้อขายทรัพย์สินที่จะส่งมอบ ตามสัญญาถือว่าเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม ดังนี้ การที่ผู้ซื้อต้องการซื้อที่ดินแปลงหนึ่งแต่ผู้ขายส่งมอบที่ดินอีกแปลงหนึ่งให้ (ฎีกาที่ 1710/2500, 4997/2549) แต่จะถือว่าการสําคัญผิดอันจะทําให้สัญญาซื้อขายตกเป็นโมฆะหรือไม่นั้น ต้องดูว่าคู่สัญญาถือเอาตัวทรัพย์เป็นสาระสําคัญหรือไม่ การที่ผู้ซื้อไม่ทักท้วงยี่ห้อสินค้า และได้ครอบครองใช้ประโยชน์สินค้าตลอดมา มีการชําระค่าสินค้าไปบางส่วน พฤติการณ์เช่นนี้ ไม่เป็นการสําคัญผิดในทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรมอันเป็นสาระสําคัญ สัญญาซื้อขายย่อมไม่เป็นโมฆะ
การแสดงเจตนาโดยสําคัญในตัวทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม ไม่ตกเป็นโมฆะ
ฎีกาที่ 1008/2543 การแสดงเจตนาโดยสําคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสําคัญแห่งนิติกรรม ย่อมมีผลทําให้นิติกรรมเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 156 สัญญาประกันภัยรถยนต์ ย่อมถือเอาตัวรถยนต์เป็นสาระสําคัญตามกรมธรรม์ซึ่งจําเลยผู้รับประกันภัยออกให้แก่ โจทก์ระบุรายการรถยนต์ที่เอาประกันภัยตรงกับรายการจดทะเบียนรถยนต์ของโจทก์และจําเลย มิได้โต้แย้งว่าโจทก์มีรถยนต์คันอื่นอีก หมายเลขทะเบียนรถยนต์หมายเลขเครื่องยนต์ และหมายเลขตัวถังเป็นเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ที่เอาประกันภัย เมื่อโจทก์ขอแก้หมาย เลขทะเบียนหมายเลขเครื่องยนต์ และหมายเลขตัวถังของรถยนต์ที่เอาประกันภัยให้ถูกต้องแม้ขอแก้ไขภายหลังเกิดอุบัติเหตุแล้ว จําเลยก็แก้ไขให้ทุกรายการ การทําสัญญารับประกันภัยของจําเลยจึงมิใช่เป็นการแสดงเจตนาโดยสําคัญผิดในตัวทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม ไม่ตกเป็นโมฆะ
การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สิน
มาตรา 157 การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สินเป็นโมฆียะ
ความสำคัญผิดตามวรรคหนึ่งต้องเป็นความสำคัญผิดในคุณสมบัติ ซึ่งตามปกติถือว่าเป็น
สาระสำคัญ ซึ่งหากมิได้มีความสำคัญผิดดังกล่าว การอันเป็นโมฆียะนั้นคงจะมิได้กระทำขึ้น
อธิบาย
- การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สินเป็นโมฆียะ ซึ่งความสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สินอันจะเป็นโมฆียะได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่ถือว่าคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สินนั้นเป็นสาระสำคัญ ซึ่งหากไม่ได้มีความสำคัญผิดดังกล่าวนิติกรรมอันเป็นโมฆียะนั้นก็คงจะไม่เกิดขึ้น
ความสําคัญผิดในฐานะทางกฎหมายของบุคคลไม่ใช่สําคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลซึ่ง
ตามปกตินับว่าเป็นสาระสําคัญตามมาตรา 157 นี้
ฎีกาที่ 2259/2526 แม้จําเลยทําสัญญาประนีประนอมยอมความขายที่ดินคืนแก่โจทก์ เพราะเข้าใจผิดว่าโจทก์เป็นทายาทของเจ้ามรดก ก็เป็นเรื่องจําเลยสําคัญผิดต่อฐานะทางกฎหมายของโจทก์เท่านั้น หาใช่ความสําคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลซึ่งตามปกติย่อมนับว่าเป็นสาระสําคัญตาม ป.พ.พ.มาตรา 157 อันจะทําให้สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์ จําเลยเป็นโมฆียะไม่
