ฎีกาเด่น* วิชา กฏหมายล้มละลาย (อ.ชีพ จุลมนต์) ภาคปกติ 27 พ.ย.61 สัปดาห์ที่2 สมัยที่71 | สกัดหลัก-คำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ (เอกสารเตรียมสอบ 3 สนาม) ที่ LawSiam.com :- อัพเดท
ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่ม วิ.แพ่ง >> รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* ล้มละลาย
|
|
ชื่อข้อมูล : |
ฎีกาเด่น* วิชา กฏหมายล้มละลาย (อ.ชีพ จุลมนต์) ภาคปกติ 27 พ.ย.61 สัปดาห์ที่2 สมัยที่71 |
| หมวด : |
รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* ล้มละลาย |
| สิทธิใช้งาน : |
สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) กลุ่มที่ 11, 12, 14 ,16 ,17 ,18 กลุ่มรวม (ใช้งานทั้งหมด) อ่านรายละเอียด |
| ขนาด : |
ไม่ระบุ |
| |
|
| |
|
|
กลุ่มเตรียมสอบ 3 สนาม (กฎหมายวิ.แพ่ง และ กฎหมายพิเศษ อื่นๆ)
|
| รายละเอียดเบื้องต้น |
ฎีกาเด่น* วิชา กฏหมายล้มละลาย (อ.ชีพ จุลมนต์) ภาคปกติ สมัยที่71
27 พฤศจิกายน 2561 สัปดาห์ที่ 2
คำพิพากษาฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ
คำพิพากษาฎีกาที่ 4471/2560 (พ.ร.บ. ล้มละลาย มาตรา 7, 89) จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลในคดีแพ่ง ซึ่งมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2557 โดยในขณะนั้นนาย ธ. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ต่อมาวันที่ 21 เมษายน 2557 นาย ธ. ถึงแก่ความตาย ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี มีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภริยาของนาย ธ. เป็นผู้จัดการมรดกของนาย ธ. และขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 มีหนี้สินล้นพ้นตัว และไม่มีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยที่ 1 ล้มละลาย
คดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 อ้างว่า โจทก์ไม่มีอำนาจนำหนี้ในคดีแพ่งมาฟ้องให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ล้มละลาย เพราะโจทก์ต้องดำเนินการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 และทรัพย์สินของนาย ธ. เพื่อนำมาชำระหนี้แก่โจทก์ก่อน เหลือหนี้จำนวนเท่าใดโจทก์จึงจะสามารถนำจำนวนหนี้ที่เหลือมาฟ้องเป็นคดีล้มละลายได้ หากหนี้จำนวนดังกล่าวเข้าหลักเกณฑ์ตาม พรบ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 แต่โจทก์หาได้กระทำเช่นนั้นไม่ การกระทำของโจทก์เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยล้มละลาย
ศาลฎีกาเห็นว่า การดำเนินการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 และของนาย ธ. เพื่อนำมาชำระหนี้แก่โจทก์นั้น เป็นเรื่องที่โจทก์จะดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมของศาลที่ตัดสินคดีตามยอม ส่วนคดีนี้ เป็นเรื่องโจทก์นำมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมมาฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นคดีล้มละลายซึ่งเมื่อต้องด้วยหลักเกณฑ์ตาม พรบ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9 แล้วโจทก์ย่อมมีอำนาจนำหนี้ดังกล่าวมาฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นคดีล้มละลายได้ กรณีหาจำต้องดำเนินการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 และทรัพย์สินของนาย ธ. เพื่อนำมาชำระหนี้แก่โจทก์ก่อนแล้วจึงนำหนี้ที่เหลือมาฟ้องเป็นคดีล้มละลายไม่ เพราะเป็นการใช้สิทธิคนละส่วนกัน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่อาจถือเอาเหตุดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างว่าโจทก์ไม่สุจริตดังอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
ประเด็นปัญหาขึ้นสู่ศาลฎีกาต่อไปมีว่า การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาดเป็นการไม่ชอบเพราะเมื่อนาย ธ. ถึงแก่ความตาย ห้างจำเลยที่ 1 ต้องเลิกกันโดยผลของกฎหมาย การจดทะเบียนแก้ไขให้จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างจำเลยที่ 1 เป็นการต้องห้ามโดยชัดแจ้งตามกฎหมายหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนจึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 และไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงจำเลยที่ 2 ได้ตามกฎหมาย จำเลยที่ 2 ไม่ได้อยู่ในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มิได้เป็นผู้ก่อให้เกิดหนี้ของจำเลยที่ 1 ขึ้น จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดในหนี้ของจำเลยที่ 1
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่อหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดตาย ห้างหุ้นส่วนจำกัดย่อมเลิกกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1055(5) ประกอบมาตรา 1080 แต่หุ้นส่วนที่ยังคงอยู่อาจตกลงให้ห้างยังคงอยู่ต่อไป โดยรับทายาทของหุ้นส่วนที่ตายเข้ามาเป็นหุ้นส่วนแทนได้ เมื่อปรากฏว่าเดิมห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 มีนาย ธ. และจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วน โดยนาย ธ. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเมื่อนาย ธ. ถึงแก่ความตายจำเลยที่ 2 ได้รับนางสาว ก. เข้ามาเป็นหุ้นส่วนแทนและจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแทนนาย ธ. ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ยังคงอยู่ต่อมาการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้เป็นหุ้นส่วนตามที่ตกลงกันสามารถกระทำได้ หาเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยแต่อย่างใด เมื่อจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในวันฟ้องคดีนี้ จำเลยที่ 2 จึงเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดซึ่งต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างจำเลยที่ 1 ไม่มีจำกัด แม้จำเลยที่ 2 จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการภายหลังก็ต้องรับผิดในหนี้ใดๆ ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนตนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนด้วยตาม ป.พ.พ. มาตรา 1052 ประกอบมาตรา 1077(2), 1080 และ 1087 เมื่อศาลพิจารณาและได้ความว่าจำเลยที่ 1 มีหนี้สินล้นพ้นตัวและมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดโดยที่ฟ้องของโจทก์มีคำขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายแล้วโจทก์ไม่ต้องนำสืบว่าจำเลยที่ 2 มีหนี้สินล้นพ้นตัว ถือได้ว่าโจทก์มีคำขอให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดล้มละลายตามห้างจำเลยที่ 1 ตาม พรบ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 89 โดยโจทก์ไม่จำต้องมีคำขอให้จำเลยที่ 2 ล้มละลายในภายหลังอีก และจำเลยที่ 2 ก็ไม่มีอำนาจต่อสู้คดีหรือนำสืบว่าตนมีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้ของห้างหรือมิใช่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตาม พรบ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 7 (อ่านต่อ...)
--------------------------------------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------
จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 1587 ครั้ง |
| |
|
|
| บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น |
|
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).
|
คำแนะนำ
1. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบเนติฯ กลุ่มที่ 4, 6 และเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 2,3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
2. รองรับการใช้งานหลัก ผ่านคอมพิวเตอร์ (Brower : IE, Chorme, FireFox, Opera) , ระบบ แอนดรอย
3. สำหรับ Iphone/Ipad (safari ที่ติดมานั้น ไม่สามารถดาวโหลดไฟล์ ต้องใช้ App อื่นๆช่วยในการโหลด เช่น video player ,atomic web browser เป็นต้น) อ่านรายละเอียดคลิก!
4. คำแนะนำ วิธีแก้ไขปัญหา Internet Explorer (IE) ของท่านแสดงผลเว็บไซต์ผลไม่สมบูรณ์ คลิกที่นี่
5. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
6. หากประสงค์ใช้งาน หรือแนะนำ/พบปัญหา ติดต่อทีมงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ ทาง Email ที่ [email protected] (24ชั่วโมง)
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2569)
|
|