ซื้อที่ดินและบ้านตรวจสอบแนวเขตที่ดินภายหลัง ปรากฏว่าบ้านปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของ
ผู้อื่นบางส่วน เป็นการสําคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์ซึ่งตามปกตินับว่าเป็นสาระสําคัญ
ฎีกาที่ 2270/2558 โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทําสัญญาซื้อที่ดินพร้อมบ้านจากจําเลย แต่เมื่อตรวจสอบแนวเขตที่ดินแล้วปรากฏว่าบ้านปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของผู้อื่นบางส่วนเป็นการสําคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์ โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจําเลยและขอให้จําเลยคืนเงิน แต่จําเลยไม่คืนเงินให้ถือได้ว่าโจทก์มีข้อโต้แย้งสิทธิกับจําเลยแล้ว โจทก์จึงมีอํานาจฟ้อง
- ผู้ซื้อรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด โดยสําคัญผิดว่าเป็นห้องที่อยู่ชั้นบนสุดคือชั้นที่ 27 ตามความประสงค์แต่แรก แต่ความจริงชั้นบนสุดไม่ใช่ชั้นที่ 27 เป็นการแสดงเจตนาโดยสําคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์สินซึ่งถือเป็นสาระสําคัญ
ฎีกาที่ 3942/2553 ในการตกลงซื้อห้องชุดทั้ง 8 ห้องของโจทก์จากจําเลยนั้นโจทก์มีความประสงค์จะได้ห้องที่อยู่ชั้นบนสุด การที่จําเลยขออนุญาตดัดแปลงอาคารชุดจากที่มีเพียง 27 ชั้น เป็น 30 ชั้น ในภายหลังจากที่โจทก์ทําสัญญาซื้อขายกับจําเลยแล้ว โดยมิได้แจ้ง ให้โจทก์ทราบ ต่อมาโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดจากจําเลยโดยเข้าใจว่าห้องที่รับโอนมาอยู่ชั้นสูงสุดตามความประสงค์ของโจทก์ที่ทําสัญญาซื้อขายกับจําเลยมาแต่แรก นิติกรรมการโอนห้องชุดระหว่างโจทก์กับจําเลย จึงเป็นการแสดงเจตนาโดยสําคัญผิดในคุณสมบัติของ ทรัพย์สินซึ่งถือเป็นสาระสําคัญ หากโจทก์ทราบว่าห้องชุดที่รับโอนกรรมสิทธิ์มามิใช่ชั้นสูงสุด ตามความประสงค์โจทก์คงจะไม่ยอมรับโอน ดังนั้น นิติกรรมการโอนห้องชุดระหว่างโจทก์และจําเลยจึงตกเป็นโมฆียะตาม ป.พ.พ.มาตรา 157 โจทก์มีสิทธิบอกล้างนิติกรรมการโอนได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 176 แต่โจทก์มิได้ใช้สิทธิบอกล้าง ดังนั้น กรรมสิทธิ์ในห้องชุดทั้ง 8 ห้อง ดังกล่าวยังคงเป็นของโจทก์อยู่ การที่โจทก์ตกลงโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดชั้นที่ 26 และ 27 ทั้ง 8 ห้อง คืนให้แก่จําเลยและจําเลยตกลงเปลี่ยนแปลงโดยโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดชั้นที่ 28 และ 29 ให้แก่โจทก์ ถือได้ว่าคู่กรณีต่างตกลงโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้กันและกันอันเป็นการแลกเปลี่ยนตาม ป.พ.พ.มาตรา 518 ซึ่งมาตรา 519 ให้นําบทบัญญัติทั้งหลายในลักษณะซื้อขาย มาใช้ถึงการแลกเปลี่ยนด้วย ดังนั้นการแลกเปลี่ยนห้องชุดระหว่างโจทก์และจําเลยนั้นค่าฤชาธรรมเนียมการโอนโจทก์และจําเลยจึงออกใช้เท่ากันทั้งสองฝ่าย ตาม ป.พ.พ.มาตรา 457
สำคัญผิดโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
มาตรา 158 ความสำคัญผิดตาม มาตรา 156 หรือ มาตรา 157 ซึ่งเกิดขึ้นโดยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบุคคลผู้แสดงเจตนาบุคคลนั้นจะถือเอาความสำคัญผิดนั้นมาใช้เป็นประโยชน์แก่ตนไม่ได้
อธิบาย
- ความสำคัญผิดตาม มาตรา 156 หรือ มาตรา 157 หากเกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อ
อย่างร้ายแรงของบุคคลผู้แสดงเจตนา บุคคลนั้นจะถือเอาความสำคัญผิดนั้นมาใช้เป็นประโยชน์แก่ตนไม่ได้ก็คือผู้ที่สําคัญผิดจะกล่าวอ้างว่าเป็นโมฆะหรือบอกล้างโมฆียะกรรมนั้นไม่ได้นั่นเอง
- ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คือ การประมาทเลินเล่อที่ผิดวิสัยของคนปกติที่จะเข้าทำ
นิติกรรมนั้นๆ หรือเป็นความบกพร่องของตัวผู้ทำนิติกรรมเองซึ่งไม่ควรจะบกพร่องเช่นนั้นได้เลย
- เช่น การประกาศขายทอดตลาดที่ดิน มีการระบุรายละเอียดของที่ดินโดยชัดแจ้งและเปิดเผยต่อประชาชนทั่วไป ผู้เข้าประมูลจึงมีโอกาสตรวจสอบความถูกต้องได้ การที่ผู้ซื้อที่ดินได้อ้างว่าตนสําคัญผิดเกี่ยวกับที่ตั้งของที่ดินจึงเข้าประมูลซื้อ ถือว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ของผู้ซื้อ ผู้ซื้อจึงไม่อาจอ้างความสําคัญผิดดังกล่าวมาเป็นประโยชน์แก่ตนได้
ฎีกาที่ 3360-3410/2543 การขายทอดตลาดที่ดินพิพาทโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี แตกต่างจากการซื้อขายที่ดินตามปกติทั่วๆไปเพราะประกาศขายทอดตลาดจะระบุรายละเอียด ต่าง ๆ ของที่ดินพิพาทไว้ชัดแจ้งและเปิดเผยต่อประชาชนทั่วไป ผู้เข้าประมูลมีโอกาสตรวจ สอบความถูกต้องได้ ที่ผู้ร้องอ้างว่าสําคัญผิดว่าที่ดินพิพาทอยู่ติดกับที่ดินของผู้ร้องโดยผู้ร้อง มิได้ตรวจสอบความถูกต้องในที่ตั้งของ
ที่ดินพิพาทก่อนที่จะเข้าประมูลสู้ราคา ทั้ง ๆ ที่สามารถ จะกระทําได้ จึงเป็นความบกพร่องของผู้ร้องเอง
และถือได้ว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่าง ร้ายแรง ผู้ร้องไม่อาจอ้างความสําคัญผิดในที่ตั้งของที่ดิน
แปลงพิพาทมาเป็นประโยชน์แก่ตน ได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 158
ฎีกา 7058/2543 ผู้ซื้อทรัพย์มีความประสงค์จะประมูลซื้อทรัพย์จำนองจริงและเป็นผู้ประมูลซื้อทรัพย์จำนองรายนี้ได้ในราคาสูงสุด แต่มีการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์จำนองหลายรายการทำให้ผู้
ซื้อทรัพย์สับสนโดยนำราคาที่จะต้องเข้าประมูลในคดีอื่นมาประมูลซื้อในคดีนี้ จึงเป็นกรณีที่ผู้ซื้อทรัพย์แสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในราคาอันเป็นคุณสมบัติของทรัพย์ แต่ความสำคัญผิดของผู้ซื้อทรัพย์เกิดขึ้นโดยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการแสดงเจตนาเข้าประมูลซื้อทรัพย์โดยไม่ตรวจสอบราคาให้ถูกต้อง ผู้ซื้อทรัพย์จะถือเอาความสำคัญผิดนั้นมาใช้เป็นประโยชน์แก่ตนไม่ได้ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158 จึงไม่มีเหตุที่จะยกเลิกการขายทอดตลาด
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 2480 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|